Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ 2,029 คน ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 18 โดยเป็นการสํารวจครั้งที่ 3 พบส่วนใหญ่ 60.08% จะเลือก 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ผู้สมัครอิสระ เป็นผู้ว่าฯ คนต่อไป รองลงมา 13.17% 'ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร' ผู้สมัครจากพรรคประชาชน 7.30% 'มัลลิกา บุญมีตระกูล' ผู้สมัครอิสระ และ 3.89% 'อนุชา บูรพชัยศรี' ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ - ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก. พบว่า 35.39% ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระ รองลงมา 28.88% เลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน 10.55% เลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และ 9.96% เลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์

14 มิถุนายน 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสํารวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 18 โดยเป็นการสํารวจครั้งที่ 3 จากกลุ่มตัวอย่างจํานวน 2,029 คน ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569

ผลสํารวจพบว่า ร้อยละ 60.08 ระบุว่าจะเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนต่อไป รองลงมา ได้แก่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ร้อยละ 13.17 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 7.30 และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.89

ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พบว่า ร้อยละ 35.39 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระ รองลงมา ร้อยละ 28.88 เลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน ร้อยละ 10.55 เลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 9.96 เลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์

โฆษณา - Advertising

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ผลสํารวจทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนในกรุงเทพมหานครยังคงให้ความสําคัญกับตัวบุคคลมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง โดยฐานเสียงเดิมของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนส่วนหนึ่ง ยังไม่ได้เปลี่ยนมาสนับสนุนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อย่างเต็มที่

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพล 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคล โดยฐานเสียงเดิมของก้าวไกลเดิมและพรรคประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้เคลื่อนมาสนับสนุนโจ-ชัยวัฒน์อย่างเบ็ดเสร็จ สะท้อนว่าคะแนนนิยมของพรรคไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยอัตโนมัติ และการยอมรับในตัวผู้สมัครยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ
ดร.พรพรรณ บัวทอง

ด้าน ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับ “ผลงานและตัวบุคคล” มากกว่าการเมืองแบบพรรคอย่างชัดเจน โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับการสนับสนุนสูงถึงร้อยละ 60.08 ทิ้งห่างผู้สมัครอันดับสองอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมืองยังคงอยู่ในระดับสูง ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลข คือการเคลื่อนตัวของฐานเสียงทางการเมืองที่สะท้อนแนวโน้มของ “การเมืองเชิงประสิทธิภาพ” (Performance-based Politics) มากกว่าการยึดโยงกับอุดมการณ์หรือพรรคการเมือง เพียงอย่างเดียว โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลากหลายกลุ่มการเมืองยังคงพร้อมสนับสนุนผู้สมัครที่พิสูจน์ผลงานได้จริง

ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนยังรักษาความแข็งแกร่งในฐานะพลังทางเลือกของคนเมือง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม การที่ผู้สมัครอิสระยังได้รับความนิยมสูงทั้งในระดับผู้ว่าฯ และ ส.ก. สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ กำลังส่งสัญญาณว่าคุณภาพผู้นำและความสามารถในการแก้ปัญหามีน้ำหนักเหนือแบรนด์พรรคการเมือง ในมิติทางรัฐศาสตร์ ผลโพลครั้งนี้จึงชี้ให้เห็นว่าการเมืองกรุงเทพฯ กำลังก้าวสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์ ซึ่งอาจเป็นทิศทางสำคัญของพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยในอนาคต

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising