Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ก.พาณิชย์ ประกาศเพิ่มสินค้าควบคุม 3 รายการ ซอสปรุงรส, น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก หลังต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีสูงขึ้น ป้องฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาที่ไม่เป็นธรรม มีผลบังคับใช้ 1 ปี เริ่ม 1 เม.ย. 2569 - สส.พรรคประชาชน ชี้นโยบายพลังงานต้องรักษาสมดุล 3 มิติ คาดวิกฤติพลังงานลามวิกฤติการคลังในอนาคตอันใกล้


แฟ้มภาพกระทรวงพาณิชย์

เว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ รายงานเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ว่า นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลกที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เริ่มส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน กรมการค้าภายในจึงเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งควบคุมวัตถุดิบต้นน้ำและโครงสร้างราคา เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง

นายวิทยากร กล่าวว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ โดยกำหนดสินค้า 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง เพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในตลาด โดยขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหลักเข้าหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามข้อมูลด้านสต็อก ปริมาณสินค้า ต้นทุน และทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด ทำให้ภาครัฐสามารถมองเห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุปทาน และนำข้อมูลมาบริหารจัดการเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการขาดแคลนสินค้าและการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง

โฆษณา - Advertising

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท PE, PP และ PET ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ตามประกาศ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถดำเนินมาตรการได้ทันก่อนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง

ในส่วนของซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค”

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มว่า “ นอกจากนี้ คณะกรรมการ กกร. ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกร โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อนพบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ ส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบจริงในอุตสาหกรรมส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนลดลง ทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศปรับตัวลดลง ขณะที่ปลากะพงมีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย และกากถั่วเหลืองได้มีการกำกับดูแลปริมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ“

“สินค้าทั้ง 3 รายการดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดเป็นสินค้าควบคุมต่อไป โดยกรมการค้าภายในจะเดินหน้ากำกับดูแลโครงสร้างราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นธรรม ระบบตลาดมีเสถียรภาพ และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย

โฆษณา - Advertising

สส.พรรคประชาชน ชี้นโยบายพลังงานต้องรักษาสมดุล 3 มิติ คาดวิกฤติพลังงานลามวิกฤติการคลังในอนาคตอันใกล้

วันนี้ (5 เม.ย.) รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า นโยบายพลังงานต้องรักษาสมดุล 3 มิติ เพราะหากไม่รักษาสมดุลจะทำให้เกิดปัญหาได้ แก้ปัญหามิติหนึ่งแต่จะเกิดอีกปัญหาอีกมิติหนึ่งแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีวิกฤตการณ์ทางด้านพลังงาน มาตรการระยะสั้นอาจก่อปัญหาระยะยาวที่ยากจะแก้ไขได้ในอนาคต 3 มิติของนโยบายพลังงาน ที่เราเรียกว่า Energy Trilemma หรือ ไตรลักษณ์ด้านพลังงาน สามเสาหลักประกอบไปด้วย 1. เสาหลักหรือมิติ ราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ (Affordability) 2. มิติความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) 3. มิติด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม (Sustainability)

ขณะนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาค่าไฟฟ้าก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงจากค่าพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้า หรือ เงินที่จ่ายให้โรงงานไฟฟ้าแม้ไม่ได้มีการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึง การจ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทน การมุ่งดำเนินนโยบายในมิติใดมิติหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อมิติอื่นๆ การออกแบบนโยบาย Net Zero 2050 ของรัฐบาลที่มีเป้าหมายตอบโจทย์มิติด้านความยั่งยืนในสถานการณ์วิกฤตการณ์พลังงานนั้น อาจต้องทบทวน โดยต้องให้น้ำหนักปัญหาน้ำมันแพง มิติราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ และ มิติความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มขึ้น จากการที่พลังงานอาจขาดแคลน ปัญหาเหล่านี้ คือ ปัญหาเฉพาะหน้า ที่จะลุกลามสู่ปัญหาเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน การใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการชดเชยราคาหรืออุดหนุนราคาพลังงานอาจนำมาสู่ปัญหาวิกฤตการณ์การคลังได้ หากการดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพ รั่วไหล ปล่อยให้มีการเก็งกำไร หรือ หาประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน จะยิ่งทำให้การชดเชยใช้เงินจำนวนมากแต่ไม่ได้ผลในการบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชน หากไม่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามเป้าหมาย จะเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าจะมีความเสี่ยงเรื่องฐานะทางการคลังเพิ่มขึ้น สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจทะลุเพดาน 70% ในปี พ.ศ. 2570 ได้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศและจะทำให้ ต้นทุนในการระดมทุนและการกู้ยืมของระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชนไทยสูงขึ้น จะเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ วิกฤตการณ์น้ำมันลามไปยังวิกฤติการคลังได้ การออกแบบโครงการหรือมาตรการต่างๆเพื่อแก้ปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาวะงบประมาณจำกัด ต้องใช้ความรู้ข้อมูล ส่งมอบนโยบายได้จริงตอบโจทย์เฉพาะหน้าซึ่งทำได้ทันที พร้อมปรับโครงสร้างระยะยาวไปด้วย จำเป็นต้องเน้นความคุ้มค่าและตรงกลุ่มเป้าหมาย ให้ทุกบาทที่ใช้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการได้อย่างแท้จริง   เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงพร้อมแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น  หลายประเทศเผชิญข้อจำกัดลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจกดดันให้มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่ก็จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้ไม่มากเพราะเศรษฐกิจชะลอตัว มีการคาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปีนี้อาจจะชะลอตัวลงมาเหลือ 2.5% อัตราเงินเฟ้อโลกเร่งตัวขึ้น

โฆษณา - Advertising

ช่วงต้นเดือนเมษายน ค่าการกลั่นพุ่งแตะ 14 บาท ควรมีการศึกษาเพื่อการเก็บภาษีเพิ่มจากโรงกลั่น นำเงินมาบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ค่าการกลั่นเมื่อปีที่แล้ววิ่งเฉลี่ยอยู่เพียง 1.7-2.2 บาทเท่านั้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นของโรงกลั่นพุ่งสูงจากค่าการกลั่น เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้รัฐบาลควรผลักดันให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอยเพิ่มเติม เพื่อรัฐบาลจะได้มีงบประมาณมาดูแลความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชนได้มากขึ้น หลายประเทศล้วนเก็บภาษีจากกำไรส่วนเกินมากกว่าปรกติทั้งสิ้น ตอนที่เกิดสงครามยูเครน เกิดวิกฤติพลังงานน้ำมันพุ่งสูง ประเทศยุโรปเก็บภาษีลาภลอยหรือกำไรเกินปรกติที่ประมาณ 33%

หากสงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและขยายวงต่อไป อาจเกิด Energy Lockdown ในประเทศขาดแคลนน้ำมัน ประเทศเหล่านี้จะไม่สามารถหาแหล่งน้ำมันสำรองได้เพียงพอต่อการใช้หากไม่สามารถนำเข้าน้ำมันได้ นอกจากขาดแคลนพลังงานแล้ว อาจเกิดการขาดแคลนสินค้าต้นน้ำของอุตสาหกรรมการผลิตสำคัญ เช่น ปุ๋ย ยา เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก โลหะ ส่วนประกอบเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น ปัญหาการชะงักงันของอุปทานและภาคผลิตในไทย จะเกิดขึ้นพร้อมกับการชะลอตัวของภาคส่งออก การนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้น อย่างการนำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 50 เดือน และ คาดว่าตัวเลขการนำเข้าในเดือนมีนาคม เมษายนและพฤษภาคมในส่วนของการนำเข้าพลังงานจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากความจำเป็นที่ต้องนำเข้าน้ำมันเพื่อสำรองเพิ่ม หากเกิดความจำเป็นต้องมี Energy Lockdown ขึ้นในประเทศไทย ต้องเตรียมรับมือผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข และ ความมั่นคงทางด้านอาหารให้ดีที่สุด ระบบไฟฟ้าในโรงพยาบาลต้องไม่ติดขัด รถฉุกเฉินรถพยาบาลต้องมีน้ำมันวิ่ง ยารักษาโรคต้องไม่ขาดแคลน เป็นต้น การขนส่งอาหารและสินค้าเกษตรไปตามจุดต่างๆของประเทศต้องไม่ติดขัด   
                            
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า วิกฤตการณ์น้ำมันและพลังงานที่คาดว่าจะยาวนานครั้งนี้จำเป็นต้องมีมาตรการทั้งทางด้านอุปทานและด้านอุปสงค์เพื่อรับมือ โดยมาตรการทางด้านอุปสงค์นั้นจะเน้นไปที่การประหยัดการใช้พลังงานและบริโภคพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันให้ใช้มาตรการ Energy Lockdown ได้ หลายประเทศเริ่มปิดการใช้ไฟฟ้า การยกเลิกกิจการบางประเภทที่ใช้พลังงานมากโดยไม่ใช่กิจการที่เป็นเรื่องจำเป็นพื้นฐานของชีวิต โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออก Report & Recommendations ให้คำแนะนำและแต่ละประเทศอาจเริ่มทำ Energy Lockdown และ ได้เผยแพร่มาตรการต่างๆที่ประเทศต่างๆทั่วโลกใช้ในการรับมือวิกฤติพลังงานครั้งนี้ ดังนี้ 1. Work From Home (WFH) ให้มากที่สุด เพื่อลดการเดินทาง ลดการใช้น้ำมันและพลังงาน 2. ลดความเร็วรถยนต์ทุกประเภทไม่เกิน 80-90 กม./ชม.  3. ใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว 4. ใช้รถยนต์ส่วนตัวและเติมน้ำมันได้ในวันที่กำหนดเท่านั้น โดยดูจากเลขทะเบียน (Number-Plate Rotation Schemes) 5. เพิ่มระบบ Car Pool  6. ห้ามใช้ก๊าซ LPG สำหรับการขนส่ง ให้ใช้ LPG สำหรับทำอาหารเท่านั้น 7. เปลี่ยนวิธีการขับรถและซ่อมบำรุงรถเพื่อประหยัดน้ำมัน 8. หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบิน 9. ส่งเสริมให้ใช้ไฟฟ้าในการทำอาหาร แทนก๊าซ LPG เพื่อเอา LPG ไปใช้ผลิตสินค้าที่จำเป็นอื่น 10. บริหาร Feedstocks ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนสินค้าที่เกี่ยวพันกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising