"พัชรวาท" ฟ้องหมิ่น "นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ"

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท เอเอสทีวีผู้จัดการ จำกัด ผู้ประกอบการ นสพ.เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ. เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 332

ฟ้องโจทก์ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน - 21 กรกฎาคม 2552 นสพ.เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน ได้ลงข่าว เปิดประเด็นเรื่องตอ ที่เป็นอุปสรรคขวางการสืบสวนคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างต่อเนื่องเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งข้อความที่ลงมีความหมายถึงตัวโจทก์ ทำนองว่า นายพลใหญ่เรียก หัวหน้าทีมสอบสวนไปข่มขู่ ทำให้ประชาชนทั่วไป เกิดความใจได้ทันทีว่า นายพลใหญ่ ต้องเป็นบิ๊กมีสีที่มีตำแหน่งสูง หรือใหญ่กว่า พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบคดีคนร้ายพยายามฆ่านายสนธิ อย่างแน่นอน จึงทำให้ พล.ต.อ.ธานี เจอตอ และสามารถพยายามข่มขู่พนักงานสอบสวนที่สอบสวนคดีดังกล่าวได้ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ

การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ ได้รับความเสียหาย เกียรติคุณ ทำให้เห็นว่าโจทก์ไม่สมควรจะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.อีกต่อไป สมควรอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งย้ายโจทก์ เพราะหากดำรงตำแหน่งต่อไปจะกระทบการสืบสวนสอบสวนคดี ทั้งที่ความจริงแล้วโจทก์ เป็นผู้สั่ง พล.ต.อ.ธานี ให้รับผิดชอบคดีและยังสั่งอนุมัติแต่งตั้งพนักงานสอบสวนชุดต่างๆ อีก โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันโฆษณาคำพิพากษา ใน นสพ.รายวัน รวม 7 ฉบับเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน

ศาลรับคดีไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2660 / 2552 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 7 กันยายน นี้ เวลา 13.30 น.

ด้านนายบัญชา ทนายความ กล่าวว่า สำหรับการไต่สวนมูลฟ้องนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดตัวพยานที่จะนำมาเบิกความ แต่คาดว่าจะนำพยานเข้าเบิกความประมาณ 2 - 3 ปาก ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาท จะขึ้นเบิกความด้วยตนเองหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาความพร้อมเกี่ยวกับวัน - เวลา อีกครั้ง ซึ่งการฟ้องครั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรี ส่วนจะจะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายหรือไม่นั้น จะต้องสอบถาม ผบ.ตร.ก่อน

 

ที่มา: มติชนออนไลน์
 

การฟ้องเป็นการดำเนินงานในกรอบ

การฟ้องเป็นการดำเนินงานในกรอบกฎหมาย ส่วนวิธีนอกกฎหมายตามที่เป็นข่าว ขอสนับสนุนให้ดำเนินการโดยไว

ป.ปลา จ.สอ

ป.ปลา จ.สอ คนยิงหนีเข้ากลีบเฆม (โดนเก็บมั่ง) อีก ป.ปลา ใหญ่อยู่ในกองทัพ 2 ใน 14ทหาร+1ตำรวจ ที่เทพสั่งการได้ ร่วมกันวางแผน กำจัด ความจริงเปิดเผยแล้ว เลยยอมกันไม่ได้!!! น้ำลดแล้วเจอ ตอ
" ตอมันผุด"

ระวังอีแอบ "เส้น" โสโครก

ระวังอีแอบ "เส้น" โสโครก เอาไว้ด้วยนะคุณตำหนวด เพราะไอ้พวกสาวกสวะโกเต๊กเสื้อเหลืองชาติชั่วมัน "เส้น" หย่ายคับโลก

พวกเดียวกันเผาเรือนแล้วสมน้ำห

พวกเดียวกันเผาเรือนแล้วสมน้ำหน้าต้องฟ้องต้องฟ้องแก้เกรียว เดียวปชช.จะสับสนว่าไม่จริงพวกอมาตย์ยังกล้าสั่งยิงแต่เสียดายไม่ตายขนาดทำงานร่วมกันมารายต่อไปคงไม่พ้นไอ้เนรวิน ณ.บุรีรัมย์

ฟ้องแป๊ะลิ้มไป

ฟ้องแป๊ะลิ้มไป ก็เหนื่อยเปล่า

เพราะ แป๊ะลิ้ม คือ "พ่อของทุกสถาบัน"

แบบที่เด็กช่างกลชอบพูด

อืม M 1 คุณนี่คิดเหมือนผมเลย

อืม M 1 คุณนี่คิดเหมือนผมเลย ผมเห็นว่าแกนนำเสื้อแดงที่มีบทบาท มีสิทธิ์โดนเหมือนกันนะ อันตรายมากเลย ผมว่าหนีมุดลงใต้ดินกันก่อนดีกว่าเฮอะ พลิ้วไปก่อนดีกว่าเพื่อความปลอดภัย ทั้งเหลืองและแดงแหละครับ

ตั้งแต่หมดยุค คุณ เผ่า

ตั้งแต่หมดยุค คุณ เผ่า ศรียานนท์ ตำรวจไทยก็ด้อยทางด้านกำลัง และปากเสียง โดนกองทัพแย่งไปหมด ดังนั้นตำรวจจึง เหมือนลูกฟุตบอล ที่ขึ้นอยู่กับ ผู้ยิ่งใหญ่ หรือ นักการเมือง ที่กำลังมีบทบาทว่า จะสั่งให้ " ซ้ายหัน หรือขวาหัน " อย่างไร ก็อย่างนั้น

ที่สำคัญ ภายใน " กรมตำรวจ " ( ขอเรียกแบบเก่าน๊ะครับ ) ยังแบ่งข้างว่า ใครอยู่สายไหน อยู่พรรคอะไร ทำให้มีปัญหากับกรมตำรวจตลอดอย่างน่าสงสาร อย่างเช่น นายตำรวจท่านนี้ เคยทำงานให้เป็นที่ถูกใจพรรคนี้ ก็จะขึ้นหม้อ แต่ถ้าหมดยุคปั๊บ พรรคนั้นเข้ามา ก็จะถูกบี้อย่างชนิดทื่เรียกว่า " ไม่ให้เกียรติยศ และศักดิ์ศรี " กันเลย ผมคิดว่า บางครั้ง พวกมีอิทธิพล หรือพวกที่ใช้บทบาทขณะที่ตัวเองกำลังเป็นที่หอมหวลในหมู่ประชาชน จนหลงตัวเองอย่าง " คุณสนธิ ลิ้มฯ " น่ะ น่าจะให้เกียรติตำรวจบ้าง และขณะนี้ก็เริ่มเข้ามาก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างทุเรศมากๆ คนที่คลั่งไคล้ กับ ทีวีมอมเมานี้ น่าจะเริ่มคิดกันได้แล้ว สงสารตำรวจไทยจริงๆ เหมือนลูกฟุตบอล โดนเขี่ยซ้าย เขี่ยขวา จนจะไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว ขนาดแค่คนขายข่าวยังมีอิทธิพลชี้นิ้วได้ เจ็บปวดจริงๆ ประเทศไทย

อยากให้ คนไทย ถ้าจะเสพข่าว ต้องเสพหลายๆด้าน เสพข่าวที่ทั้งดี และร้าย และถ้าเป็นไปได้ต้องเสพข่าวต่างประเทศ ต่อมุมมองที่มีต่อเมืองไทยด้วย เพราะเค้าไม่โดนอิทธิพลของหัวหน้าสื่อเข้าครอบงำได้ ดังนั้น เราจะได้มีข้อเปรียบเทียบ และทัศนวิสัย ให้กว้าง กว่าการนั่งจ้อง ช่องที่เราถูกใจเพียงช่องเดียว มันเป็นการแสดงความเบาปัญญา ให้พวกนี้เค้าเสี้ยมให้พวกเราทะเลาะกันเอง เป็นมือเป็นเท้าให้เค้าได้น่ะครับ

ด้วยความเคารพ

คนที่นั่งจ้อง

คนที่นั่งจ้อง ช่องที่ถูกใจ
ปัจจุบันมีมากครับ
พวกนี้
ยิ่งจ้อง

โลกยิ่งแคบ

แหมคุณ หัวตะขาบ

แหมคุณ หัวตะขาบ คุณอย่าไปเข้าใจผิดอย่างนั้น คนที่เขาเสพข่าวเป็นประจำเขามีสมองครับ และเค้าก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตรไปทุกเรือง กรณีเดียวกัน ก็ไม่ได้มอง นปช ในแง่ร้ายไปทุกเรื่องเช่นเดียวกัน ในฝ่าย นปช คนที่เขามีอุดมการณ์จริงๆก็มี พวกลิ่วล้อทักษิณก็มากผสมปนเปกันไป ฝ่ายพันธมิตรก็เหมือนกันพวกที่มีอุดมการณ์ก็มาก พวกอีแอบผสมปนเปก็มากเช่นกัน โดยส่วนตัวแล้วผมก็จะเลือกเข้าข้างทั้งสองฝ่าย เฉพาะในประเด็นที่พิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมจริงๆ ไม่ใช่แบ่งข้างเชื่อไปหมดทุกเรื่องโดยไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันจริงๆแล้วในภาพรวม ทั้งสองฝ่ายก็ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่วิเคราะห์ดูแล้วผมเห็นว่า มีกลุ่มผลประโยชน์แฝงอยู่ทั้งสองฝ่ายแหละครับ พวกนี้จะทำหน้าที่ปั่น และเสี้ยม เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องทั้งนั้น ไม่เชื่อลองไปไล่เรียงดูทั้งสองฝ่ายแหละครับว่ามีใครบ้าง แต่ใจต้องเป็นธรรมและเป็นกลางด้วยนะ ห้ามมีอคติในใจโดยเด็ดขาด แล้วจะเห็นภาพปรากฎอย่างชัดเจนเลยครับว่ามีใครบ้าง

ปาด

ปาด http://shuu.exteen.com/20090731/rockman-3

บัญชีช่วยเหลือเอเอสทีวี

บัญชีช่วยเหลือเอเอสทีวี
บริษัท เอเอสทีวี(ประเทศไทย) ASTV (THAILAND) CO.,LTD
ธ.กสิกรไทย สาขาบางลำพู Kasikorn Thai Bank
บัญชีกระแสรายวัน Banglumpu Current
เลขที่บัญชี :008-1-09535-3 NO.008-1-09535-3
ตำรวจ.....หางแดง...อิอิ

กล้าๆหน่อยวัดไอ้แป๊ะลิ้มเลยกล

กล้าๆหน่อยวัดไอ้แป๊ะลิ้มเลยกลัวอะไรมันทำเป็นใหญ่คับแผ่นดินแล้วคราวที่แล้วได้บทเรียนไปนิดหน่อย กระจอกจริงๆมือปืนอะไรว่ะยิงเป็น100นัดถูกแค่กระบานแถมไม่พิการด้วยมือปืนขี้หมาเอามาใช้งานเสียหายกองทัพอมาตย์เปล่าใช้คนยังไม่เป็นเลยแล้วจะประสพผลสำเร็จได้อย่างไร