Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ผ่านมา 16 ปี อีก 4 ปีหมดอายุความ แต่ยังไร้ความคืบหน้า' 'เทวฤทธิ์' ตั้งกระทู้ถาม รมว.ยุติธรรม เรื่องความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุสลายการชุมนุม 'คนเสื้อแดง' ปี 2553 จำนวน 13 คดี และสอบถามแนวทางป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ หวั่นซ้ำรอย 'ตากใบ' 

 

11 พ.ค. 2569 ยูทูบ TP Channel ถ่ายทอดสดออนไลน์การประชุมวุฒิสภาวันนี้ (11 พ.ค.) เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่มสื่อมวลชน ได้ตั้งกระทู้ถามต่อ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในหัวข้อ "กระทู้ถาม เรื่อง สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือน เม.ย. - พ.ค. 2553 และแนวทางเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม" โดยวันนี้ รมว.ยุติธรรม มาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง 

เทวฤทธิ์ ชี้ว่า คดีนี้ผ่านมาแล้วถึง 16 ปีและกำลังจะขาดอายุความ 20 ปี ในอีก 4 ปีข้างหน้า มีผู้เสียชีวิตถึง 94 รายซึ่งในกระบวนการไต่สวนการตายก่อนการรัฐประหารปี 2557 ศาลได้มีคำสั่งออกมาแล้ว 33 ราย โดยพบว่ามีถึง 18 รายที่ศาลระบุชัดเจนว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่

พร้อมทั้งยกตัวอย่างรายละเอียดของผู้ที่ถูกยิงในเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้สูญเสียมีทั้งอาสาสมัคร สื่อมวลชน เยาวชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เพียงกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น ได้แก่ กลุ่ม 6 ศพวัดปทุมวนาราม ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2556 ว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืน 5.56 มม. ของเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบด้วย มงคล เข็มทอง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสา และ อัครเดช ขันแก้ว อาสาสมัครมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังมีฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณแยกราชดำริ ซึ่งศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ คุณากร ศรีสุวรรณ เยาวชนอายุ 12 ปี และ พัน คำกอง ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณถนนราชปรารภ รวมถึง สมร ไหมจันทร์ คนขับรถตู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส แต่รอดชีวิตมาได้ ตลอดจนแม้แต่ทหารด้วยกันเองอย่าง พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ สังกัด ร.9 พัน 2 ที่ถูกกระสุนความเร็วสูงยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ  

"กระบวนการในการแสวงหาความยุติธรรมต่อพวกเขาเหล่านั้น ถ้าคุณปฏิเสธว่าผู้ชุมนุมสมควรแล้ว อันนั้นก็ว่าไป แต่สำหรับอาสาสมัครมนุษยธรรม สำหรับสื่อมวลชน สำหรับประชาชนทั่วไป สำหรับเยาวชน สำหรับทหารด้วยกันเอง คดียังไม่มีความคืบหน้าเลยนี่ 16 ปีแล้ว" เทวฤทธิ์ กล่าว

เทวฤทธิ์ ตั้งคำถามกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายชัดเจนในเรื่องยึดมั่นในหลักนิติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม หรือแม้แต่วิสัยทัศน์ของกระทรวงยุติธรรมก็คือการอำนวยความยุติธรรม จึงขอถามทั้งหมด 2 คำถามด้วยกันเกี่ยวกับคดีความคนเสื้อแดง ประกอบด้วย 

  1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 13 คดีดังกล่าวในปัจจุบันเป็นอย่างไร อยู่ในชั้นและขั้นตอนใดของการพิจารณาคดีทางศาล หรือกระบวนการยุติธรรม คำพิพากษาเป็นเช่นใด คดีถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อย่างไร 
  2. นอกจากแนวทางการแก้ไขกฎหมายเรื่องอายุความแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะมีนโยบาย แนวทางหรือวิธีการจัดการอื่นใดในการเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมฯ นี้ ขาดอายุความเฉกเช่นเดียวกับคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมกรณีตากใบ

ด้าน พล.ต.ท. รุทธพล ลุกขึ้นชี้แจงว่า ในประเด็นข้อที่ 1 ความคืบหน้าคดีที่สืบเนื่องจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 มีทั้งหมด 383 คดี แบ่งเป็นกลุ่มทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ 1. คดีก่อการร้าย 156 คดี 2. คดีข่มขู่บังคับรัฐบาล 25 คดี 3. คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 181 คดี และ 4. คดีกระทำต่อยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 21 คดี 

สำหรับคดีในกลุ่มทำร้ายประชาชน หรือในกลุ่มที่ 3 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นควรสั่งฟ้อง และดำเนินการตามกฎหมาย จำนวน 13 คดี ปัจจุบันแบ่งเป็น 5 สถานะหลัก ได้แก่ 

  1. กลุ่มแรกคดีทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย จำนวน 2 คดี เหตุเกิดขึ้นที่ สน.ลุมพินี ทั้งสองคดีความ ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา โดยออกหมายจับตามภาพ ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และประกาศสืบจับผู้ต้องหาภายในอายุความตามกฎหมาย ผลการสอบสวนปรากฏว่า ผู้ต้องหาหลบหนี และยังไม่สามารถตามจับได้ ซึ่งตอนนี้คดีขาดอายุความแล้ว 
  2. กลุ่มที่ 2 คือคดีที่กล่าวหาว่า ฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่น มีจำนวน 6 คดี ศาลพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน เหตุเกิดที่ BTS ศาลาแดง และหน้าตึกอือจือเหลียง พระราม 4 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ 
  3. เป็นกลุ่มคดีที่ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นควรสั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อยู่ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้มีอำนาจทำการไต่สวน การยกฟ้องดังกล่าวเป็นกรณีการยกฟ้องของอำนาจการสอบสวน ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงส่งสำนวนการสอบสวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณา 

    ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนและยกคำร้องกรณีนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ ขณะนั้น และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการหาตัวคนร้าย จำนวน 3 คดี 

    สถานะคดี ณ ปัจจุบัน DSI มีความเห็นงดการสอบสวน เนื่องจากไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด ส่งสำนวนการสืบสวนไปยังพนักงานอัยการ พนักงานอัยการมีความเห็นให้งดการสอบสวน และให้ตามหาผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีให้ทันตามอายุความ

  4. คดีกล่าวหาทหารกรณี 6 ศพวัดปทุมวนาราม อัยการทหารมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา มีจำนวน 1 คดี 
  5. คดีพยายามฆ่า และทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น กรณียิง M79 ใส่ สน.ลุมพินี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี

ในส่วนของนโยบาย แนวทาง หรือวิธีการอย่างใดในการเร่งรัดคดี หรือวิธีการการป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า ทางกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญในเรื่องการเร่งรัดคดีให้ทันอายุความ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยแนวทางการเร่งรัดคดีจะมีการประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานไม่ล่าช้าและมีการบูรณาการข้อมูลทุกภาคส่วน  

นอกจากนี้ DSI ได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553" ขึ้นเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ เพื่อรับผิดชอบสืบสวนสอบสวน และเร่งรัดคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ ป้องกันไม่ให้คดีขาดอายุความ

หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงเสร็จสิ้น เทวฤทธิ์ ได้ตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงความย้อนแย้งในคดีกลุ่ม 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่การไต่สวนการเสียชีวิตศาลพลเรือนชี้ชัดว่า กระสุนมาจากทหารพร้อมระบุหน่วยที่ชัดเจน แต่เมื่อ DSI ฟ้องต่อศาลทหาร กลับปรากฏว่าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง โดยยกเหตุไม่มีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น จึงเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ DSI รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อทำสำนวนส่งฟ้องใหม่ในคดีนี้ หรือในคดีอื่นๆ 

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเคยชูนโยบายคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงได้เข้ามาหารือเพื่อผลักดันเรื่องนี้บ้างหรือไม่ 

พล.ต.ท. รุทธพล ตอบแต่เพียงคำถามในประเด็นที่ 2 โดยระบุว่า ตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่งยังไม่มีกลุ่มใดเข้ามาเรียกร้องเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ขณะที่ในแง่การเยียวยา กระทรวงยุติธรรมได้จ่ายเงินชดเชยให้ผู้บาดเจ็บไปแล้ว 19 ราย เป็นเงิน 469,202 บาท รวมถึงให้ความช่วยเหลือเรื่องการประกันตัว ส่วนประเด็นเรื่องพยานหลักฐานนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันทำงานและรวบรวมหลักฐานอย่างเต็มที่ที่สุดแล้วภายใต้กรอบของกฎหมาย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง