แด่...สุวิทย์ วัดหนู

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

"รู้สึกเศร้าโศกเสียใจ เป็นการสูญเสียเพื่อนมิตรที่ดี ประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจนก็สูญเสียคนที่อุทิศชีวิตการงานให้คนยากคนจน และขบวนการประชาชนทั้งหมดก็ถือว่าได้สูญเสียคนที่เป็นหลักเป็นแกนคนหนึ่งไป"

 

                                                    คำอาลัย ถึงเพื่อน..สุวิทย์ วัดหนู

                                                    จาก จรัล ดิษฐาภิชัย

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

1

 

สุวิทย์ วัดหนู เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2495 อายุ 54 ปี เป็นชาวบางสะเหร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี คงด้วยความเป็นเด็กชนบทกระมังจึงทำให้วัยหนุ่มของเขาเริ่มมองเห็นภาพขัดแย้งรุนแรงบางอย่างในมโนทัศน์ระหว่างโลกศิวิไลซ์ของชุมชนเมืองและความทุรกันดารของชุมชนชนบท คำถามเหล่านี้คงทวีเกิดขึ้นในตัวตนจึงกลายเป็นสิ่งนำพาให้เขาเข้าสู่งานกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาในช่วงเวลาแห่งความหนุ่มแน่น เมื่อครั้งยังศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒน์ บางแสน หรือมหาวิทยาลัยบูรพาในปัจจุบัน จนเป็นก้าวแรกๆ ของการเดินทางไปเป็นหนึ่งในผู้เรียกร้องประชาธิปไตย และเป็นหนึ่งในคนเดือนตุลาในเวลาต่อมา ดังคำกล่าวของเขาเมื่อกาลก่อนว่า

 

"สภาพของสังคมกับคำโฆษณาของรัฐที่ไม่ใคร่จะตรงกันนัก ความยากจนระหว่างคนรวยคนจน เป็นปัญหาที่ทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แนวทางพัฒนาประเทศที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง รูปแบบของการทำให้เจริญ สาธารณูปโภคมูลฐานไม่ถึงชนบทจริงๆ เกิดเป็นความแตกต่างระหว่างคนเมืองและคนชนบทยุคนั้น" สุวิทย์ วัดหนู(ตอบคำสัมภาษณ์ทีมงานไทยเอ็นจีโอต่อจุดหลักที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับสังคม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2546)

 

นับจากวันที่เริ่มต้นมีคำถาม สู่การพาตัวไปหาคำตอบ และเรื่อยไปจนกระทั่งมองเห็นเค้าลางแห่งวันเวลาเข้าสู่สังคมประชาธิปไตยในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 แต่สุดท้ายเพียงชั่วพริบตาของกาลเวลา สิ่งดีๆ ก็เหมือนกลายเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง ยามลืมตาขึ้นมากลับพานพบความเป็นจริงที่ต้องเผชิญอย่างเลวร้ายหลังจากนั้น

 

สุวิทย์ ใช้เวลา 4 ปี เรียนฟิสิกส์ - แมท์ ไปจนจบการศึกษาในคณะการศึกษาศาสตร์บัณฑิต จากนั้นจึงไปเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนช่างกลพระราม 6 ประมาณ 2-3 ปี จนเข้าสู่ ปี 2518 สถานการณ์การเมืองเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง มีการปราบปรามและจับกุมกลุ่มแกนนำนักศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง สุดท้าย ความกดดันทำให้เขาต้องหนีเข้าป่าเพื่อร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่เขตงานภาคใต้ สุราษฎร์ - ชุมพร ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

 

หลังหลบหลีกดูสถานการณ์อยู่พักใหญ่ แต่สุวิทย์ทั้งถูกตามและถูกข่มขู่ ทำให้ที่คิดเพียงแค่ลี้ภัยชั่วคราว กลับกลายเป็นต้องอยู่ในป่านานถึง 8 ปี

 

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงมา สุวิทย์กลับเข้าเมืองอีกครั้งราวปี 2528 และได้ทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนมาตลอด เป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นแกนนำเครือข่ายสลัมเพื่อประชาธิปไตย และเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) รวมไปถึงองค์กรอื่นๆ อีกหลายแห่ง กระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วงขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สุวิทย์ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในแกนนำดังกล่าว โดยเฉพาะการทำหน้าที่โฆษกร่วมกับสำราญ รอดเพชร

 

2

 

วันที่ 12 มีนาคม 2550 สุวิทย์ วัดหนู จากไปด้วยอาการหัวใจล้มเหลวอย่างกระทันหัน จรัล ดิษฐาภิชัย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหง่ชาติ เล่าถึงเพื่อนที่เพิ่งจากไปคนนี้ว่า เริ่มรู้จักกันจริงจังประมาณปี 2533 คือหลังออกจากป่าก็มาทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน แต่ก่อนเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง จนในเหตุการณ์เดือนพฤษภา 2535 สุวิทย์ก็เป็นโฆษกคนหนึ่ง แล้วก็มาทำงานที่ ครป. ด้วยกัน เท่าที่รู้จักกัน สุวิทย์เป็นคนที่มีอุดมคติ มีจุดยืนต่อสู้เพื่อคนยากคนจน ยึดถือคนจนเป็นที่ตั้ง จนมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น 'ลัทธิคนจน'

 

ในมุมส่วนตัว สุวิทย์มีจิตใจดีงาม ช่วยเหลืองานของคนยากคนจน สลัม ชุมชนแออัด ลูกจ้าง เกษตรกร เขาตระเวนไปทั่วไปประเทศ แม้กระทั่งใครที่อยู่ในขบวนการคนยากคนจนเสียชีวิต ไม่ว่าที่ไหนเขาก็ไปร่วมงาน นอกจากนี้ยังเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ถ่อมตัว พูดไม่รุนแรง ต่างจากภาพเวลาเป็็นข่าว ภาพที่ออกไปดูรุนแรง ความจริงแล้วเขามีจุดยืนที่ค่อนข้างมั่นคง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสังคม

 

จากการต่อสู้ 14 ตุลาคม 2516 มาจน 6 ตุลาคม 2519 จนออกจากป่ามา สุวิทย์ก็ยังคิดเปลี่ยนแปลงสังคม ในช่วงหลังๆ เขาคิดที่ตั้งพรรคการเมืองโดยร่วมกับพิภพ ธงไชย และตระเวนไปทั่วประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนนั้นคนนี้ แต่ไม่ได้ออกไปในทางพรรคคอมมิวนิสต์เดิม

 

สุวิทย์ยังเป็นคนที่มีสัมพันธ์กับคนทั่วไปค่อนข้างดี อาจเพราะไม่ใช่คนสุดขั้ว เขาอาจจะสุดขั้วเรื่องคนจน คือเอาคนจนเป็นที่ตั้ง แต่ในการวิเเคราะห์ปัญหาต่างๆ จะออกในทางกลางๆ ที่สัมพันธ์กับทุกฝ่ายได้ เขาเป็นคนทุ่มเท อุทิศชีวิตให้กับงานและไม่ค่อยหวั่นไหวกับอะไร

 

3

 

สำราญ รอดเพชร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โฆษกบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคู่กับสุวิทย์ในช่วงขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร : "รู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างที่สุดที่พี่สุวิทย์จากไปในขณะที่ยังมีศักยภาพอีกมากมายในการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนชั้นล่างในระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้ชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง...หลายเดือนช่วงประท้วง ผมอยู่ปิดเวทีกับพี่เขาทุกคืน พี่สุวิทย์เป็นเอ็นจีโอที่มีจิตใจยืนหยัดไม่ศิโรราบกับความไม่ชอบธรรมหรือความอยุติธรรม แต่ขณะเดียวกัน ถ้ารู้จักพี่เขาจริงๆ พี่สุวิทย์ เป็นคนค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่คับแคบ ตรงนี้ผมว่าน่ารักมาก และที่สำคัญไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่มีผลประโยชน์ จะพูดว่าเป็นวีรบุรุษคนจน ผมว่าพูดได้เต็มปาก"

 

สุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย :" รู้สึกเสียใจมาก ไม่คิดว่าพี่สุวิทย์จะเสียชีวิต คิดว่าพี่สุวิทย์ไม่ค่อยตรวจร่างกาย อาจมีโรคประจำตัวเพราะบ่นปวดหลัง ปวดเอว เท่าที่ร่วมงานกันมา พี่สุวิทย์ทำงานเพื่อสังคมมาตลอด โดยเฉพาะสมัชชาคนจน ล่าสุดเป็นโฆษกให้กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"

 

สุนทรี หัตถี เซ่งเก่ง แกนนำเครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย : "หลังจากทราบข่าวก็ได้ประสานไปยังเครือข่ายต่างๆ ในภาคอีสาน เพื่อที่จะเดินทางไปร่วมงานศพของคุณสุวิทย์ที่บ้านพัก ซึ่งจากการประสานงานก็มีการตอบรับและมีพี่น้องหลายส่วนทะยอยเดินทางไปบ้างแล้ว และบางส่วนก็จะเดินทางในวันถัดไป ส่วนพันธมิตร จ.ขอนแก่น ได้ออกเดินทางไปร่วมงานศพตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค.คาดว่าจะถึงบ้านของคุณสุวิทย์ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้"

 

เจริญ หมู่ขจรพันธุ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.อุดรธานี : "พอทราบข่าวการเสียชีวิต รู้สึกตกใจ และเสียดาย เพราะส่วนตัวเคยต่อสู้ด้วยกันมา และพบว่านายสุวิทย์เป็นคนดีมากและเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด ในด้านสุขภาพร่างกายนายสุวิทย์ก็มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี แต่ในช่วงระยะหลังนายสุวิทย์ได้สูบบุหรี่จัดมาก ซึ่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้พบกับสุวิทย์และได้เตือนในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่น่าเชื่อว่าสุวิทย์จะเสียชีวิตลงในช่วงนี้ ในส่วนของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจ.อุดรธานี บางส่วนจะเดินทางไปร่วมงานศพของสุวิทย์ ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ซึ่งทั้งนี้ก็ขอให้ผลบุญที่นายสุวิทย์เคยต่อสู้ช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ช่วยส่งผลให้วิญญานของนายสุวิทย์ไปสู่สุขติด้วยเช่นกัน"

 

อุดม บุญอินทร์ ตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ลอสแองเจลิส เปิดเผยว่า พันธมิตรฯในอเมริกาขอแสดงความเสียใจและอาลัยมายังครอบครัวของนายสุวิทย์ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่สูญเสียสมาชิกคนสำคัญ โดยในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ทางพันธมิตรในแอลเอจะทำพิธีสวดบังสุกุลให้กับการเสียชีวิตของนายสุวิทย์ ที่วัดไทยลอสแองเจลิส ในเวลา 19.30 น.พร้อมกับระดมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของนายสุวิทย์ และขณะนี้ได้ประสานงานกับพันธมิตรในประเทศไทยเพื่อส่งหรีดร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนายสุวิทย์แล้ว

 

เอกชัย อิสราทะ แกนนำและโฆษกพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ที่ประชุมแกนนำพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย มีมติให้จัดกิจกรรม 'ร่วมสานภารกิจ สุวิทย์ วัดหนู' ร่วมอาลัยการจากไปของ สุวิทย์ วัดหนู ในวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 50 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นลานจัดกิจกรรมของพันธมิตรสงขลา

 

ศรีสุดา ราชนิยม ประธานกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยพัทยา-ชลบุรี : "รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ประเทศชาติต้องสูญเสียคนดีๆ ไปอีกหนึ่งคน"

 

ศรีชล ราชนิยม แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พนัสนิคม-ชลบุรี : "คนดีๆอย่างคุณสุวิทย์ ที่ทำเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหาได้ยากมาก การจากไปของคุณสุวิทย์เท่ากับประเทศชาติสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เพราะที่ผ่านมาคุณสุวิทย์ ช่วยเหลือคนจนมาโดยตลอด ไม่เหมือนนักการเมืองที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว...ในฐานะที่เป็นคนชลบุรี เช่นเดียวกับคุณสุวิทย์ รู้สึกภูมิใจในความเป็นลูกชลบุรีอย่างมาก เพราะคุณสุวิทย์ เป็นคนดีของแผ่นดินอย่างแท้จริง แสดงให้เห็นว่าชลบุรียังไม่สิ้นคนดี

 

การสูญเสียครั้งนี้ นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชน เพราะคุณสุวิทย์ ทำงานช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดจนได้ชื่อว่า วีรบุรุษคนจน"

 

สุวิทย์ นามแสง องค์กรพัฒนาเอกชนสายชนบท: "พี่สุวิทย์ วัดหนู ทำงานเอ็นจีโอสายสลัม,สายเมือง ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานด้านเอ็นจีโอ มานาน โดยรู้จักกับพี่สุวิทย์มานากว่า 15-16 ปีแล้ว โดยถือว่าเป็นรุ่นแรกๆ ที่ทำงานทางด้านนี้ และเป็นที่รักใคร่ของประชาชน ชาวบ้าน และผู้ที่ทำงานร่วมกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบุคคลที่ตั้งใจทำงานและจริงใจต่องานนั้นๆ

 

การจากไปของพี่สุวิทย์ ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่สำคัญของประเทศไปอีกคนหนึ่ง เพราะผลงานต่างๆที่ผ่านมาสามารถช่วยประชาชน และประเทศชาติในหลายๆเรื่อง จนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ"

 

ใจ อึ๊งภากรณ์ พรรคแนวร่วมภาคประชาชน และกลุ่มประชาธิปไตยแรงงาน : พรรคแนวร่วมภาคประชาชนและกลุ่มประชาธิปไตยแรงงานขอแสดงความเสียใจ คุณสุวิทย์เป็นนักต่อสู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ

 

4

 

สุวรรณี วัดหนู ภรรยาของสุวิทย์ บอกเล่าช่วงเวลาก่อนการเสียชีวิตว่า สุวิทย์ ไปประชุมและกลับมาบ้านช่วงประมาณเวลา 23.00 น. จากนั้นได้รับประทานอาหาร และนั่งดูทีวี ประมาณเที่ยงคืนก็เข้านอน โดยบ่นว่าปวดหลัง แม้จะนวดให้แล้วก็ไม่หาย จากนั้นขอยานอนหลับกินและเข้าห้องน้ำ ก่อนกลับมาเข้านอนและหลับเป็นปกติ แต่มีเสียงกรนผิดปกติก็แปลกใจ จนเวลาประมาณตี 1 กว่า จึงเปิดไฟดูและเขย่าตัว แต่ไม่มีการโต้ตอบ จึงได้ตะโกนบอกเพื่อนบ้านเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์บอกว่า เสียชีวิตแล้ว

 

สุวรรณี บอกอีกว่า ปกติสุวิทย์เป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก็ไม่เคยไปตรวจสุขภาพ ส่วนเรื่องปวดหลังเคยเป็นมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แต่ไม่ยอมไปหาหมอ เพียงขอยานอนหลับกิน สุวิทย์ชอบดูข่าว เมื่อไม่พอใจเรื่องอะไรก็จะนั่งบ่น ครั้งล่าสุดได้บ่นเกี่ยวกับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี สุวิทย์บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

ช่วงจังหวะที่นำสุวิทย์บรรจุสู่หีบศพ สุวรรณีถึงกับร่ำไห้เอามือลูบที่ศีรษะสามี และนำพวงมาลัยวางไว้ โดยบอกกับสุวิทย์ว่า "กลับบ้านที่บางสะเหร่นะพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะพี่"

 

สุวิทย์เริ่มเรียนที่โรงเรียนบ้านบางสะเหร่ ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 จนจบประถมปีที่ 7 จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนชลราษฎรบำรุงซึ่งเป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดชลบุรี โดยเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ม.ศ.1 ถึง ม.ศ.5 และหลังจากนั้นสอบเอนทรานซ์ ได้ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน์วิทยาเขตบางแสน ช่วงเรียนได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และได้เป็นนายกองค์การนิสิตนักศึกษาด้วย

 

สำหรับศพของนายสุวิทย์นั้น จะสวดอภิธรรมเป็นเวลา 7 คืน ณ วัดสามัคคีบรรพต ต.บางสะเหร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนถึงวันที่ 18 มี.ค. และจะเก็บศพไว้ 100 วัน ก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 9 มิถุนายน 2550 เวลา 16.00 น.

 

 

……………………………………………………….

 

บทสัมภาษณ์ สุวิทย์ วัดหนู 3 พฤศจิกายน 2546 โดยทีมงานไทยเอ็นจีโอ

30 ปี..สุวิทย์ วัดหนู .บนเส้นทางสายประชาชน

http://www.thaingo.org/HeadnewsKan/suvit31046.htm

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์