ญี่ปุ่นยุบสภาจัดเลือกตั้งวันเดียวกับไทย ผลปรากฎว่า พรรค LDP พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่มีอำนาจมายาวนานชนะการเลือกตั้งแบบที่นั่งในสภาเกิน 2 ใน 3 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ส่งผลให้ “ซานาเอะ ทากาอิจิ” กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหนทางข้างหน้าของพรรค LDP อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะพรรคแนวร่วมรัฐบาลยังขาดเสียงข้างมากในวุฒิสภา
17 ก.พ. 2569 ซานาเอะ ทากาอิจิ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หลังจากที่พรรคแนวร่วมฝ่ายรัฐบาลที่นำโดยพรรค LDP สามารถชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาได้แบบถล่มทลาย ด้วยการได้ที่นั่งสส. 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง
สื่อเอชเอ็นเคระบุว่า นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่มีพรรคการเมืองญี่ปุ่นชนะที่นั่งในสภามากกว่า 2 ใน 3 โดยที่ ทากาอิจิ ก็หวังว่าจะใช้ชัยชนะตรงจุดนี้เป็นแรงส่งให้เธอสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศตามแนวทางที่หาเสียงไว้ได้
มีข้อสังเกตจากสื่อว่า ทากาอิจิน่าจะพยายามผลักดันนโยบายแบบอนุรักษ์นิยมทั้งในเชิงสังคมและการทหาร รวมถึงพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับจุดยืนของตัวเองบนเวทีโลก
ทากาอิจิ มีพี่เลี้ยงทางการเมืองคืออดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุดในญี่ปุ่น นักวิเคราะห์ประเมินทีท่าว่า ทากาอิจิน่าจะอยากจะเดินรอยตามอาเบะในเรื่องวิธีการดำเนินนโยบาย เช่นนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงรุกหนัก และการแก้กฎหมายยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่สร้างข้อจำกัดไม่ให้ญี่ปุ่นตั้งกองทัพ ซึ่งในตอนนี้ญี่ปุ่นมีแต่กองกำลังป้องกันตนเอง หรือ JSDF
พรรค LDP ได้ที่นั่งในสภามากกว่าเดิมจาก 198 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ เป็น 316 ที่นั่ง และเมื่อรวมกับพรรคแนวร่วมคือ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น หรือมินชินโต อีก 36 ที่นั่งแล้ว ก็จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดมี 352 ที่นั่ง ทำให้ผู้นำรัฐบาลคนใหม่นี้มีโอกาสครองอำนาจได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองเตือนว่าหนทางข้างหน้าอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะพรรคแนวร่วมรัฐบาลยังขาดเสียงข้างมากในวุฒิสภา ทำให้พรรค LDP ยังต้องแสวงหาแนวร่วมจากพรรคฝ่ายค้านถ้าหากจะผ่านร่างกฎหมายที่สำคัญ อีกปัจจัยหนึ่งคือการที่พรรค LDP ยังมีเรื่องอื้อฉาวอยู่ถึงแม้ว่าจะก่อตัวกลับมาได้อย่างเข้มแข็งในการเลือกตั้งครั้งนี้
ภาพลักษณ์ของทากาอิจิในตอนนี้ถูกมองว่าเป็นคนที่ต้องการให้เงินเยนอ่อนค่า แต่ก็มีแนวทางการเมืองระหว่างประเทศในแบบแข็งกร้าวและเน้นขยายอำนาจอิทธิพล ทำให้ทากาอิจิต้องตอบคำตามต่อโลกให้ได้ในเรื่องนโยบายต่างประเทศ เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลทำให้การเงินของญี่ปุ่นแย่ลงและส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นทางตลาด
ถึงแม้ว่าตอนที่ทากาอิจิเข้ารับตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีของทากาอิจิจะได้รับคะแนนนิยมสูง 60-70% แต่ตัวพรรค LDP เองก็มีคะแนนนิยมแค่ 30-40% เท่านั้น สูงกว่าสมัยนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้คือ ชิเงรุ อิชิบะ ไม่มากนัก

ซานาเอะ ทากาอิจิ
'ผลพวงจากการเกาะผู้มีบารมีทางการเมือง'
จุนสุเกะ มัตสึอุระ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชานิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคโอ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นในครั้งนี้สะท้อนสิ่งที่เรียกว่า 'ผลพวงจากการเกาะผู้มีบารมีทางการเมือง' หรือ Coattail Effect การที่ผู้นำทางการเมืองที่มีชื่อเสียงเพียงหนึ่งคนสามารถทำให้ผู้แทนอื่นๆ จากพรรคเดียวกันชนะการเลือกตั้งไปด้วย
ชอยอึนมี นักวิจัยจากสถาบันอาซานเพื่อการศึกษานโยบาย กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ทากาอิจิได้รับความนิยมคือความเด็ดขาดและชัดเจนแบบที่เธอแสดงออกในช่วงเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้นำรัฐบาลแบบเดียวกับ ชินโซ อาเบะ ที่ผู้คนในญี่ปุ่นกำลังโหยหา
ก่อนหน้านี้ พรรค LDP กับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นดูปริ่มจะหลุดจากเสียงข้างมาก รวมถึงมีการแตกหักกับพันธมิตรเดิมอย่างพรรคโคเมโตที่เคยร่วมรัฐบาลกับ LDP มายาวนาน แต่เมื่อพรรคโคเมโตเข้าไปตั้งแนวร่วมสายกลางกับพรรค CDP ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหนัก
มัตสึอุระมองว่า ชัยชนะในครั้งนี้มีโอกาสทำให้ทากาอิจิได้แรงส่งในการได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคอีกหนึ่งสมัยในปี 2027 โดยในขณะที่ทากาอิจิมีแนวทางด้านความมั่นคงสายเหยี่ยวแข็งกร้าวและแนวทางด้านการการเงินแบบประนีประนอมคล้ายอาเบะ แต่มัตสึอุระก็ประเมินว่าทากาอิจิคงเดินจะเกมอย่างระมัดระวังมากกว่าในเรื่องการเงินแบบที่ตัวเธอเองเรียกว่า "มีความรับผิดชอบแต่ก็เป็นเชิงรุก" ส่วนในเรื่องการทูตและการป้องกันประเทศ ทากาอิจิน่าจะทำอะไรในแบบของตัวเอง
ทางด้าน โทเบียส แฮร์ริส ผู้ก่อตั้งบริษัทให้คำปรึกษา Japan Foresight ประเมินว่าพรรค LDP คงจะไม่พยายามขวางทางทากาอิจิ แล้วทางพรรคก็ไม่มีความสามารถใดๆ เลยที่จะชะลอทากาอิจิในการทำตามวาระที่กำหนดไว้ได้ แต่สิ่งที่น่าจะฉุดรั้งทากาอิจิอาจจะมาจากภายนอกมากกว่า นั่นคือเรื่อง ตลาดการเงิน, สหรัฐอเมริกา และจีน
อุปสรรคฉุดรั้ง
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าหนทางสำหรับทากาอิจิอาจจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะพรรคแนวร่วมรัฐบาลในวุฒิสภายังคงเป็นเสียงข้างน้อย โดยที่ LDP มีเก้าอี้สว. 101 ที่นั่ง ขณะที่พรรค JIP มีอยู่ 19 ที่นั่ง รวมเป็น 120 ที่นั่ง จากทั้งหมด 248 ที่นั่ง คือ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นระบุว่า สภาล่างคือรัฐสภานั้นสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ถึงแม้ว่าสภาบนหรือวุฒิสภาจะโหวตไม่รับกฎหมายนั้นๆ ก็ตาม แต่ก็มีข้อแม้ว่าจะต้องผ่านร่างกฎหมายนั้นในสภาล่างอีกครั้งด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 เป็นอย่างน้อย
แต่ถึงแม้ว่าในครั้งนี้พรรค LDP จะสามารถได้ที่นั่งมาครอง 2 ใน 3 ในสภาล่างซึ่งทำให้พวกเขาสามารถทำในเรื่องดังกล่าวได้ แต่มัตสึอุระก็เตือนว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นจะต้องใช้เวลาอย่างมาก เพราะกฎหมายอาจจะต้องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจากวุฒิสภา 60 วัน แล้วสภาล่างต้องใช้เวลาโหวตรอบที่สองอีกครั้ง อีกทั้งการประชุมพิเศษของสภาล่างหลังการเลือกตั้งก็จะเริ่มด้วยวาระการจัดสรรงบประมาณปี 2026 ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องใช้เวลาอย่างมาก ทำให้มีเวลาไปพิจารณาเรื่องกฎหมายอื่นๆ น้อยลง
สว.ในญี่ปุ่นมีวาระการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 6 ปี โดยจะมีการเลือกตั้งสว.ครึ่งหนึ่งของสภาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกๆ 3 ปี ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าพรรค LDP จะต้องเผชิญอุปสรรคจากวุฒิสภาไปจนถึงปี 2031
นอกจากนี้แล้ว มัตสึอุระยังมองว่าพรรค LDP ยังต้องสานสัมพันธ์กับพรรคฝ่ายค้านให้ดี เพื่อที่จะสามารถผลักดันวาระต่างๆ ของพรรคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในสภาบนอย่าง DPP
อิซุรุ มากิฮาระ ศาสตราจารย์จากศูนย์เพื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงของมหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวว่า ทากาอิจิยังมีปัญหาในเรื่องการขาดการปรึกษาหารือด้วย ตอนที่เธอสั่งยุบสภาก็กระทำโดยไม่ได้ปรึกษาหรือประสานงานกับผู้นำระดับสูงของพรรคตัวเอง แล้วยิ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้ที่นั่งในสภามากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องมีการประสานงานหรือปรึกษาหารือกันให้ดีขึ้นเท่านั้น การ "ทำอะไรโดยส่วนใหญ่ด้วยตัวเธอเอง" อาจจะนำพรรคร่วมรัฐบาลไปสู่ทางตันได้
นโยบายการเงินแแบบรุกหนัก ที่อาจจะไปได้ไม่ไกล
มีการวิเคราะห์ว่าผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในญี่ปุ่นครั้งล่าสุด มีความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อมากที่สุด เพราะมันทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น โดยที่สาเหตุมาจากการที่ค่าเงินเยนอ่อนส่งผลให้ราคานำเข้าสูงขึ้น ผู้ไปออกเสียงเลือกตั้งจึงคาดหวังเรื่องมาตรการทางเศรษฐกิจมาเป็นอันดับแรก
จิฮิโระ โอคาวะ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคานางาวะ กล่าวว่า ต่อให้ทากาอิจิจะสามารถดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบรุกหนักได้ง่ายๆ ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้วสภาพความจริงทางการเงินของญีปุ่นจะเป็นตัวฉุดรั้ง
นโยบายเศรษฐกิจแบบรุกหนักของทากาอิจินั้น คือการพยายามเร่งเพิ่มการใช้งบประมาณด้านการทหาร และพยายามพัฒนาเรื่องการลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่นำโดยภาครัฐ ขณะเดียวกันครอบครัวของชาวญี่ปุ่นก็ยังคงต้องการความช่วยเหลือจากเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านพลังงานและอาหารสด
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันญี่ปุ่นจะมีหนี้สาธารณะเป็นสองเท่าของจีดีพี แต่พรรคส่วนใหญ่รวมถึง LDP ก็ยังคงหาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะปรับลดหรือยกเลิกภาษีการบริโภค ซึ่งสร้างความกังวลว่าจะทำให้เกิดภาวะตกต่ำทางการเงิน ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงยิ่งกว่าเดิม แล้วก็จะส่งผลให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งโอคาวะเตือนว่ารัฐบาลทากาอิจิควรจะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่สื่อรายงานข่าวกล่าวหาว่า ทากาอิจิ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "โบสถ์แห่งความสามัคคี" หรือ "ลัทธิมูน" ที่เป็นกลุ่มลัทธิศาสนาที่ทำให้เกิดข้อโต้แย้งในสังคมด้วย ซึ่งโอคาวะมองว่าเรื่องนี้ก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับทากาอิจิเองได้
หลังเกิดเหตุสังหาร ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีพรรค LDP ที่ดำรงตำแหน่งมายาวนาน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุก็ให้การว่ามีความโกรธแค้นอาเบะและครอบครัวของอาเบะที่มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิมูน ซึ่งเคยหลอกแม่ของเขาจนล้มละลาย เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ลัทธิมูนกลายเป็นที่สนใจและทำให้คนที่เกี่ยวข้องกับลัทธินี้มีโอกาสถูกมองในแง่ลบ
การแก้รัฐธรรมนูญเรื่องข้อจำกัดทางการทหาร
ชัยชนะอย่างท่วมท้นของทากาอิจิและพรรค LDP ยังส่งสัญญาณเรื่องการถกเถียงอภิปรายในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นมาตรา 9 ที่มีการกำหนดใช้หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 มาตรานี้ห้ามไม่ให้ญี่ปุ่นมีกองทัพในระดับที่จะสามารถทำสงครามได้ และห้ามไม่ให้รัฐอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ทำสงคราม
โดยที่ญี่ปุ่นในตอนนี้มีกองกำลังป้องกันตนเองหรือ JSDF ซึ่งถูกจำกัดให้ทำหน้าที่ในเชิงบรรเทาสาธารณภัย ควบคุมพลเรือน ป้องกันประเทศ หรือร่วมปฏิบัติกับพันธมิตรในการป้องกันได้ แต่ไม่สามารถใช้กำลังโจมตีประเทศอื่นในกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศได้
ถ้าหากมีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญข้อนี้ จนกระทั่งญี่ปุ่นสามารถตั้งกองทัพได้ ก็อาจจะสร้างความกังวลใจให้กับประเทศที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานมาก่อนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างจีน และเกาหลี และอาจจะทำให้ประเทศใกล้เคียงอื่นๆ รู้สึกไม่สบายใจได้
อย่างไรก็ตาม ยังกีโฮ ศาสตราจารย์ด้านญี่ปุ่นศึกษาที่มหาวิทยาลัยซุงคงโฮ กล่าวว่า เกาหลีใต้อาจจะไม่ต้องกังวลในเรื่องการรุกรานจากญี่ปุ่น เพราะนอกจากอุปสรรคในสภาที่ทากาอิจิต้องเผชิญเพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญแล้ว การนำแบบแข็งกร้าวของทากาอิจิยังน่าจะสร้างปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนมากกว่า แล้วญี่ปุ่นก็จะรู้สึกว่าไม่ควรก่อศึกสองด้านด้วยการเป็นศัตรูกับเกาหลีใต้ไปด้วย
แต่สิ่งที่น่ากังวลในมุมมองของ ยังกีโฮ คือชัยชนะของทากาอิจิเป็นสัญญาณเรื่องที่ฝ่ายขวามีอำนาจมากขึ้น จนอาจจะเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะทำในสิ่งที่ก่อข้อโต้แย้งด้านประวัติศาสตร์ เช่น ไปแสดงความเคารพต่อหลุมศพของอาชญากรสงครามโลก เช่นกรณี ศาลเจ้ายาสุคุนิ หรือ สอนประวัติศาสตร์โดยลดความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเลวร้ายที่ญี่ปุ่นเคยก่อไว้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
แฮร์ริสมองว่า ในขณะที่ทากาอิจิโน้มน้าวให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงออกสนับสนุนเธอได้และขอให้สหรัฐฯ ยังคงพันธะด้านการทหารและเศรษฐกิจในเอเชียไว้ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีจีนที่ยังคงไม่พอใจเรื่องที่ทากาอิจิพูดในเชิงสนับสนุนอิสรภาพของไต้หวัน จนนำมาซึ่งมาตรการโต้ตอบทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่นหลายด้าน
ในขณะที่ประชาชนที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมองว่าทากาอิจิจะเป็นคนที่มีความชัดเจน และพยายามทำอะไรในภาพใหญ่ให้สำเร็จได้แทนการทำอะไรทีละเล็กทีละน้อย แต่นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตเจ้าหน้าที่พรรค LDP ทามุระ ชิเงโนบุ ก็เตือนว่าเวลาที่ทำงานกับรัฐสภา ทากาอิจิ "จะต้องคงความถ่อมตัวไว้เสมอ"
"ถ้าเธอลืมเรื่องนี้แล้ว ก็จะไปต่อได้ไม่ดีแน่ๆ" ชิเงโนบุกล่าว
เรียบเรียงจาก
FOCUS: Sweeping election win promises no free hand for PM Takaichi, Kyodo News, 09-02-2026
https://english.kyodonews.net/articles/-/70149
Takaichi's landslide win revives Japan's constitutional revision debate, Korea Times, 09-02-2026
https://www.koreatimes.co.kr/amp/foreignaffairs/20260209/takaichis-landslide-win-revives-japans-constitutional-revision-debate
Japan’s Leader Wins in a Landslide, Clearing Way for Hard-Line Agenda, New York Times, 08-02-2026
https://www.nytimes.com/2026/02/08/world/asia/japan-takaichi-election-landslide.html
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Assassination_of_Shinzo_Abe