Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

"ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน" และ Safeguard Defenders ออกแถลงเรียกร้องไทยไม่ส่งตัว 'ไป๋ จ้าวตง' นักข่าวสืบสวนชาวจีนที่เคยเปิดโปงทุจริตของคนในพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้กับทางรัฐบาลจีน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรัฐบาลจีนทรมานและบังคับสารภาพในคดีที่เขาไม่ได้ก่อ พร้อมอนุญาตให้นักข่าวจีนรายนี้ได้เดินทางไปประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย 

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.2569) องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน(Reporters Without Borders: RSF) และองค์กร Safeguard Defenders ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยไม่ส่งตัวนักข่าวชาวจีนชื่อ ไป๋ จ้างตง (Bai Zhaodong) ให้กับรัฐบาลจีนเพราะเสี่ยงที่จะเกิดการบังคับสูญหายหรือการทรมาน ซึ่งขณะนี้ไป๋อยู่ภายใต้การควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวคนเข้าเมืองสวนพลู กรุงเทพฯ

ไป๋เป็นนักข่าวที่ทำงานสืบสวนสอบสวนมา 25 ปี ล่าสุดทำงานให้กับนิตยสารการเงินชื่อดังของกรุงปักกิ่ง Caijin Magazine เขาเคยเปิดโปงเครือข่ายคอร์รัปชันและการฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายอื่น ๆ การสืบสวนดังกล่าวพัวพันทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) จำนวนมาก

จากเหตุดังกล่าวทำให้ไป๋ถูกเฝ้าติดตาม คุกคาม และกดดันอย่างต่อเนื่องจากทั้งเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและรัฐบาลกลาง ตลอดเส้นทางอาชีพการทำงาน และทางการจีนตอบโต้เขาจากการรายงานข่าวสืบสวนเกี่ยวกับคอร์รัปชันและการฉ้อโกงทางการเงินในมณฑลส่านซี โดยเขาเคยถูกตั้งข้อหาทางอาญา ถูกสอบสวน และถูกควบคุมตัวรวมแล้วถึง 6 ครั้ง

หลังจากไป๋สามารถหลบหนีออกจากจีนได้ตั้งแต่ 29 พ.ย.2566 ต่อมาเดือนกันยายน 2567 สำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองอวิ๋นหลินได้ออกหมายจับตามมาด้วยข้อหากรรโชกทรัพย์ ไป๋ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่าเป็นเพียงเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น 

ทั้งนี้ทางการไทยเข้าขัดขวางไป๋ไม่ให้เดินทางย้ายไปประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัยและควบคุมตัวไป๋ไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา 

อเล็กซานดรา เบียลาโควสกา (Aleksandra Bielakowska) ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์เชิงนโยบาย ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ของ RSF ได้เรียกร้องให้ทางการไทยอนุญาตให้ไป๋ ได้ย้ายไปยังประเทศที่ 3 ที่เขาเลือกและปฏิเสธคำขอใดๆ จากทางรัฐบาลจีน และไทยต้องปฏิบัติามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับ มิฉะนั้นอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของประเทศในเวทีโลก

ตัวแทน RSF ยังระบุต่อไปว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบอบการปกครองของจีนเป็นที่รู้จักในด้านการประหัตประหารนักข่าวอย่างเป็นระบบ และยังคงเป็นประเทศที่คุมขังผู้สื่อข่าวมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีนักข่าวถูกควบคุมตัวอยู่ 120 คน หากไป๋ถูกส่งกลับจีนจะต้องเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตอีกด้วย

ส่วนทางด้าน ลอรา ฮาร์ธ (Laura Harth) ผู้อำนวยการโครงการ China in the World ของ Safeguard Defenders ระบุว่า ทางการไทยต้องต้านทานแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ควบคุมตัวและส่งกลับบุคคลเพื่อประหัตประหารทางการเมืองอย่างชัดเจน และต้องยึดมั่นต่อพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศที่ห้ามการทรมาน 

ลอรากล่าวถึงการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและคำพิพากษาของศาลในประเทศประชาธิปไตยหลายแห่งต่างรายงานอย่างสม่ำเสมอถึง ‘สถานการณ์ความรุนแรงโดยทั่วไป’ ในระบบยุติธรรมและสถานที่ควบคุมตัวของจีน รวมทั้งการใช้การบังคับให้สูญหาย การทรมาน และการบังคับให้รับสารภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตราการตัดสินลงโทษที่สูงถึง 99.9% 

“หลังจากการส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนโดยบังคับเมื่อปีที่ผ่านมา ประชาคมระหว่างประเทศต้องตระหนักว่า สิ่งที่กำลังเป็นเดิมพันไม่ใช่เพียงความเป็นอยู่ของไป๋และบุคคลอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย” ลอราระบุ

ก่อนหน้านี้ RSF เคยออกรายงานรัฐบาลจีนมักใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติและดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าว ด้วยข้อกล่าวหาที่มีลักษณะคลุมเครือ เช่น “จารกรรม” “บ่อนทำลายรัฐ” หรือ “ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทและสร้างความวุ่นวาย” ปัจจุบันมีนักข่าวถูกคุมขังในจีน 120 คน ทำให้จีนเป็น “เรือนจำสำหรับนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก” 

อีกทั้งนักข่าวเหล่านี้มักถูกนำเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า Residential Surveillance at a Designated Location (RSDL) ซึ่งเป็นระบบควบคุมตัวเดี่ยวก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นานสูงสุดถึง 6 เดือน ในสถานที่ควบคุมตัวลับ ระบบดังกล่าวถูกกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหลายชุดระบุซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของการบังคับให้สูญหาย การควบคุมตัวโดยพลการ และการทรมานในตัวเอง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง