อัมสเตอร์ดัมกลายเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ประกาศใช้กฎห้ามโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิลและผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ครอบคลุมสินค้าและบริการที่ปล่อยคาร์บอนสูง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน รถยนต์ใช้น้ำมัน แก๊สหุงต้ม รวมถึงเนื้อสัตว์อย่างเบอร์เกอร์ฟาสต์ฟู้ด โดยห้ามโฆษณาทั้งบนป้ายบิลบอร์ด รถโดยสารสาธารณะ และพื้นที่สถานีขนส่งทุกแห่งในเมือง

ภาพจาก: Albert Bridge/Earth.Org
เว็บไซต์ Earth.Org รายงานว่า อัมสเตอร์ดัมกลายเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ประกาศใช้กฎห้ามโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิลและผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026
สภาเมืองมีมติผ่านกฎหมายนี้ด้วยคะแนน 27 ต่อ 17 เสียงเมื่อเดือนมกราคม 2026 ครอบคลุมสินค้าและบริการที่ปล่อยคาร์บอนสูง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน รถยนต์น้ำมัน สัญญาแก๊สหุงต้ม รวมถึงเนื้อสัตว์อย่างเบอร์เกอร์ฟาสต์ฟู้ด โดยห้ามโฆษณาทั้งบนป้ายบิลบอร์ด รถโดยสารสาธารณะ และพื้นที่สถานีขนส่งทุกแห่งในเมือง
การเผาถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันเพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อน ถือเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ก็รับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอาหารเกือบ 60% และอุตสาหกรรมปศุสัตว์โลกคาดว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฝีมือมนุษย์ทั้งหมด 14-18%
"โฆษณาไม่ได้แค่ขายสินค้า มันยังกำหนดสิ่งที่สังคมมองว่าปกติและยอมรับได้" อันเดรอา มันคูโซ (Andrea Mancuso) ผู้จัดการชุมชนและทุนของกลุ่ม Creatives for Climate กล่าว ก่อนการลงมติในเดือนมกราคม
Creatives for Climate และกลุ่มรณรงค์ท้องถิ่น Reclame Fossielvrij ร่วมกันจัดทำจดหมายเปิดผนึกที่มีนักสร้างสรรค์และผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 100 คนลงนาม เรียกร้องให้สภาเมืองอัมสเตอร์ดัมทำตามคำมั่นสัญญาปี 2020 ที่จะแบนโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเนื้อสัตว์
"การโปรโมตเชื้อเพลิงฟอสซิลขัดขวางการแก้ปัญหาสภาพอากาศโดยตรง และล็อกพฤติกรรมที่เราต้องเปลี่ยน การที่อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองหลวงแห่งแรกที่แบนโฆษณาพวกนี้อย่างถูกกฎหมาย ถือเป็นการขีดเส้นที่ชัดเจนและสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลก" มันคูโซกล่าว
กระแสเคลื่อนไหวทั่วโลก
เฮก อีกเมืองของเนเธอร์แลนด์ ก็เคยเป็นเมืองแรกในโลกที่แบนโฆษณาสินค้าและบริการที่ปล่อยคาร์บอนสูง เช่น รถยนต์น้ำมัน เรือสำราญ และตั๋วเครื่องบิน ในปี 2024
กฎห้ามของเฮกถูกฟ้องศาล โดย ANVR สมาคมตัวแทนท่องเที่ยวและทัวร์ออเปอเรเตอร์เนเธอร์แลนด์ และบริษัทท่องเที่ยว TUI อ้างว่าละเมิดผลประโยชน์เชิงพาณิชย์และกฎหมาย EU แต่ในเดือนเมษายน 2025 ศาลเนเธอร์แลนด์ยืนยันว่ารัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินนโยบายสภาพอากาศตามที่จำเป็น แม้จะขัดกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของบริษัทที่ก่อมลพิษก็ตาม
"เหมือนนโยบายต้านบุหรี่ที่ไม่ได้ผลถ้าโฆษณาบุหรี่ยังอยู่ทุกที่ เราก็จะไม่มีนโยบายสภาพอากาศที่ได้ผลถ้าสินค้าเชื้อเพลิงฟอสซิลยังโฆษณาอยู่ทุกหัวถนน" เฟมเค สลีเกอร์ส (Femke Sleegers) จาก Reclame Fossielvrij กล่าวในตอนนั้น โดยเรียกคำตัดสินนี้ว่าเป็น "จุดเปลี่ยน"
ปัจจุบันกว่า 50 เมืองทั่วโลกส่วนใหญ่ในยุโรปได้จำกัดโฆษณาประเภทนี้หรืออยู่ระหว่างพิจารณา เช่น บางเมืองในเนเธอร์แลนด์ รวมถึงในประเทศอื่น ๆ อย่าง สตอกโฮล์ม เอดินเบิร์ก และซิดนีย์
ส่วนสเปนอาจกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่แบนในระดับชาติ หลังรัฐบาลอนุมัติร่างกฎหมายห้ามโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิล ยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และเที่ยวบินระยะสั้นที่มีทางเลือกรถไฟที่ยั่งยืนกว่าอยู่แล้ว
"การฟอกเขียวอย่างไร้ยางอาย"
เลขาธิการ UN อันโตนิโอ กูแตร์เรส (António Guterres) เคยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ แบนโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิลในแบบเดียวกับที่จำกัดบุหรี่ "อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมากทำการฟอกเขียวอย่างไร้ยางอาย ขณะเดียวกันก็พยายามดึงเวลาการแก้ปัญหาสภาพอากาศด้วยการล็อบบี้ คุกคามทางกฎหมาย และแคมเปญโฆษณามโหฬาร โดยมีบริษัทโฆษณาและพีอาร์คอยช่วยเหลือ" กูแตร์เรสกล่าวในสุนทรพจน์ปี 2024
เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องให้เอเจนซีโฆษณาและพีอาร์ รวมถึงสื่อและบริษัทเทคโนโลยี หยุดรับงานจากบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล
"การแบนโฆษณาเชื้อเพลิงฟอสซิลและบังคับให้บริษัทพีอาร์ตัดสัมพันธ์กับบริษัทที่ก่อมลพิษอย่างเป็นระบบ เป็นสิ่งจำเป็นที่ชัดเจนในการสร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นธรรม" จอห์นนี ไวต์ (Johnny White) ทนายความจาก ClientEarth กล่าว "เราจะเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างรวดเร็ว หรือจะปล่อยให้อิทธิพลของอุตสาหกรรมนี้แทรกซึมสังคมและขัดขวางการแก้ปัญหาสภาพอากาศต่อไป แต่จะเลือกทั้งสองพร้อมกันไม่ได้"
