Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วานนี้ (9 พ.ย.) พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กถึงจุดยืนของพรรคในการตรวจสอบรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล โดยกำหนด 3 เงื่อนไขหลัก ที่จะนำไปสู่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ผมต้องยืนยันว่าพวกเราพรรคประชาชนพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐบาลอนุทิน ซึ่งรวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เหตุผลที่เราตัดสินใจทำข้อตกลง MOA ให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็เพื่อให้เราในฐานะฝ่ายค้าน มีกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นอาวุธในการกำกับและกดดันให้รัฐบาลรักษาสัญญา ทั้งเรื่อง (1) การยุบสภาภายใน 4 เดือน และ (2) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดังนั้น ในขั้นต่ำ:

1. หากนายกฯ ไม่ยุบสภาภายใน 31 ม.ค. 2569 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

2. หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาภายในสิ้นปี 2568 เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

- เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้เกิดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว (อย่างน้อยในวาระที่ 2) ก่อน 12 ธ.ค. และเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระที่ 3 (ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 15 วัน หลังการพิจารณาในวาระที่ 2) ได้ทันก่อนสิ้นปี

3. อย่างไรก็ตาม เราย้ำมาโดยตลอดว่าเงื่อนไขข้อที่ 1-2 ไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศตามอำเภอใจ ในห้วงเวลาระหว่างทางจากวันนี้จนถึงสิ้นปี - หากรัฐบาลดำเนินนโยบาย ใช้อำนาจรัฐ หรือแสดงออกให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและประเทศอย่างหนักจนไม่อาจให้สามารถอยู่ในอำนาจได้จนถึงสิ้นปี พรรคประชาชนก็พร้อมจะใช้ทุกกลไก (รวมถึงกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ) ในการตรวจสอบรัฐบาลอนุทิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ หรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ผมเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชน ต้องการให้ทุกพรรคการเมืองยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อให้เกิดการยุบสภาภายในต้นปี ก็เพื่อให้อำนาจในการชี้ชะตาอนาคตกลับคืนสู่มือประชาชนโดยเร็ว พรรคประชาชนตัดสินใจทำข้อตกลง MOA เพื่อปลดล็อกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เพื่อให้เรามีกติกาและระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้เราเชื่อว่าการทำให้ข้อตกลง MOA เป็นจริง จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่เราก็ไม่ประสงค์จะให้ห้วงเวลา 2 เดือนข้างหน้านี้ (ที่ต้องใช้ในการดำเนินการตาม MOA) ต้องแลกมากับความเสียหายต่อผลประโยชน์กับประชาชนในมิติอื่นๆ

พร้อมหารือ ‘เพื่อไทย’ ปมยื่นญัตติ หากเป้าหมายตรงกัน

วันนี้ (10 พ.ย.) พริษฐ์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึง 3 เงื่อนไขหลักที่จะนำไปสู่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณียื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากต้องรอกระบวนการ และทำให้ห้วงเวลาชนกับสิ้นเดือน ม.ค.69 จะทำอย่างไร

โฆษกพรรคประชาชนกล่าวว่ากรอบเวลาเป็นอย่างไรคงต้องหารือกัน โดยต้องหารือกับพรรคเพื่อไทยด้วย อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยฐานะฝ่ายค้าน มี สส. เกิน 100 คน ย่อมมีสิทธิ์ยื่นญัตติด้วยตัวเอง ตนคิดว่าหากมีเป้าหมายที่ตรงกัน ควรหารือกันว่าแต่ละพรรคมีมุมมองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร 

เมื่อถามย้ำว่าหากไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ จะดำเนินการอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า สมมติว่าเราเปิดสมัยประชุม 12 ธ.ค. เราจะรู้ก่อนหน้านั้นแล้ว ว่าจะเปิดประชุมวิสามัญหรือไม่ ถ้าไม่เปิดถือว่าผิดเงื่อนไข ข้อ 2 ชัดเจน เพราะไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญผ่านให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 68 ได้ แต่ถ้าเปิดสมัยวิสามัญพิจารณาวาระสอง เสร็จก่อนวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งในช่วงรอ 15 วันก่อนเข้าวาระ 3 ถ้าตัดสินใจรอก็รอ แต่ถ้ามีเหตุอื่นที่ไม่สามารถรอ 15 วันได้ เป็นสิทธิ์ที่พรรคการเมืองจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และหากวาระสามในปลายเดือน ธ.ค.68 ไม่ผ่านสภา สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ 

พริษฐ์ยืนยันว่าพรรคประชาชนให้น้ำหนักทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปัญหาสแกมเมอร์เท่ากัน โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง พร้อมระบุว่าแม้ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค จะกล่าวว่ายังไม่เห็นความผิดร้ายแรง แต่พรรคก็พร้อมตรวจสอบข้อกังขาของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์และจะนำข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดสมัยวิสามัญมาประกอบการตัดสินใจหลังเปิดสมัยประชุมสามัญในวันที่ 12 ธันวาคมนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง