Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ที่ประชุมลับของคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ให้ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. โดยในระหว่างการประชุม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานการมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงของ นพ.สรณ ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565 อ้างอิงจากเอกสารการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับเงินรายได้ เพื่อยืนยันว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย 

 

17 ก.ค. 2569 เดอะสแตนดาร์ด ล่าสุดคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ให้ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธานกสทช. มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.

คณะกรรมการสรรหาของ กสทช. ซึ่งมี เกียรติพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธาน ได้จัดการประชุมวาระสำคัญเพื่อพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ภายหลังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งหากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติชี้ขาดว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย จะส่งผลให้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ในทันที

โดยบรรยากาศการประชุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างรัดกุมและกำหนดให้เป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าฟังหรือบันทึกภาพภายในห้องประชุม พร้อมทั้งมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาหลายนายมาเฝ้าดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าห้องประชุมอย่างเข้มงวด

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. 

ในระหว่างการประชุม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานสำคัญต่อคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อยืนยันว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยพยานหลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ นพ.สรณ จะลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึง 12 เมษายน 2565อ้างอิงจากเอกสารการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับเงินรายได้จากมหาวิทยาลัย และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยลูกจ้างเงินรายได้ พ.ศ. 2561 ที่ระบุชัดเจนว่าลูกจ้างชั่วคราวครอบคลุมถึงลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง การรับตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจึงถือเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในโรงพยาบาลรามาธิบดีจะต้องผ่านการสมัครและได้รับอนุญาตตามระบบ ไม่สามารถอ้างการเป็นแพทย์จิตอาสาเพื่อเข้าตรวจรักษาผู้ป่วยได้โดยพลการ

นอกจากประเด็นการเป็นลูกจ้างของรัฐแล้ว นพ.สุภัทร ยังได้นำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมที่ระบุว่า นพ.สรณ มีตารางตรวจคนไข้ประจำในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี รวมถึงมีข้อมูลปรากฏบนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลสมิติเวชว่ามีการออกตรวจในวันอาทิตย์ และเว็บไซต์โรงพยาบาลพระราม 9 ที่ระบุการออกตรวจในวันเสาร์ ซึ่งปัจจุบันข้อมูลบนเว็บไซต์เหล่านี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีประเด็นที่ นพ.สรณ ได้สมัครและได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ เพียงหนึ่งวันก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. โดยไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออกในทันที แต่กลับทำหนังสือขอชะลอการตัดสินใจเพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ก่อนที่จะทำการดึงเรื่องกลับในภายหลัง ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจเป็นเพราะทราบแนวโน้มว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความไปในทิศทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

นพ.สุภัทร ได้แสดงความคาดหวังว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาหลักฐานที่มีความชัดเจนทั้งหมดและมีมติชี้ขาดเป็นที่สิ้นสุดในวันนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการลงมติอย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อยุติปัญหาความคลุมเครือที่ยืดเยื้อคาราคาซังมาเป็นเวลาหลายปี และเพื่อให้องค์กร กสทช. สามารถเดินหน้าปฏิบัติภารกิจในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่อไปได้อย่างราบรื่นไร้ข้อกังขา

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง