สุเทพผู้เสียหายจากกรณีถูกกำนันรายหนึ่งมัดไว้กับต้นมะม่วง-เคาะรังมดใส่หัว และกระทำทรมานนานกว่า 4 ชั่วโมง พร้อมด้วยมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเข้าร้องเรียนหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ถูกกำนันทำร้ายร่างกายและปฏิบัติโหดร้าย ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการทรมานและปฏิบัติโหดร้ายฯ
28 เม.ย. 2569 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงาน สุเทพ อายุ 28 ปี ชาวพัทลุง ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทางมูลนิธิผสานฯ กรณีถูกกำนันคนหนึ่งเข้าไปลากตัวจากในบ้าน แล้วใส่กุญแจมือ จากนั้นกำนันคนดังกล่าวได้นำตัวสุเทพมัดไว้กับต้นมะม่วงหน้าบ้าน และทำร้ายร่างกายโดยการตบหน้า เตะ รวมทั้งนำรังมดแดงมาเคาะที่หัว โดยกำนันผู้นี้อ้างว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิดว่าสุเทพแอบขโมยด้วงของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าสุเทพจะปฏิเสธก็ตาม
การกระทำของกำนันคนดังกล่าวทำให้สุเทพได้รับความทรมานนานกว่า 4 ชั่วโมง จนกระทั่งญาติขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ศรีนครินทร์ ให้ช่วยถอดกุญแจมือ หลังจากนั้นพบว่าตามลำตัวสุเทพเต็มไปด้วยรอยมดแดงกัด และโคนต้นมะม่วงมีร่องรอยจากการที่สุเทพพยายามดิ้นเพื่อเอาตัวรอด

สุเทพ ขณะกำนันถูกมัด
มูลนิธิผสานฯ เห็นว่า กำนันหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ถือเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีการใช้อำนาจรัฐหรือได้รับมอบอำนาจจากรัฐ ตามนิยามมาตรา 3 วรรค 3 ใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ซึ่งในการจับกุมหรือควบคุมตัวผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องบันทึกภาพ บันทึกเสียงขณะจับกุม รวมทั้งต้องแจ้งเหตุการจับกุมควบคุมตัวผู้กระทำความผิดไปที่สำนักงานอัยการและกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบการจับกุมควบคุมตัว ทว่ากำนันคนดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ทั้งยังกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายผู้กระทำความผิด การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานกระทำทรมาน ตามมาตรา 5 และ/หรืออาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ
มูลนิธิผสานฯ ในฐานะผู้ทราบหรือผู้แจ้งเหตุตามมาตรา 29 จึงได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้มีการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวโดยเร่งด่วน และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบต่อประชาชน
แม้จะมีข้อมูลปรากฏในสื่ออ้างว่าสุเทพเป็นผู้กระทำความผิดจากการขโมยด้วงที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ แต่มูลนิธิผสานฯ เห็นว่า การจับกุมควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจควรดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ตามอย่างเคร่งครัด สุเทพย่อมได้รับสิทธิในฐานะผู้ต้องหาที่จะได้รับการแจ้งข้อหาหรือการกระทำความผิด, ได้เข้าถึงทนายความ ผู้ไว้วางใจ และได้รับการปฏิบัติบนหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสุเทพยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ถึงที่สุด การกระทำของเจ้าหน้าที่ที่นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดหรือให้อำนาจไว้ จึงต้องได้รับโทษให้ถึงที่สุด ดังนั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริง สืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด และชี้แจงกรณีดังกล่าวนี้อย่างโปร่งใสนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างหลักประกันว่าการกระทำผิดกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่เกิดขึ้นอีก
