กลุ่มอนุรักษ์อุดรฯ แจ้งความ กพร. รุกรานท้องถิ่น

ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี จำนวน 30 คน แจ้งความดำเนินคดีกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ระบุละเมิดสิทธิชุมชนและปฏิบัติขัดกับหลักกฎหมาย เนื่องจากการปักหมุดรังวัดในพื้นดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จังหวัดอุดรธานี

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี จำนวน 30 คน เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดยระบุว่ามีการกระทำละเมิดสิทธิชุมชนและปฏิบัติขัดกับหลักกฎหมายเนื่องจาก กพร. ดำเนินการปักหมุดรังวัดในพื้นดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จังหวัดอุดรธานี ในเขตพื้นที่ ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง ต.นาม่วง และต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี

โดยระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมานั้น กพร. พยายามดำเนินการปักหมุดรังวัดเพื่อขึ้นรูปแผนที่ขอบเขตพื้นที่เหมืองแร่โปแตซ จังหวัดอุดรธานี แต่ถูกชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ขัดขวางการดำเนินการของ กพร. อย่างไรก็ตาม กพร. สามารถปักหมุดรังวัดจนเสร็จสิ้นทั้งหมด 6 จุด โดยที่มีการปะทะกันระหว่างชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ กับ เจ้าหน้าที่ กพร. พนักงานบริษัทโปแตซ และชาวบ้านที่สนับสนุนการทำเหมืองโปแตช

นางมณี บุญรอด แกนนำชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ให้เหตุผลที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ กพร.ว่า การปักหมุดรังวัดของ กพร. นั้น ได้ขัดกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ และขาดความชอบธรรมในการดำเนินการ เพราะไม่เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ชาวบ้านจึงต้องมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานต่อการกระทำของ กพร.

“แม่คิดว่า การเข้ามารังวัดปักหมุดของ กพร. นั้น ไม่มีความชอบธรรม เพราะว่าไม่ลงมาชี้แจงให้กับชาวบ้านในพื้นที่ทราบเลยว่า กพร. จะลงมารังวัดปักหมุด การมีส่วนร่วมของชาวบ้านจึงไม่เกิดขึ้น และวิธีการที่ กพร. ใช้ในการลงมารังวัดปักหมุดนั้น มันขัดกับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะชาวบ้านไม่ได้รับรู้ข้อมูล ไม่มีส่วนร่วมต่อการออกความคิดเห็นต่อการมา รังวัดปักหมุดในครั้งนี้ ซึ่งมันขัด กับมาตรา 67 และการดำเนินการของ กพร. ที่สมคบคิดกับบริษัท และมีข้าราชการบางกลุ่มร่วมมือด้วยนั้น ขณะนี้ได้สร้างความแตกแยกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมก แม่จึงได้ตัดสินใจพาพี่น้องกลุ่มอนุรักษ์มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสของ กพร.”

นางมณี กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ออกมาร่วมกันป้องกันไม่ให้ กพร. และพวกบริษัท เข้ามารังวัดปักหมุดนั้น เป็นเพระทุกคนมีจิตสำนึกที่จะปกป้องท้องถิ่นร่วมกัน ซึ่งมันเป็นสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และ 67 อยู่แล้ว ซึ่งพวกแม่ก็ร่วมกันปกป้องท้องถิ่นภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ได้สร้างความรุนแรงหรือความแตกแยกแต่อย่างไร และหลังจากนี้ทางกลุ่มจะมีการร้องเรียนเพื่อให้มีการตรวจสอบการกระทำของ กพร. ในครั้งนี้ต่อไป”

หลังจากที่แจ้งความแล้ว ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ยังส่งหนังสือไปยัง กพร. เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับและคัดค้านการปักหมุดรังวัด ด้วยกระบวนที่ไม่ชอบธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งแนบบันทึกการแจ้งความ และข่าวสำคัญที่รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์