Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. และ 5 หน่วยงานร่วมจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในปฏิบัติการ "เผยเงามังกร" หลังสืบสวนขยายผลจากคดี "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีนที่ถูกจับได้พร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในชลบุรี โดยพบว่าอดีตปลัดอำเภอช่วยทำเอกสารสวมทะเบียนบ้านเพื่อให้ได้บัตรสีชมพูโดยมิชอบ และยังพบว่าเคยออกบัตรประชาชนประเภทต่างๆ อีกอย่างน้อย 445 ราย ซึ่งพบว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างน้อย 18 ราย

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “เผยเงามังกร” เข้าจับกุม นายฉัตรเทพ เพิ่มทรัพย์ ปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว) พร้อมพวก ในข้อหา เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลคดี “หมิง เฉิน ซุน” ชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมหลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ จ.ชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในรถและบ้านพัก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โฆษณา - Advertising

จากการสืบสวนพบข้อมูลว่า มีการช่วยดำเนินการด้านเอกสารและย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยมิชอบ

ด้าน นายฉัตรเทพ ให้การ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมาย และไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากชาวจีนตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันจะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

ต่อมา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบ.ตร.สอบสวนกลาง, พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายกิตติศักดิ์ พิมพ์สาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลปฏิบัติการ “เผยเงามังกร”  สืบเนื่องจากช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้บูรณาการร่วมกันจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว โดยการจัดทำทะเบียนเท็จให้กับ “นายหมิงเฉิน ซัน” ชายชาวจีนวัย 31 ปี ผู้ถือบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรสีชมพู” ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจับกุมในคดีครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทาอย่างจริงจัง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ได้สั่งการให้กรมการปกครองเร่งตรวจสอบประวัติทางทะเบียนของ นายหมิงเฉิน ซัน โดยพบพิรุธหลายจุด และเชื่อว่าเป็นการใช้ระบบทะเบียนราษฎรเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ในการนี้ ชุดสืบสวน DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครอง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ทั้งที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง  โดยมีอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินการจัดเตรียมเอกสารและประสานขอให้เจ้าบ้านรายหนึ่งรับย้ายชื่อของ นายหมิงเฉิน ซัน เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอเชียงดาว เพื่อดำเนินออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6)  ซึ่งหลังได้รับบัตรสีชมพูแล้ว นายหมิงเฉิน ซัน ก็เดินทางออกจากพื้นที่ทันที และไม่เคยกลับมาอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว

เมื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ได้พบความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อำเวียงแหง และ อำเภอเชียงดาว ซึ่งถูกจับกุมในปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อปี 2568 โดยบางรายเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทาที่หลบหนีคดีมาจากประเทศจีน  นอกจากนี้ ยังตรวจพบอีกว่า อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว คนดังกล่าว เคยจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรสีขาว เลข 0” จำนวน 445 ราย ในช่วงปี 2564 ซึ่งเบื้องต้นพบอย่างน้อย 18 ราย ที่อาจเป็นการออกเอกสารโดยมิชอบ

สำหรับการดำเนินคดีทางกฎหมาย เบื้องต้น ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว) และลูกจ้างในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ส่วนผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ทั้งเจ้าบ้านและผู้รับรองเอกสาร พนักงานสอบสวนจะทยอยออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  ขณะเดียวกัน กรมการปกครองได้สั่งการให้สำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว เร่งเพิกถอนรายการทะเบียนที่ทุจริตทั้งหมด พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเดินหน้าขยายผลสอบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป


ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ [1] [2]

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising