Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นับตั้งแต่มีการออกมาเปิดโปงสภาพแวดล้อมการทำงานในสตูดิโอแอนิเมชันชื่อดังอย่าง MAPPA ผู้ผลิตอนิเมะ ‘มหาเวทย์ผนึกมาร’ ปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตแอนิเมชั่นญี่ปุ่นนับเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบันซึ่งถึงแม้จะมีความพยายามในการแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งจากภาคเอกชน หรือทางรัฐบาลเองก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นมากกว่าแค่เรื่องคุณภาพชีวิตแต่เป็นเรื่องของโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘อนิเมะ’ เป็นหนึ่งในสื่อบันเทิงที่เป็นที่นิยมอย่างมากในยุคปัจจุบันและนับได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เติบโตไวที่สุดแห่งหนึ่ง แต่หากเรามองลึกลงไปยัง ‘หลังบ้าน’ ของอุตสาหกรรมดังกล่าว เราจะพบว่าคุณภาพชีวิตของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้มีสภาพที่ย่ำแย่ไม่ว่าทั้งจากชั่วโมงการทำงานที่สูง หรือค่าแรงที่ต่ำ และยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังพบเห็นอยู่จนปัจจุบัน

อุตสาหกรรมแอนิเมชันญี่ปุ่นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในญี่ปุ่นโดยข้อมูลจากทาง สมาคมผู้ผลิตแอนิเมชันญี่ปุ่นในปี 2567 ระบุว่า อุตสาหกรรมแอนิเมชั่นเติบโตกว่า 14.8% เป็นจำนวนกว่า 3.8 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 8.8 แสนล้านบาท แต่ในทางกลับกันคุณภาพชีวิตของแรงงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวกลับไม่ได้พัฒนาขึ้นเท่าที่ควร 

รายได้ของอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นญี่ปุ่น ข้อมูลจาก สมาคมผู้ผลิตอนิเมชั่นญี่ปุ่น (AJA)

จากรายงานของ คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนกับบรรษัทข้ามชาติและองค์กรธุรกิจอื่น ๆ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ปี 2567 ชี้ว่ารายได้เริ่มต้นของนักสร้างแอนิเมชันอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านเยนต่อปี หรือประมาณ 360,000 บาทต่อปี โดยประมาณ 30.8% ของแรงงานทั้งหมดเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่ง ณ ขณะนั้นยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน (พฤษภาคม 2567) ส่งผลทำให้มีฟรีแลนซ์จำนวนมากที่ต้องทำงานในชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป รวมถึงการที่ยังไม่มีการคุ้มครองแรงงานรับเหมาช่วง (subcontracting) นอกจากนี้สัญญาที่เหล่านักสร้างแอนิเมชันทำมักไม่สามารถคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของนักสร้างแอนิเมชั่นได้เพียงพอ ทำให้แรงงานจำนวนมากถูกเอาเปรียบ

ในปีเดียวกัน พฤศจิกายน 2567 กฎหมายคุ้มครองแรงงานอิสระของญี่ปุ่นถูกบังคับใช้ (Freelance Act) โดยมีการปรับให้อัตราค่าจ้างของฟรีแลนซ์ห้ามต่ำกว่าอัตราค่าจ้างของแรงงานทั่วไป และมีการสร้างมาตรการสำหรับการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานของฟรีแลนซ์ อาทิ บริษัทผู้ว่าจ้างต้องคำนึงถึงความสมดุลในการทำงานและชีวิตส่วนตัว หรือการที่บริษัทผู้ว่าจ้างต้องมีมาตรการสำหรับการคุ้มครองฟรีแลนซ์

นอกจากนี้ คณะกรรมการการค้ายุติธรรม อธิบดีสำนักงานวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง และกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ มีอำนาจในการให้คำแนะนำ จัดทำรายงาน และลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทผู้ว่าจ้าง

สมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานอิสระดังกล่าวนับเป็นก้าวแรกของการคุ้มครองฟรีแลนซ์ แต่ได้มีการตั้งประเด็นถึงประสิทธิภาพของการติดตามการจ่ายค่าจ้าง และการรักษาสมดุลในการทำงาน

ทางสมาพันธ์แรงงานแห่งชาติมองว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวควรใช้ในระยะสั้นเพื่อปรับเกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำ และการกำหนดระยะเวลาในการชำระเงินโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของฟรีแลนซ์

ความพยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน

ในปี 2564 เคยมีความพยายามในการพัฒนาคุณภาพแรงงานในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน The Asahi Shimbun ระบุ TMS Entertainment Co., Ltd. สตูดิโอแอนิเมชั่นสัญชาติญี่ปุ่นปล่อยโครงการฝึกอบรมการทำแอนิเมชันโดยรับผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 5 คนให้ฝึกการทำงานจริง มีค่าตอบแทนรายเดือนให้เป็นจำนวน 150,000 เยน หรือประมาณ 42,000 บาท และเมื่อสิ้นสุดโครงการผู้เข้าร่วมโครงการจะได้สัญญาจ้างเป็นนักสร้างแอนิเมชันโดยมีเงินเดือนเริ่มต้นเป็นจำนวน 250,000 เยน หรือประมาณ 72,500 บาท ซึ่งเทียบได้กับเงินเดือนนักศึกษาจบใหม่ในบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่น

โครงการดังกล่าวนับได้ว่าเป็นความช่วยเหลือสำหรับนักสร้างแอนิเมชันหน้าใหม่ ซึ่งมักจะถูกจับไปทำงานจิปาถะ และได้รับค่าแรง 700 เยนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 140 บาทซึ่งเป็นค่าแรงที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

ในขณะที่ความนิยมและอุปทานของแอนิเมชันญี่ปุ่นกำลังโตขึ้นภายในอุตสาหกรรมกลับขาดแคลนแอนิเมเตอร์ โดยในปัจจุบันในญี่ปุ่นมีแอนิเมเตอร์เพียงประมาณ 6,000 คน และมีจำนวนมากที่ทำงานในสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ โดยหากเราเทียบมัธยฐานค่าแรงของแอนิเมเตอร์จะพบว่าอยู่ที่ 1,300 เยน หรือประมาณ 260 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานค่าแรงในอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งอยู่ที่ 2,400 เยน หรือประมาณ 490 บาทต่อชั่วโมง

สตูดิโอแอนิเมชันขนาดใหญ่หลายแห่งจัดทำโครงการคลายคลึงกับของโครงการของ TMS Entertainment Co., Ltd. แต่สตูดิโอขนาดเล็ก และขนาดกลางไม่สามารถจัดทำโครงการดังกล่าวได้อันเนื่องมาจากการใช้งบประมาณที่สูง

สถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตแรงงานเป็นอย่างไรบ้าง

Anime News Network ระบุว่าคณะกรรมการการค้ายุติธรรมของญี่ปุ่นได้มีการปล่อยผลสำรวจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการทำงานภายในอุตสาหกรรมแอนิเมชันเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ได้มีการสำรวจการทำธุรกรรมระหว่าง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นกับผู้รับเหมาหลัก กลุ่มผู้รับเหมาหลักกับผู้รับเหมาช่วง และกลุ่มบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชันกับกลุ่มฟรีแลนซ์ โดยได้มีการทำแบบสำรวจจาก 130 บริษัท และฟรีแลนซ์ 165 คน จากการสำรวจดังกล่าวมักพบปัญหาการเปิดเผยเงื่อนไขที่ล่าช้า และมีการจ่ายค่าตอบแทนที่ต่ำ นอกจากนี้ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดสัญญาโดยเฉพาะในเรื่องของค่าจ้างซึ่งกลุ่มผู้รับเหมาช่วง หรือฟรีแลนซ์แทบไม่มีอำนาจในการกำหนด หรือต่อรองค่าจ้างเลย

ผลสำรวจยังพบกับปัญหาการยกเลิกงาน การจ่ายค่าจ้างที่ล่าช้า รวมถึงการไม่มีค่าทดแทนสำหรับการทำงานซ้ำอีกด้วย

ทางด้านของ Cartoon Brew ได้มีการรายงานเกี่ยวกับปัญหาที่ถูกเรียกว่า “กับดักแพชชั่น” ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพแรงงาน โดยบริษัทผู้ว่าจ้างมักหาผลประโยชน์จากแพชชั่นของเหล่านักสร้างแอนิเมชัน หลายคนต้องทำงานหนักเกินควรโดยที่ไม่มีค่าชดเชยเนื่องจากความรักในงานของตัวเอง

องค์กรอย่าง Nippon Anime & Film Culture Association หรือ NAFCA มีความพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยการทำใบประกอบวิชาชีพ และการจัดการทดสอบฝีมือของเหล่านักสร้างแอนิเมชั่นเพื่อสร้างมาตรฐานทั้งในด้านทักษะ และการกำหนดค่าแรงพื้นฐานที่ยุติธรรม แต่หากไม่มีการยกระดับการคุ้มครองแรงงานภายในอุตสาหกรรมปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงจะมีอยู่เรื่อยๆ จนปัจจุบัน

 

อ้างอิง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง