อาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับสเปน ตลอดเส้นทางรอบน็อกเอาต์ ทีมถูกตั้งข้อครหาหลายด้าน ทั้งการตัดสินค้านสายตาในเกมกับอียิปต์ คำร้องออนไลน์เรียกร้องให้ตัดสิทธิ์ทีมซึ่งมีผู้ลงชื่อเกิน 6 ล้านคน ข้อกล่าวหาจากแฟนบอลเคปเวิร์ดและอียิปต์เรื่องความรุนแรงในสนาม การเหยียดเชื้อชาติ ป้ายการเมืองเรื่องหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ที่ขัดระเบียบ FIFA และรายงานการสอบสวนทางการเงินของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาซึ่งยังไม่มีการยืนยัน FIFA ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ และยังไม่มีการประกาศเปิดกระบวนการทางวินัยต่อทีม
- ฟุตบอลโลก 2026 อาร์เจนตินาผ่านรอบน็อกเอาต์ด้วยเกมที่สูสีหลายนัด ทั้งเคปเวิร์ด อียิปต์ สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ ระหว่างทางเกิดคำร้องออนไลน์บนเว็บไซต์ argentinaout.com ที่กล่าวหาว่า FIFA และผู้ตัดสินลำเอียงเข้าข้างเมสซีและอาร์เจนตินา มีผู้ลงชื่อเกิน 6 ล้านคนเมื่อ 15 กรกฎาคม 2026
- สมาคมฟุตบอลอียิปต์ยื่นประท้วงผู้ตัดสินอย่างเป็นทางการต่อ FIFA และกล่าวหาว่าผู้ตัดสินใช้สองมาตรฐาน ด้านหัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินของ FIFA ปฏิเสธข้อกล่าวหา และระบุว่าไม่มีผู้ใดแทรกแซงการตัดสินได้ รวมถึงประธาน FIFA
- แฟนบอลเคปเวิร์ดและอียิปต์กล่าวหาว่าถูกแฟนอาร์เจนตินาปาเบียร์และขวดใส่ FIFA เปิดสอบกรณีเหยียดเชื้อชาติในเกมกับเคปเวิร์ด และผู้เล่นอาร์เจนตินาชูป้ายการเมืองเรื่องหมู่เกาะฟอล์กแลนด์หลังเกมอังกฤษ ซึ่งขัดกับระเบียบของ FIFA
- รายงานการสอบสวนทางการเงินของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินายังไม่ได้รับการยืนยันจาก FBI ซึ่งไม่ยืนยันและไม่ปฏิเสธ โดยข้อกล่าวหาตั้งต้นมาจากกระทรวงความมั่นคงของอาร์เจนตินาเอง
อาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่สนาม Atlanta Stadium เมื่อ 15 กรกฎาคม 2026 และผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับสเปน ผลงานในสนามของทีมแชมป์เก่าเกิดขึ้นควบคู่กับข้อครหาหลายเรื่องที่สะสมมาตั้งแต่รอบน็อกเอาต์
ข้อครหาเหล่านี้มาจากคนละทิศทาง ทั้งการตัดสินที่ดูค้านสายตา คำร้องออนไลน์ที่เรียกร้องให้ตัดสิทธิ์ทีม ข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมของแฟนบอล ป้ายการเมืองของผู้เล่น และรายงานเรื่องการสอบสวนทางการเงินของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (Argentine Football Association: AFA)
จนถึงขณะนี้ FIFA ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ในการตัดสิน และยังไม่มีการประกาศเปิดกระบวนการทางวินัยที่จะกระทบสิทธิ์การแข่งขันของอาร์เจนตินา
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศที่มีข้อครหาตามตลอด
อาร์เจนตินาผ่านรอบน็อกเอาต์ด้วยเกมที่สูสีต่อเนื่อง เริ่มจากรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่พบเคปเวิร์ดที่สนาม Miami Stadium เมื่อ 3 กรกฎาคม 2026 ซึ่งสื่อ Al Jazeera รายงานว่าทีมจากแอฟริกาไล่ตีเสมอได้ 2 ประตูและทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวอาร์เจนตินาเงียบลง
จากนั้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สนาม Atlanta Stadium เมื่อ 7 กรกฎาคม 2026 อาร์เจนตินาตามหลังอียิปต์ 2-0 และไลโอเนล เมสซี (Lionel Messi) ยิงจุดโทษไม่เข้าในครึ่งแรก ก่อนที่ทีมจะทำได้ 3 ประตูในช่วงท้ายเกม โดยประตูชัยมาจากเอนโซ เฟร์นานเดซ (Enzo Fernandez) ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ผลจบที่ 3-2 อาร์เจนตินาเข้ารอบต่อไปพบสวิตเซอร์แลนด์ที่แคนซัสซิตี และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในที่สุด
ระหว่างทาง เกิดคำร้องออนไลน์บนเว็บไซต์ argentinaout.com ซึ่งเรียกร้องให้ตัดสิทธิ์อาร์เจนตินาออกจากการแข่งขัน สื่อ South China Morning Post รายงานเมื่อ 14 กรกฎาคม 2026 และปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม 2026 ว่ามีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 6 ล้านคน จำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเร็วหลังเกมกับอียิปต์
ผู้จัดทำคำร้องระบุว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับ FIFA กับสมาคมฟุตบอลใด หรือกับผู้เล่นคนใด เนื้อหาของคำร้องกล่าวหาว่า FIFA และผู้ตัดสินลำเอียงเข้าข้างเมสซีและอาร์เจนตินา และตั้งประเด็นว่าชาติอื่นไม่มีเหตุผลต้องลงแข่งขันหากผลถูกกำหนดไว้แล้ว พร้อมเรียกร้องให้ขับอาร์เจนตินาออกจากการแข่งขัน เพื่อให้ทีมอื่นมีโอกาสที่เท่าเทียม
ข้อร้องเรียนที่ผู้จัดทำคำร้องรวบรวมไว้ประกอบด้วย การใช้ VAR ที่ถูกโต้แย้งในหลายเกมของอาร์เจนตินา การผ่อนปรนต่อผู้เล่นอาร์เจนตินา การตัดสินที่เกี่ยวข้องกับเมสซี ประตูของอียิปต์ที่ถูกยกเลิก จุดโทษที่อียิปต์ไม่ได้รับ และข้อสงสัยว่า FIFA ได้ประโยชน์ทางการค้าจากการที่เมสซียังอยู่ในทัวร์นาเมนต์ ทั้งนี้ผู้จัดทำคำร้องนำเสนอข้อกล่าวหาในลักษณะของข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว แต่ยังไม่ได้เผยแพร่บันทึกการสื่อสารของผู้ตัดสิน หลักฐานทางการเงิน หรือหลักฐานที่แสดงการประสานงานระหว่าง FIFA กับอาร์เจนตินา
ฮอสซัม ฮัสซัน (Hossam Hassan) ผู้จัดการทีมชาติอียิปต์ กล่าวหลังเกมที่พบกับอาร์เจนตินาร์ว่า FIFA ต้องการให้เมสซีอยู่ในทัวร์นาเมนต์ต่อไป และระบุว่าอาจมีแรงกดดันต่อผู้ตัดสินเพื่อให้อาร์เจนตินาไม่ตกรอบ
ข้อครหาการตัดสินและคำชี้แจงของ FIFA
ข้อโต้แย้งของอียิปต์มี 2 จังหวะหลัก จังหวะแรกคือประตูของมอสตาฟา ซิโก (Mostafa Zico) ในนาทีที่ 62 ซึ่งถูกยกเลิกด้วยเหตุผลว่ามีฟาวล์ในช่วงก่อนหน้า แต่อียิปต์ระบุว่าไม่ได้เป็นการทำฟาวล์ จังหวะที่สองคือการปะทะกับโมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ที่ไม่ถูกตัดสินให้เป็นจุดโทษ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่อาร์เจนตินาจะเริ่มเกมรุกที่นำไปสู่ประตูชัย
สมาคมฟุตบอลอียิปต์ (Egyptian Football Association: EFA) ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อ FIFA ต่อฟรองซัวส์ เลอเทกซีเยร์ (Francois Letexier) ผู้ตัดสินชาวฝรั่งเศสที่ทำหน้าที่ในเกมดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าผู้ตัดสินใช้สองมาตรฐาน ตามรายงานของสื่อ Arab News เมื่อ 13 กรกฎาคม 2026 EFA ยังระบุว่าจะไม่นิ่งเฉยต่อสิ่งที่สมาคมเรียกว่าการใช้ระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (Video Assistant Referee: VAR) อย่างไม่เหมาะสม และมีหลายเหตุการณ์ที่ทิ้งคำถามต่อความเป็นธรรมของการตัดสินซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรูปเกม
ปิแอร์ลุยจี คอลลินา (Pierluigi Collina) หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินของ FIFA ให้สัมภาษณ์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ FIFA โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ และระบุว่าผู้ตัดสินทำงานอย่างเป็นอิสระโดยสมบูรณ์
คอลลินากล่าวว่าการถกเถียงเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับการตัดสินเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลเสมอ ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลไม่ควรมีที่ทางในกีฬานี้ และระบุว่าไม่มีผู้ใดอ้างได้ว่าการตัดสินของ FIFA ถูกแทรกแซงโดยบุคคลใด รวมถึงจานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธาน FIFA พร้อมเตือนว่าข้อกล่าวหาลักษณะนี้อาจนำไปสู่การข่มขู่ผู้ตัดสินและครอบครัว
สำหรับประตูที่ถูกยกเลิก คอลลินาระบุว่า VAR แนะนำให้ยกเลิกอย่างถูกต้อง หลังตรวจพบฟาวล์ของมาร์วาน อัตติยา (Marwan Attia) ที่กระทำต่อลิซานโดร มาร์ติเนซ (Lisandro Martinez) กองหลังอาร์เจนตินา ในช่วงการครองบอลเข้าทำ โดยระบุว่า FIFA ถือว่าฟาวล์ก็คือฟาวล์ และแม้ฟาวล์จะไม่ปรากฏชัด หากผู้ตัดสินไม่เห็นเหตุการณ์ในสนาม VAR ก็เข้าแทรกได้
สำหรับจังหวะที่ไม่ให้จุดโทษ คอลลินาระบุว่าทั้งผู้ตัดสินและ VAR พิจารณาแล้วว่าการปะทะระหว่างซาลาห์กับฆูเลียน อัลบาเรซ (Julian Alvarez) เป็นการปะทะตามปกติของเกม โดยอธิบายว่าการเหยียบเท้าคู่แข่งถือเป็นฟาวล์ ส่วนผู้เล่นฝ่ายรับที่แตะบอลได้ก่อนแล้วเกิดการปะทะตามปกติไม่ถือว่าทำฟาวล์ คอลลินายอมรับว่าการตัดสินบางกรณีมีองค์ประกอบด้านดุลยพินิจอยู่เสมอ พร้อมระบุว่า FIFA พอใจกับการนำหลักการของ VAR ไปใช้ตลอดการแข่งขัน
ทางฝั่งอาร์เจนตินา มาร์ติเนซให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าไม่มีอะไรจะพูดถึงการตัดสินเลย และระบุว่าผู้ตัดสินทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม พร้อมกล่าวว่าสื่อมวลชนเป็นฝ่ายสร้างข้อถกเถียงในบางครั้ง ส่วนทีมมุ่งความสนใจไปที่การทำผลงานในสนาม มาร์ติเนซคือผู้เล่นที่ VAR ระบุว่าถูกอัตติยาทำฟาวล์ในจังหวะที่นำไปสู่การยกเลิกประตูของอียิปต์ ด้านคริสเตียน โรเมโร (Cristian Romero) กองหลังที่ทำประตูแรกในเกมนั้น กล่าวว่าทีมมุ่งความสนใจไปที่ตัวเองและการแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นหลัก
ข้อกล่าวหาเรื่องแฟนบอล การเหยียดเชื้อชาติ และป้าย "มัลวินาส"
ข้อครหาอีกด้านหนึ่งเกิดขึ้นบนอัฒจันทร์ สื่อ Al Jazeera รายงานเมื่อ 8 กรกฎาคม 2026 ว่าแฟนบอลอียิปต์และเคปเวิร์ดบางส่วนกล่าวหาแฟนบอลอาร์เจนตินาว่ามีพฤติกรรมรุนแรงในเกมรอบน็อกเอาต์ 2 นัดที่ผ่านมา
ที่สนาม Atlanta Stadium มีผู้ชมบันทึกภาพแฟนอาร์เจนตินาสาดเบียร์ใส่แฟนอียิปต์หลังอาร์เจนตินาตีเสมอในช่วงท้ายเกม แฟนบอลที่ถ่ายคลิปกล่าวกับสื่อ Al Jazeera ว่าตอนฝ่ายตนทำประตูไม่ได้ทำอะไรอีกฝ่าย แต่เมื่ออีกฝ่ายทำประตูกลับเริ่มโจมตี นอกจากนี้ยังมีภาพและคลิปที่แฟนอาร์เจนตินาโบกธงอิสราเอลไปทางทีมงานผู้ฝึกสอนของอียิปต์ขณะเดินออกจากสนาม ก่อนหน้านั้นฮัสซันเคยชูธงปาเลสไตน์หลังอียิปต์ชนะออสเตรเลียในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และพูดถึงประเด็นชาวปาเลสไตน์ในการแถลงข่าวก่อนเกม
ที่สนาม Miami Stadium เมื่อ 3 กรกฎาคม 2026 แฟนบอลเคปเวิร์ดกล่าวกับสื่อ Al Jazeera ว่าถูกแฟนอาร์เจนตินาปาขวดเบียร์ใส่ทุกครั้งที่ทีมของตนทำประตู โดยระบุว่ากลุ่มของตนมีจำนวนน้อยกว่ามาก FIFA ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นของสื่อ Al Jazeera ต่อข้อกล่าวหาของแฟนบอลเหล่านี้
ในเกมเดียวกันที่ไมอามี ยังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ FIFA ต้องออกแถลงการณ์ประณามการใช้ถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติต่อ IShowSpeed ผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลมีเดียชาวอเมริกัน ซึ่งถ่ายทอดสดการแข่งขันภายใต้ข้อตกลงกับ FIFA, Fox Sports และ YouTube ระหว่างการถ่ายทอดสด แฟนบอลที่สวมเสื้ออาร์เจนตินารายหนึ่งได้พูดจาดูหมิ่นเขาเป็นภาษาสเปน FIFA ระบุว่าได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ทันที พร้อมย้ำว่าฟุตบอลโลกเป็นการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียว ความหลากหลาย และความเคารพ และผู้ที่บั่นทอนคุณค่าเหล่านี้ต้องไม่มีที่ยืนในวงการฟุตบอล
ข้อครหาล่าสุดเกิดขึ้นหลังเกมรอบรองชนะเลิศ สื่อ Al Jazeera รายงานเมื่อ 15 กรกฎาคม 2026 ว่ามาร์ติเนซและโจวานี โล เซลโซ (Giovani Lo Celso) ชูป้ายข้อความ "Las Malvinas Son Argentinas" ซึ่งแปลว่าหมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา หลังเอาชนะอังกฤษ 2-1 การกระทำดังกล่าวขัดกับระเบียบว่าด้วยความประพฤติในสนาม (Stadium Code of Conduct) ของ FIFA ซึ่งห้ามป้าย ธง ใบปลิว เสื้อผ้า และสิ่งของอื่นที่มีลักษณะทางการเมือง สร้างความขุ่นเคือง หรือเลือกปฏิบัติภายในสนาม FIFA ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นของสื่อ Al Jazeera ในทันที
ข้อพิพาทเรื่องอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ ซึ่งอังกฤษเรียกว่าฟอล์กแลนด์และอาร์เจนตินาเรียกว่า "มัลวินาส" (Malvinas) เป็นปัญหาที่ค้างคามานาน ทั้งสองชาติทำสงครามระยะสั้นเมื่อปี 1982 ซึ่งมีทหารอาร์เจนตินาเสียชีวิต 649 นาย และทหารอังกฤษเสียชีวิต 255 นาย สหราชอาณาจักรเป็นฝ่ายชนะ และผู้อยู่อาศัยบนเกาะส่วนใหญ่ระบุว่าต้องการอยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป ขณะที่อาร์เจนตินาอ้างว่าได้รับสืบทอดหมู่เกาะจากสเปนหลังได้รับเอกราชในปี 1816 สื่อ Al Jazeera ระบุว่ายังไม่ทราบว่าป้ายดังกล่าวมาจากที่ใด และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีประเด็นป้ายการเมืองในทัวร์นาเมนต์นี้ เมื่อเดือนก่อนที่ลอสแอนเจลิส ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านโบกธงยุคก่อนการปฏิวัติในเกมของอิหร่าน
คดีการเงินของ AFA ข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และการเมืองอาร์เจนตินา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข้อครหาอีกส่วนหนึ่งอยู่นอกทัวร์นาเมนต์ สื่อ Arab News รายงานว่าความไม่พอใจต่อผลเกมอียิปต์ ทำให้มีการกระพือข่าวว่าสำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation: FBI) กำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาว่า AFA ฟอกเงินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ผ่านแหล่งในไมอามี รายงานนี้ปรากฏครั้งแรกในสื่อ La Nación ของอาร์เจนตินาหลังเกมกับเคปเวิร์ด โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ FBI และอัยการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาสอบถามกิเยร์โม โตโฟนี (Guillermo Tofoni) นักธุรกิจชาวอาร์เจนตินาเกี่ยวกับคดีนี้ ต่อมาสื่อ Miami Herald รายงานว่าธุรกิจแห่งหนึ่งในไมอามีเชื่อมโยงกับการสอบสวนดังกล่าว
สำนักงาน FBI ที่ไมอามีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับสื่อ Arab News โดยระบุว่า FBI ไม่ยืนยันและไม่ปฏิเสธว่ากำลังสอบสวนอยู่หรือไม่ ยกเว้นในกรณีที่ต้องขอความช่วยเหลือจากสาธารณะ สื่อ Arab News ระบุว่าเมื่อไม่มีการยืนยันจาก FBI เรื่องนี้จึงยังไม่ได้รับการรายงานในสื่อกระแสหลักมากนัก ต้นตอของข้อกล่าวหาเป็นอีกจุดที่มักถูกเข้าใจคลาดเคลื่อน สื่อ Arab News ระบุว่าผู้ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องฟอกเงินคือกระทรวงความมั่นคงของอาร์เจนตินาเอง ไม่ใช่ทำเนียบขาวหรือ FBI
การสอบสวนขั้นต้นเกี่ยวข้องกับเงินอย่างน้อย 260 ล้านดอลลาร์ที่ผ่านระบบการเงินของสหรัฐอเมริกา และเงินโอนอีก 57 ล้านดอลลาร์ที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน โดยผู้สอบสวนตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง AFA กับ TourProdEnter LLC ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐฟลอริดาที่ดูแลข้อตกลงด้านสปอนเซอร์ของสมาคม รายงานเดียวกันระบุว่ายังไม่มีการประกาศฟ้องร้อง AFA เคลาดิโอ ตาเปีย (Claudio Tapia) ประธานสมาคม หรือผู้บริหารรายอื่น
การตรวจสอบ AFA ไม่ได้เพิ่งเริ่มในทัวร์นาเมนต์นี้ ตำรวจสหพันธรัฐอาร์เจนตินาเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของ AFA และสโมสรจำนวนมากเมื่อธันวาคม 2025 มากกว่า 30 จุด ในการสอบสวนข้อกล่าวหาฟอกเงินและหลีกเลี่ยงภาษีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทการเงิน Sur Finanzas ส่วนอีกคดีหนึ่งเกี่ยวข้องกับบ้านพักใกล้เมืองปีลาร์ ซึ่งผู้สอบสวนพบลานจอดเฮลิคอปเตอร์ คอกม้า และรถยนต์ 54 คัน AFA ปฏิเสธข้อกล่าวหา และระบุว่าการสอบสวนมีแรงจูงใจทางการเมือง ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นควบคู่กับความขัดแย้งระหว่าง AFA กับรัฐบาลของประธานาธิบดีคาเบียร์ มิเลอี (Javier Milei) ซึ่งสนับสนุนให้สโมสรอาร์เจนตินาใช้รูปแบบการถือครองแบบเอกชนที่แสวงหากำไร ขณะที่ AFA ปกป้องโครงสร้างเดิมที่สมาชิกเป็นเจ้าของสโมสร
ความไม่ชัดเจนเปิดทางให้เกิดการกล่าวอ้างที่เกินจากรายงาน สื่อ Arab News ระบุว่ามีผู้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X อ้างว่า FBI พบหลักฐานสำคัญว่าอาร์เจนตินาติดสินบนผู้ตัดสิน ด้านอันเดรส กันตอร์ (Andres Cantor) ผู้บรรยายของสื่อ Telemundo ซึ่งเป็นชาวอาร์เจนตินา ระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูล
ในทางระเบียบ คำร้องออนไลน์ไม่มีผลผูกพันต่อ FIFA การตัดสิทธิ์ทีมตามประมวลระเบียบวินัยของ FIFA (FIFA Disciplinary Code) ต้องมีการละเมิดที่มีเอกสารรองรับ เช่น การส่งผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์ลงสนาม การแทรกแซงจากรัฐบาล หรือการล้มการแข่งขันที่พิสูจน์ได้ การสอบสวนในสหรัฐฯ คาดว่าจะไม่กระทบการแข่งขันของอาร์เจนตินา เนื่องจากพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนผู้เล่นหรือสิทธิ์ในการแข่งขัน
อาร์เจนตินาจะลงเล่นรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 กับสเปน จนถึงขณะนี้ FIFA ยังไม่ได้ประกาศเปิดกระบวนการทางวินัยที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการตัดสิน ยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นเรื่องข้อกล่าวหาของแฟนบอลและเรื่องป้ายการเมือง ส่วนการสอบสวนทางการเงินยังไม่มีการยืนยันจาก FBI และยังไม่มีการประกาศฟ้องร้องผู้บริหารของ AFA
ที่มา:
Argentina fans accused of violence, racism by Egypt, Cape Verde supporters (Hafsa Adil, Al Jazeera, 8 July 2026)
FIFA refereeing chief rejects claims of bias in Argentina's win over Egypt (Hatem Maher, Reuters, 9 July 2026)
World Cup referees doing excellent job, says Argentina's Martinez (Gabriel Araujo, Reuters, 11 July 2026)
Controversy stalks Argentina at World Cup with allegations of FBI probe, rigged referee calls (Ray Hanania, Arab News, 13 July 2026)
Fifa World Cup: 6 million sign petition to kick out Argentina, citing referee favouritism (Stephy Zhang, South China Morning Post, 14 July 2026)
Argentina Out of the 2026 World Cup? What the Viral Petition and AFA Scandal Actually Mean (Jake Harper, Baltimore Chronicle, 15 July 2026)
Argentina players brandish political Falklands flag after England match (Al Jazeera, 15 July 2026)
