สถาบันพระปกเกล้า โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “KPI Poll” เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรก สนามเลือกตั้ง กทม. 69” จากการสำรวจคนกรุงเทพฯ 1,600 คน ความนิยม 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 31.5% รองลงมาคือ 'ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร' 13.1% - สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก. ผลสำรวจพบว่า 41.6% ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือ 20.0% เลือกผู้สมัครสังกัดพรรคฝ่ายค้าน

29 พฤษภาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “KPI Poll” เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรก สนามเลือกตั้ง กทม. 69” ชี้ว่าการแข่งขันชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในช่วงเปิดสนามยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันจะยังครองคะแนนนำในภาพรวม
การสำรวจดำเนินการระหว่างวันที่ 22–25 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร รวม 1,600 ตัวอย่าง โดยสถาบันฯ ระบุว่ามุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” ตามมาตรฐานวิชาการ ไม่ชี้นำทางการเมือง แต่จัดทำขึ้นเพื่อ “ฟัง” เสียงของประชาชน
ชัชชาตินำ แต่เกือบ 1 ใน 4 ยังไม่ตัดสินใจ
เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันนี้จะเลือกใคร พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 31.5% รองลงมาคือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 13.1%, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 7.5%, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช 6.6%, หม่อมหลวงกร กสิวัฒน์ เกษมศรี 6.2%, นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล 6.1% และนายอนุชา บูรพชัยศรี 4.9% ขณะที่ผู้ตอบ “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” มีสูงถึง 24.1%
สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ว่าแม้ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันจะยังนำในภาพรวม แต่สัดส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจที่สูงสะท้อนว่าสนามผู้ว่าฯ ยังไม่ปิดเกม และยังเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครรายอื่นสร้างความชัดเจนทั้งด้านนโยบาย ผลงาน และความเชื่อมั่นในการบริหารเมือง
ฐานเก่ายังเหนียว แต่ไม่ได้กำหนดผลทั้งหมด
เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 พบว่ากลุ่มที่ “เคยเลือกชัชชาติ” ปัจจุบันยังเลือกชัชชาติถึง 60.7% ส่วนผู้ที่เคยเลือกนายสกลธี ภัททิยกุล หันมาเลือกชัชชาติ 45.5% และกลุ่มที่เคยเลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เลือกชัชชาติ 31.0%
ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ปัจจุบันเทคะแนนให้ ดร.โจ ชัยวัฒน์ ถึง 49.2% ขณะที่เลือกชัชชาติเพียง 12.9% ส่วนกลุ่มที่จำไม่ได้/ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์/ไม่ประสงค์ตอบ ยังไม่ตัดสินใจสูงถึง 53.8% สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัครเดิมกับผู้สมัครใหม่ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อรักษาฐานเดิม ดึงฐานข้ามกลุ่ม และโน้มน้าวกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ
เลือกผู้ว่าฯ ไม่เหมือนเลือก สส.
เมื่อจำแนกตามพรรคที่เคยเลือก สส. เขตครั้งล่าสุด พบว่า ชัชชาติมีคะแนนนำในหลายฐานพรรค ทั้งผู้ที่เลือกพรรคเพื่อไทย 39.4%, พรรคภูมิใจไทย 37.0%, พรรคประชาชน 31.0%, พรรคประชาธิปัตย์ 28.3% และพรรคอื่น ๆ 42.0% ขณะที่ ดร.โจ ชัยวัฒน์ ทำคะแนนได้สูงในกลุ่มผู้เลือกพรรคประชาชนที่ 30.9% ซึ่งสูสีกับชัชชาติในกลุ่มเดียวกัน ส่วนนายอนุชามีคะแนนเด่นในฐานผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ที่ 23.2% สะท้อนว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ มีลักษณะเฉพาะที่ประชาชนพิจารณา “ตัวบุคคลและผลงาน” ควบคู่กับความชอบทางการเมือง
สนาม ส.ก. คนกรุงเทใจผู้สมัครอิสระ
สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผลสำรวจพบว่า 41.6% ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือ 20.0% เลือกผู้สมัครสังกัดพรรคฝ่ายค้าน, 17.6% เลือกผู้สมัครสังกัดพรรคใดก็ได้, 3.6% เลือกผู้สมัครสังกัดพรรคฝ่ายรัฐบาล และอีก 17.2% ยังไม่ตัดสินใจ สถาบันฯ มองว่าประชาชนเกือบครึ่งอาจกำลังมองหา “ตัวแทนเขต” ที่ใกล้ชิดประชาชนและไม่ผูกโยงกับพรรคการเมืองมากเกินไป โดยคะแนนของผู้สมัครฝ่ายค้านที่สูงกว่าฝ่ายรัฐบาลอย่างชัดเจน อาจสะท้อนอารมณ์ทางการเมืองที่ต้องการใช้สนามท้องถิ่นเป็นพื้นที่ตรวจสอบถ่วงดุลการเมืองระดับชาติ
