Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไต้หวันแสดงจุดยืนที่จะคงสภาพที่เป็นอยู่ต่อไป และพร้อมแลกเปลี่ยนกับสหรัฐฯ และจีนอย่างสร้างสรรค์ หลังประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เมื่อวันที่ 13-15 พ.ค. ที่ผ่านมา 

ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อของไต้หวัน โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีอธิปไตยและเป็นประเทศประชาธิปไตยเอกราช”พร้อมเสริมว่า “อนาคตของไต้หวันต้องเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนชาวไต้หวันทั้งหมด” ถ้อยแถลงนี้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของไล่ชิงเต๋อและปอดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ซึ่งยืนยันมาตลอดหลายปีว่าไต้หวันไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไต้หวันถือว่าตนเองเป็นรัฐอธิปไตยอยู่แล้ว

ไล่ชิงเต๋อกล่าวว่า ไต้หวันจะไม่ยั่วยุ และไม่ยกระดับความขัดแย้ง แต่จะไม่ยอมสละอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติ รวมถึงวิถีชีวิตตามระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพของไต้หวันเพียงเพราะถูกกดดัน เขาระบุอีกว่าไต้หวันเป็นผู้คุ้มครอง ไม่ใช่ผู้บั่นทอนเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน และไต้หวันมีความพร้อมที่จะ “ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการพูดคุยกับจีนอย่างแข็งขันและเป็นระบบบนพื้นฐานของความเท่าเทียม" อีกด้วย

ในด้านความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หลิน เจีย-หลง รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน กล่าวว่า ทีมของเขาได้ติดตามการประชุมระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างใกล้ชิด และยังคงสื่อสารกับสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่น ๆ เป็นอย่างดี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ และปกป้องผลประโยชน์ของไต้หวัน 

โฆษณา - Advertising

การแถลงตอบโต้ของเหล่าผู้นำไต้หวันเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อฟอกซ์นิวส์ ขณะที่กำลังจะเดินทางออกจากปักกิ่ง โดยระบุว่า "ผมไม่ได้ต้องการเห็นใครประกาศเอกราช" 

“คุณก็รู้ เราต้องเดินทางถึง 9,500 ไมล์ เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น ผมอยากให้สถานการณ์เย็นลง อยากให้จีนผ่อนคลายลง เราไม่ได้มองหาสงคราม หากคงสถานการณ์ไว้แบบนี้ ผมคิดว่าจีนก็น่าจะยอมรับได้ แต่เราไม่ได้ต้องการให้มีใครพูดว่ามาประกาศเอกราชกันเถอะ เพราะสหรัฐฯ หนุนหลังเราอยู่"

ท่าทีของทรัมป์อาจมีความคลุมเครือมากกว่าผู้นำสหรัฐฯ บางคนในอดีต ในปี 2565 อดีตประธานาธิบดี เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ว่าสหรัฐฯ จะเข้าช่วยไต้หวัน แม้รัฐบาลของเขาได้ออกมาชี้แจงภายหลังว่า นโยบายทางการยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด 

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้นโยบายความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์ต่อไต้หวันมาโดยตลอด กล่าวคือไม่ได้รับรองและมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลไต้หวันอย่างเป็นทางการ อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ก็ยังคงยึดหลักนโยบายจีนเดียว โดยรับทราบ แต่ไม่ยอมรับจุดยืนของปักกิ่งที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

ประเด็นเรื่องอธิปไตยของไต้หวันเป็นข้อขัดแย้งที่ยืดเยื้อมายาวนาน ย้อนกลับไปถึงช่วงสงครามกลางเมืองของจีน แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวันอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ หลายสมัยก็ได้สนับสนุนไต้หวันผ่านการขายอาวุธ รวมถึงถ้อยแถลงที่บ่งชี้ว่าสหรัฐฯ อาจเข้าปกป้องไต้หวัน หากถูกจีนโจมตี

ตามรายงานของสื่อจีนก่อนหน้านี้ สีจิ้นผิงบอกกับทรัมป์ว่า ไต้หวันเป็น “ประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ถ้าจัดการไม่เหมาะสม ทั้งสองประเทศอาจปะทะกัน หรือแม้กระทั่งเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งจะผลักดันความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง” 

ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์สวัน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สีจิ้นผิง "รู้สึกหนักแน่นมาก" ในการคัดค้านเอกราชของไต้หวัน แต่ทรัมป์ “ไม่ได้ให้คำมั่นใด ๆ ทั้งสิ้น” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับไต้หวันหรือไม่ แม้สภาคองเกรสของสหรัฐฯ จะอนุมัติไว้แล้วก็ตาม โดยเขาระบุว่าต้องพูดคุยกับผู้นำไต้หวัน และรอดูสถานการณ์ก่อน

เฉิน หมิงจื่อ รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศของไต้หวัน ระบุว่าการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวันเป็นไปตามกรอบกฎหมายของสหรัฐ และ “การขายอาวุธระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคมาโดยตลอด” ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงส่งอาวุธให้ไต้หวันเป็นประจำตามกฎหมายที่ออกเมื่อปี 2522 และทั้งสองฝ่ายยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างใกล้ชิด

ประชาชนส่วนใหญ่ในไต้หวันมองว่าตนเป็นประเทศที่มีอธิปไตย แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็สนับสนุนการคงไว้ซึ่ง “สถานะเดิม” ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน กล่าวคือไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวกับจีน และไม่ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ

 

 

อ้างอิงจาก:

Trump warns Taiwan against declaring independence, hours after summit with China's Xi

In response to Trump, Taiwan says it is ‘sovereign and independent’

Taiwan will not provoke conflict nor give up sovereignty, says president

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising