รายงาน: เปิดคำแถลงปิดคดี ‘อากง SMS’ ต่อจิ๊กซอว์จากเบอร์ต้นทางถึงชายแก่ปลายทาง

คดีของอำพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ‘คดีอากง’ ดูจะเป็นที่สนใจสำหรับสาธารณชนมากเป็นพิเศษ มากกว่าคดีประเภทเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่าน เพราะมีความย้อนแย้งในตัวหลายระดับ กระทั่งทำให้กระบวนการพิพากษา พิจารณาคดี ถูกทักถาม สอบทาน ความรู้สึกสะเทือนใจทำให้ผู้คนอยากรู้ อยากเข้าใจต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คำถามว่าข้อความ ‘ที่ว่า’ คืออะไร เป็นคำถามซึ่งหมดทางที่ใครจะให้คำตอบอย่างเป็นทางการได้ แต่คำถามว่าอากงโดนจับได้อย่างไร กระบวนการสอบสวนอันเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่ซับซ้อนไล่จากไหนไปไหน อะไรคือข้อถกเถียงหลักๆ ในกระบวนการซับซ้อนดังกล่าว เป็นสิ่งที่อาจพอหาคำตอบ ปะติดปะต่อได้ จาก ‘คำแถลงปิดคดี’ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ (ขึ้นอีกเล็กน้อย) ‘ประชาไท’ ได้สรุปประเด็นข้อโต้แย้งสำคัญ รวมถึงกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไว้โดยคร่าว อ้างอิงจากคำแถลงปิดคดี สำหรับกระบวนการสืบสวนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.เส้นทางการสืบสวนตามที่เจ้าหน้าที่ให้การต่อศาล 2.พยานเอกสารที่ตำรวจนำส่งต่อศาล ซึ่งคำแถลงปิดคดีระบุว่าไม่เรียงลำดับอย่างเป็นเหตุเป็นผลตามที่มีการเบิกความ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงถึงจำเลย และในส่วนล่างสุดจะเป็นคำแถลงปิดคดีฉบับเต็ม 00000000 สรุปประเด็นสำคัญ 1.หมายเลขโทรศัพท์ซึ่งส่งข้อความ คือ xxxxx15 (ระบบเติมเงินของDTAC) และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลย คือ xxxxx27 (ระบบเติมเงินของ TRUE) เป็นคนละหมายเลขกัน แต่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีหมายเลขอีมี่ตรงกัน 2.หมายเลขอีมี่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นเลขหมายใดก็ได้ และเมื่อแก้ไขเแล้วก็จะไปปรากฏยังระบบของผู้ให้บริการ การตรวจสอบและเชื่อมโยงการกระทำความผิดจากหมายเลขอีมี่จึงไม่มีความน่าเชื่อถือในการนำมาใช้ลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่ามีการกระทำความผิดได้ เพราะหมายเลขอีมี่ไม่เหมือนดีเอ็นเอที่สามารถระบุความเป็นตัวตนของเครื่องโทรศัพท์ได้ >พยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ TRUE ได้ให้การว่า “ข้าฯเคยได้ยินมาว่ามีการเปลี่ยนหมายเลขอีมี่กลางโดยการจ้างช่างโทรศัพท์เป็นเลขอีมี่อย่างอื่นได้” และ “อีมี่กลางนั้นสามารถใช้กับโทรศัพท์หลายๆ เครื่องได้” >พยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ได้ให้การว่า “หมายเลขอีมี่สามารถให้ช่างเครื่องซ่อมโทรศัพท์มือถือที่เชี่ยวชาญเปลี่ยนได้ ซึ่งจะทำให้หมายเลขอีมี่ที่ถูกเปลี่ยนนั้นไปปรากฏยังฐานข้อมูลของบริษัทผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงด้วย” >เอกสารที่ทนายจำเลยนำส่งศาลระบุว่า มีความแพร่หลายในวิธีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขอีมี่ทั้งจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและมีเปิดสอนหลักสูตรในโรงเรียนสอนซ่อมมือถือดังกล่าว “เลขหมายอีมี่สามารถเปลี่ยนใหม่สำหรับเครื่องที่ถูกขโมยมาได้ และ 10% ของหมายเลขอีมี่ก็ไม่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะ” 3. โจทก์ก็ไม่ได้แสดงพยานหลักฐานในการตรวจสอบอีมี่จากทั้ง 3 บริษัทของผู้ให้บริการโทรศัพท์ในประเทศไทย (ไม่ได้ตรวจของเอไอเอส) จึงไม่อาจอ้างได้ว่าอีมี่นี้มีผู้ใช้เพียงเบอร์เดียว 4. กระบวนการสืบสวนตามพยานเอกสารที่นำส่งศาลไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากเริ่มต้นขอความร่วมมือจาก TRUE โดยนำเบอร์ xxxxx27 ของจำเลยมาตรวจสอบข้อมูลการโทร ทั้งที่ยังไม่ทันได้เลขอีมี่จากเบอร์ xxxxx15 ซึ่งเป็นเบอร์ใช้ก่อเหตุ แสดงให้เห็นว่าเป็นการเจาะจงขอข้อมูลจากหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยมาตั้งแต่ต้น โดยที่ยังไม่มีความเชื่อมโยงจากหมายเลขอีมี่เป้าหมายแต่อย่างใด และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยก็ไม่ใช่หมายเลขที่ใช้ในการกระทำความผิด 5. คดีนี้มีความผิดพลาดในการสอบสวน สืบสวน มีที่มาของพยานหลักฐานโดยมิชอบ เนื่องจากพยานหลักฐานส่วนใหญ่ในคดีเป็นพยานเอกสาร ซึ่งเอกสารที่ศาลจะสามารถรับฟังได้นั้นต้องมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ แต่พยานหลักฐานของโจทก์กลับขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานโจทก์อย่างชัดแจ้ง ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่เบิกความ ซึ่งทำให้ไม่มีความสมเหตุสมผลในการเชื่อมโยง ติดตามหาตัวจำเลยว่าเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทราบหมายเลขอีมี่ของหมายเลขที่กระทำความผิดเป็นลำดับท้ายสุด ในการสืบจำเป็นต้องทราบหมายเลขอีมี่ก่อนจึงจะทำการตรวจสอบได้ แต่เอกสารดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีการตรวจสอบจากหมายเลขของจำเลย (xxxx27) ซึ่งไม่ใช่หมายเลขในการส่งข้อความโดยตรง พยานหลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการสืบสวนสอบสวนมุ่งโดยตรงมาที่จำเลยตั้งแต่ต้นโดยไม่ได้ตรวจสอบมาจากอีมี่ตั้งแต่แรกตามที่โจทก์กล่าวอ้าง (รายละเอียดขั้นตอนที่ขัดแย้งกันระหว่างพยานเอกสารกับคำเบิกความ กรุณาดูผังด้านล่าง) 6. บันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำของบุตรสาวจำเลย ก่อนจะมีการจับกุมตัวจำเลยก็ไม่ปรากฏหมายเลขอีมี่ 7. หนังสือแจ้งผลการตรวจข้อมูลโทรศัพท์จากดีแทคระบุวันที่ไม่ตรงกับวันเกิดเหตุ “ทางบริษัทได้แจ้งข้อมูลการโทรให้ทราบแล้ว แต่ยังมีประเด็นเรื่องรหัสประจำเครื่อง(IMEI)ที่ขณะนั้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้ บริษัทได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าในช่วงวันที่ 10-15 มิถุนายน 2553 โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข xxxxx15 ใช้คู่กับโทรศัพท์(IMEI)หมายเลข xxxxxxxxxxxxxx 0” เจ้าหน้าที่บริษัทให้การว่าใส่วันที่ผิด แต่พบข้อพิรุธว่า มีการระบุว่า “ยังตรวจสอบไม่ได้”, ไม่มีการแนบข้อมูลการโทรมีเพียงการระบุอีมี่ อีกทั้งในการส่งเอกสารมาครั้งแรกไม่มีการเซ็นรับรองเอกสาร แต่เพิ่งมาเซ็นรับรองเอกสารในครั้งที่สอง จึงไม่มีความน่าเชื่อถือ 8. โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะแสดงได้ว่าจำเลยเป็นคนกดข้อความ หรือส่งข้อความดังกล่าวไม่มีพยานเอกสารหรือพยานบุคคลใดยืนยันได้ว่าจำเลยซึ่งอายุหกสิบเอ็ดปีแล้ว สามารถส่งข้อความได้ มีเพียงพยานเอกสารซึ่งพยายามเชื่อมโยงว่าเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความและเครื่องโทรศัพท์ของจำเลยเป็นเครื่องเดียวกัน 9. คำให้การพยานโจทก์จากทรู ยังให้การต่อศาลว่า “จากข้อมูลการใช้โทรศัพท์ [หมายเลข xxxxx27 ซึ่งเป็นของนายอำพล-ประชาไท] ไม่ปรากฏว่ามีการส่งข้อความ sms จากเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าว” 10. โจทก์ยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลที่ก้าวร้าว ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีมูลเหตจูงใจในการกระทำความผิด ในทางตรงกันข้ามจำเลยไม่เคยมีประวัติอาชญากร มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแสดงออกโดยไปลงนามถวายพระพรอยู่เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส รวมทั้งได้ไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาด้วย ทำความเข้าใจเบื้องต้น กระบวนการสืบสวนคดี ‘อากง’ 1.เรียงลำดับจากคำเบิกความของเจ้าหน้าที่ต่อศาล 1. เบอร์ xxxxx15 > เลขานุการนายกฯ อภิสิทธิ์ [ได้รับ SMS 4 ครั้ง ระหว่างวันที่ 9,11,12,22 พ.ค.] 2. เลขาฯ > ตำรวจ [แจ้งความ] 3. ตำรวจ > [ตรวจสอบข้อมูลพบเป็นเบอร์ของ DTAC ไม่จดทะเบียน จึงไม่สามารถตรวจสอบชื่อ เจ้าของเบอร์ได้ว่าเป็นใคร] 4. ตำรวจ > DTAC [ตรวจสอบพบว่าเบอร์ xxxxx15 ไม่มีการใช้งานตั้งแต่ 23 พ.ค.53] 5. ตำรวจ > DTAC [ขอ log file ของเบอร์ xxxxx15 เพื่อตรวจสอบหาหมายเลขเครื่อง(EMEI) และ การติดต่อกับบุคคลอื่น ทั้งนี้ ใน log file จะประกอบด้วย รายการโทรเข้าออก วันที่ เวลา ระยะเวลาการโทร EMEI ที่ตั้งเสาสัญญาณ ฯ ] 6. ตำรวจ > DTAC, AIS, TRUE [แขวน EMEI หมายถึงการนำอีมี่เป้าหมาย ในกรณีนี้คืออีมี่ของ เครื่องเบอร์ xxxxx15 ไปให้ทุกบริษัทตรวจสอบในระบบของแต่ ละค่ายว่าพบเบอร์อื่นใดที่มี EMEI หรือเลขประจำเครื่องตรงกันหรือไม่] 7. ตำรวจ > TRUE [พบว่ามีอีมี่เป้าหมายที่บริษัททรู คือ หมายเลข xxxxx27] 8. ตำรวจ > TRUE [ขอ log file ของเบอร์ xxxxx27 และพบว่ามีการติดต่อกับเบอร์ต่างๆ โดยมีเบอร์ xxxxx00 โทรเข้าบ่อย และเบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์จดทะเบียน] 9. ตำรวจ > เจ้าของเบอร์ xxxxx00 [เรียกเจ้าของเบอร์ (ซึ่งเป็นลูกสาวนายอำพล) มาสอบถามได้ความว่าเบอร์ xxxxx27 เป็นเบอร์ของอำพล/บิดา] 10. ตำรวจ > อำพล [เจ้าหน้าที่กว่า 10 นายจากหลายหน่วยงาน บุกจับกุมตัวจำเลยที่บ้านเช่าย่านสำโรง พร้อมกองทัพนักข่าว] 2. เรียงลำดับจากพยานเอกสารที่เจ้าหน้าที่นำส่งศาล 1. เบอร์ xxxxx15 > เลขานุการนายกฯ อภิสิทธิ์ [ได้รับ SMS 4 ครั้ง ระหว่างวันที่ 9,11,12,22 พ.ค.] 2. เลขาฯ > ตำรวจ [แจ้งความ] 3. ตำรวจ > ทรู [ตรวจสอบการใช้ของหมายเลข xxxxx27 ซึ่งเป็นเบอร์ไม่จดทะเบียน และพบว่ามี การติดต่อกับเบอร์ต่างๆ โดยมีเบอร์ xxxxx00 โทรเข้าบ่อย และเบอร์ดังกล่าวเป็น เบอร์จดทะเบียน] 4. ตำรวจ > เจ้าของเบอร์ xxxx00 [ เรียกมาให้การ ได้ความว่าเบอร์ xxxxx27 เป็นอำพล/บิดา] 5. ตำรวจ > DTAC [ตรวจสอบพบว่า เบอร์ xxxxx15 ไม่มีการใช้งานตั้งแต่ 23 พ.ค.53] 6. ตำรวจ > DTAC [ ขอ log file หมายเลข xxxxx15 และทำให้ทราบเลขอีมี่] 7. ตำรวจ > อำพล [เจ้าหน้าที่กว่า 10 นายจากหลายหน่วยงาน บุกจับกุมตัวจำเลยที่บ้านเช่าย่าน สำโรง พร้อมกองทัพนักข่าว] หมายเหตุ : ขอขอบคุณข้อมูลจาก พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลย และ ยิ่งชีพ อัฌชานนท์ จากโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) 000000000 คำแถลงปิดคดี ข้อ ๑.คดีนี้สืบพยานจำเลยเสร็จในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ และศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จำเลยมีความประสงค์ขอยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาคดี เนื่องจากพยานหลักฐานและคำเบิกความของพยานโจทก์ขัดแย้งกันเองหลายประการ มีข้อพิรุธ น่าสงสัย และมีน้ำหนักน้อยไม่น่ารับฟัง ไม่อาจนำมาสู่การลงโทษจำเลยซึ่งไม่ได้กระทำความผิดได้ โดยจำเลยขอเรียนพยานหลักฐาน ต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาใช้ดุลพินิจในการทำพิพากษาของศาลดังต่อไปนี้ ข้อ ๒.การใช้หมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์(IMEI) เชื่อมโยงการกระทำความผิดไม่น่าเชื่อถือในการระบุเครื่องที่ใช้กระทำความผิด เนื่องจากหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์(IMEI)สามารถปลอมแปลงได้ และสามารถซ้ำกันได้ จำเลยขอเรียนต่อศาลว่าคดีนี้โจทก์เชื่อมโยงการกระทำความผิดมาถึงตัวจำเลยได้โดยใช้หมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์(IMEI) ซึ่งการใช้โทรศัพท์ครั้งหนึ่งทั้งการโทรศัพท์ หรือการรับส่งข้อความจะปรากฎข้อมูลการโทรที่ผู้ให้บริการ ซึ่งจะปรากฎรายละเอียดทั้งวันที่ เวลา หมายเลขโทรศัพท์ รวมถึงหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ หรือ IMEI (ต่อไปขอเรียกว่าหมายเลขอีมี่) ซึ่งในกรณีดังกล่าวหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งส่งข้อความ และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยเป็นคนละหมายเลขกัน แต่โจทก์กล่าวอ้างว่ามีหลายเลขอีมี่ตรงกัน กล่าวคือโจทก์กล่าวอ้างว่ามีการส่งข้อความจากโทรศัพท์เครื่องเดียวกันกับของจำเลย อย่างไรก็ตามแม้โดยหลักการแล้วหมายเลขอีมี่จะเปรียบเสมือนบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีเลขอีมี่ประจำของตนและจะไม่ซ้ำกัน แต่ในทางปฏิบัติซึ่งทราบกันอยู่ทั่วไปว่าหมายเลขอีมี่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้และพยานหลักฐานของโจทก์ก็ยอมรับถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว กล่าวคือ จากบันทึกข้อความในการส่งของกลางตรวจพิสูจน์เอกสารหมายจ.๑๑ ข้อ ๙.๑ ได้ขอให้ตรวจพิสูจน์ว่า “โทรศัพท์ของกลางข้อ ๘.๑ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขเดิมเป็นหมายเลขใด” จากคำให้การของพยานโจทก์ปากนายXXXXXXXXXXX เจ้าหน้าที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด หน้าที่ ๓ ได้ให้การว่า “ข้าฯเคยได้ยินมาว่ามีการเปลี่ยนหมายเลขอีมี่กลางโดยการจ้างช่างโทรศัพท์เป็นเลขอีมีอย่างอื่นได้” และ “อีมี่กลางนั้นสามารถใช้กับโทรศัพท์หลายๆเครื่องได้” จากคำให้การพยานโจทก์พ.ต.อ.XXXXXXXXXXX หน้าที่ ๔ ได้ให้การว่า “หมายเลขอีมี่สามารถให้ช่างเครื่องซ่อมโทรศัพท์มือถือที่เชี่ยวชาญเปลี่ยนได้ ซึ่งจะทำให้หมายเลขอีมี่ที่ถูกเปลี่ยนนั้นไปปรากฏยังฐานข้อมูลของบริษัทผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงด้วย” รวมทั้งข้อมูลตามเอกสารหมายล.๖ และล.๗ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความแพร่หลายในวิธีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมายเลขอีมี่ทั้งจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตและมีเปิดสอนหลักสูตรในโรงเรียนสอนซ่อมมือถือดังกล่าว และข้อความตามเอกสารหมายล.๗ ยังระบุถึงข้อจำกัดของหมายเลขอีมี่ว่า “เลขหมายอีมี่สามารถเปลี่ยนใหม่สำหรับเครื่องที่ถูกขโมยมาได้ และ 10% ของหมายเลขอีมี่ก็ไม่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะ” จากพยานเอกสารของโจทก์และคำให้การของพยานโจทก์ รวมถึงพยานเอกสารของจำเลยที่กล่าวมาข้างต้นย่อมสรุปได้ว่า หมายเลขอีมี่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยสามารถแก้ไขเปลี่ยนเป็นเลขหมายใดก็ได้ และเมื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะไปปรากฏยังผู้ให้บริการ ทำให้หมายเลขอีมี่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพราะเมื่อหมายเลขอีมี่สามารถแก้เปลี่ยนแปลงได้ย่อมไม่สามารถที่จะระบุเครื่องโทรศัพท์ได้อย่างแน่นอน การตรวจสอบและเชื่อมโยงการกระทำความผิดจากหมายเลขอีมีจึงไม่มีความน่าเชื่อถือในการนำมาใช้ลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่ามีการกระทำความผิดได้ เพราะหมายเลขอีมีไม่เหมือนดีเอ็นเอที่สามารถระบุความเป็นตัวตนของเครื่องโทรศัพท์ได้ ประกอบกับโจทก์ก็ไม่ได้แสดงพยานหลักฐานในการตรวจสอบจากทั้งสามบริษัทของผู้ให้บริการโทรศัพท์ในประเทศไทย ว่ามีการตรวจสอบแล้วครบทั้งสามบริษัทพบหมายเลขอีมี่ที่ปรากฏใช้เพียงหมายเลขเดียว มีเพียงคำให้การกล่าวอ้างลอยๆว่าได้ทำการแขวนอีมี่กับทั้งสามเครือข่ายผู้ให้บริการ โดยไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดง มีเพียงข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของบริษัท ดีแทค จำกัด และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ตามเอกสารหมายจ.๕และจ.๖ เท่านั้น นอกจากนี้พยานโจทก์ยังให้การขัดแย้งกันเองกล่าวคือพยานโจทก์ปากร.ต.อ.XXXXXXXXXXX พ.ต.อ.XXXXXXXXXXX และพ.ต.ท.XXXXXXXXXXX ได้ให้การว่าตรวจสอบจากทั้งสามบริษัทแล้ว ในขณะที่พ.ต.ท.XXXXXXXXXXXซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน ได้ให้การในหน้าที่ ๒ วรรคสุดท้ายว่า “คณะทำงานได้มีหนังสือไปยังค่ายดีแทคและค่ายทรูมูฟเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ตามเอกสารหมายจ. ๕ และ จ.๖” ซึ่งไม่ได้พูดถึงการตรวจสอบจากบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอวิส จำกัด แต่อย่างใด และแม้พ.ต.ท.XXXXXXXXXXX จะให้การขัดแย้งกับพยานโจทก์รายอื่นแต่กลับให้การสอดคล้องกับพยานเอกสารซึ่งมีเพียงข้อมูลจากสองบริษัท จึงทำให้คำให้การพยานของพ.ต.ท.XXXXXXXXXXX มีน้ำหนักมากกว่าพยานปากอื่นๆ เมื่อโจทก์ก็ไม่ได้แสดงพยานหลักฐานว่ามีการตรวจสอบจากบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอวิส จำกัด หรือมีหนังสือตอบกลับมาจากบริษัทดังกล่าวว่าไม่มีผู้ใช้บริการของบริษัทดังกล่าวใช้หมายเลขอีมี่ที่ตรงกับเครื่องซึ่งใช้ส่งข้อความ ทั้งที่การตรวจสอบและการยื่นพยานหลักฐานสามารถกระทำได้โดยง่าย หากโจทก์ได้ทำการตรวจสอบจริงก็สมควรยื่นหลักฐานดังกล่าวเข้ามาเพื่อแสดงความชัดเจนและความบริสุทธิ์ใจในการสืบสวน จึงน่าเชื่อว่าการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวไม่มีการตรวจสอบจากบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอวิส จำกัดจริง นอกจากนี้จำเลยขอเรียนว่าเอกสารข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของบริษัททรูมูฟจำกัดตามเอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๖ถึงแผ่นที่ ๑๓ นั้นไม่น่าเชื่อถือ และไม่อาจเรียกว่าเป็นการแขวนอีมี เพราะหากเป็นการแขวนอีมี่นั้น โดยเหตุผลแล้วการตรวจสอบจากบริษัททรูมูฟจำกัด ต้องเริ่มตรวจสอบจากหมายเลขอีมี่ แล้วจึงพบเบอร์โทรศัพท์ของจำเลยใช้คู่กับหมายเลขอีมี่ดังกล่าว แต่จากข้อความในเอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๖ ซึ่งมีข้อความว่า “ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีหนังสือตามที่อ้างถึงให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด (“บริษัท”)ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข ๐๘๕XXXXXXX๒๗.....” แสดงให้เห็นว่าเป็นการเจาะจงขอข้อมูลจากหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยมาตั้งแต่ต้น โดยที่ยังไม่มีความเชื่อมโยงจากหมายเลขอีมี่เลย และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยก็ไม่ใช่หมายเลขที่ใช้ในการกระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือพอที่จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ และไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าในเครือข่ายของบริษัททรูมูฟจำกัดนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ซึ่งใช้กับหมายเลขอีมี่นี้หมายเลขเดียว จำเลยขอเรียนต่อศาลว่านอกจากความไม่น่าเชื่อถือในการนำหมายเลขอีมี่มาตรวจสอบแล้ว โจทก์ยังนำเสนอพยานหลักฐานไม่ครบถ้วนพอที่จะแสดงให้เห็นว่ามีหมายเลขอีมี่ดังกล่าวหมายเลขเดียวที่ใช้ในประเทศไทย การสืบสวนสอบสวนตามความเชื่อทางทฤษฎีว่าหมายเลขอีมี่เป็นหมายเลขประจำเครื่องไม่มีทางซ้ำกันนั้น ทำให้โจทก์ผิดหลงในการสืบสวนสอบสวนมาตั้งแต่ต้น หากโจทก์ทำการตรวจสอบครบถ้วนจริง โจทก์ก็ต้องแสดงพยานหลักฐานในการตรวจสอบตั้งแต่ต้น แต่โจทก์กลับไม่แสดงพยานหลักฐานให้ศาลสิ้นสงสัยในพยานหลักฐานของโจทก์ได้ มีเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆซึ่งขัดแย้งกับพยานหลักฐานของโจทก์เอง ข้อ ๓.การสืบสวน สอบสวนของเจ้าพนักงานมุ่งไปที่ตัวจำเลยโดยตรง ไม่ได้เชื่อมโยงจากหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ (หมายเลขอีมี่) และคำเบิกความของพยานโจทก์ขัดแย้งกับพยานเอกสารอย่างชัดแจ้ง จำเลยขออนุญาตชี้ประเด็นให้ศาลพิจารณาว่าคดีนี้มีความผิดพลาดในการสอบสวน สืบสวน มีที่มาของพยานหลักฐานโดยมิชอบ เนื่องจากพยานหลักฐานส่วนใหญ่ในคดีเป็นพยานเอกสาร ซึ่งเอกสารที่ศาลจะสามารถรับฟังได้นั้นต้องมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ แต่พยานหลักฐานของโจทก์กลับขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานโจทก์อย่างชัดแจ้งกล่าวคือ ๓.๑ วันที่ตามพยานเอกสารหมายจ. ๕ และจ.๖ ขัดแย้งกับลำดับขั้นตอนในการสืบสวนสอบสวนตามคำเบิกความของพยานโจทก์ ในการสืบสวน สอบสวนเชื่อมโยงการกระทำความผิดจากเอกสารหมาย จ.๗ และจากคำให้การพยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ให้การตรงกันคือ ในการสืบสวนสอบสวนจะมีลำดับขั้นตอนดังนี้ ๑. มีผู้กระทำความผิดซึ่งส่งข้อความโดยเบอร์ ๐๘๑-XXXXXXXXXXX๑๕ ไปยังเบอร์ ๐๘๑ –XXXXXXXXXXX๙๙ ของนายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขาฯส่วนตัวนายอภิสิทธ์ เวชาชีวะ เป็นจำนวนสี่ครั้งในวันที่ ๙ ,๑๑, ๑๒ และ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ๒. ตรวจสอบหมายเลขผู้ส่ง ๐๘๑- XXXXXXXXXXX๑๕ พบว่าเป็นหมายเลขเติมเงินไม่จดทะเบียนของบริษัท DTAC มีหมายเลขเครื่อง(IMEI) ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ ๐ ใช้งานในเขตสมุทรปราการ ๓. ตรวจสอบหมายเลขผู้ส่ง ๐๘๑- XXXXXXXXXXX๑๕ พบว่าไม่มีการใช้งานตั้งแต่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ๔. นำหมายเลขประจำเครื่องโทรศัพท์ ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ ๐ ไปตรวจสอบกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั้งสามบริษัทพบว่า ปัจจุบันเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าวใช้กับหมายเลข ๐๘๕XXXXXXXXXXX๒๗ ของบริษัท TRUMOVE จำกัดเป็นหมายเลขไม่จดทะเบียน ๕. พนักงานสอบสวน ตรวจสอบข้อมูลการใช้หมายเลข ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ และสืบจากหมายเลขโทรเข้าออกซึ่งเป็นเบอร์จดทะเบียนของบุตรเขยจำเลย โดยนางxxxxxxxxxxxxxx บุตรสาวจำเลยเป็นผู้ใช้อยู่ ทำให้ทราบว่าหมายเลข๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗เป็นของนายอำพล XXXXXXXXXXX จากแผนผังดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การตรวจสอบพยานหลักฐานดังกล่าวต้องทำเป็นขั้นตอนตามลำดับ จึงจะสามารถเชื่อมโยงมายังหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยได้ ไม่สามารถกระทำข้ามขั้นตอนลำดับใดลำดับหนึ่งได้ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในคดีตามเอกสารหมายล.๑ และเอกสารหมาย จ.๑๙ ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเดียวกันคือคำให้การของนางxxxxxxxxxxxxxx บุตรสาวจำเลยกลับระบุว่าได้มาให้การต่อเจ้าพนักงานในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งทำให้ทราบว่าผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ คือนายอำพล XXXXXXXXXXX เมื่อเทียบกับขั้นตอนด้านบนจะเป็นลำดับที่ ๕ การตรวจสอบข้อมูลการโทรหมายเลข ๐๘๑- XXXXXXXXXXX๑๕ จากบริษัทดีแทคจำกัดพบว่าไม่มีการใช้งานตั้งแต่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ตรวจสอบได้ข้อมูลในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนที่ ๓ ในขณะที่การตรวจสอบข้อมูลการโทรของหมายเลข ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ บริษัททรูมูฟจำกัดได้มีหนังสือแจ้งข้อมูลการโทรของหมายเลขดังกล่าวในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงพันตำรวจเอก XXXXXXXXXXX ตามเอกสารหมายจ.๖แผ่นที่ ๖ ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนที่ ๔ การตรวจสอบหมายเลขอีมี่ซึ่งใช้คู่กับหมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑- XXXXXXXXXXX๑๕ กับบริษัทดีแทคจำกัด ในการส่งข้อความพบว่าเป็นหมายเลขอีมี่ ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ ๐ ตรวจสอบได้ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตามเอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๒ ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนที่ ๒ จากข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นพยานหลักฐานของโจทก์เองและพยานโจทก์ทุกปากให้การยอมรับการตรวจสอบตามเอกสารหมายจ.๕และจ.๖ จะพบว่าลำดับขั้นตอนหากนำมาเรียงตามลำดับวันที่แล้วจะได้เป็น วันที่ ๙,๑๑,๑๒ และ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๑ มีผู้กระทำความผิดซึ่งส่งข้อความโดยเบอร์ ๐๘๑-XXXXXXXXXXX๑๕ ไปยังเบอร์ ๐๘๑ –XXXXXXXXXXX๙๙ ของนายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขาฯส่วนตัวนายอภิสิทธ์ เวชาชีวะ เป็นจำนวนสี่ครั้งในวันที่ ๙ ,๑๑, ๑๒ และ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๕ พนักงานสอบสวน ตรวจสอบข้อมูลการใช้หมายเลข ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ และสืบจากหมายเลขโทรเข้าออกซึ่งเป็นเบอร์จดทะเบียนของบุตรเขยจำเลย โดยนางxxxxxxxxxxxxxx บุตรสาวจำเลยเป็นผู้ใช้อยู่ ทำให้ทราบว่าหมายเลข๐๘๕XXXXXXXXXXX๒๗เป็นของนายอำพล XXXXXXXXXXX(ยังไม่ทราบหมายเลขอีมี่) วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๓ ตรวจสอบหมายเลขผู้ส่ง ๐๘๑-XXXXXXXXXXX๑๕ พบว่าไม่มีการใช้งานตั้งแต่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓(ยังไม่ทราบหมายเลขอีมี่) วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๔ ทราบข้อมูลการโทร ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ จากบริษัททรูมูฟ จำกัด (ยังไม่ทราบหมายเลขอีมี่) วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ลำดับที่ ๒ ตรวจสอบหมายเลขผู้ส่ง ๐๘๑- XXXXXXXXXXX๑๕ พบว่าเป็นหมายเลขเติมเงินไม่จดทะเบียนของบริษัท DTAC มีหมายเลขเครื่อง(IMEI) ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ ๐ ใช้งานในเขตสมุทรปราการ (ทราบหมายเลขอีมี่) กล่าวคือหากเรียงตามลำดับวันที่เอกสารของโจทก์แล้ว โจทก์ใช้วิธีการดำเนินการสอบสวนตามลำดับคือ ๑-๕-๓-๔-๒ ซึ่งขัดแย้งกับลำดับขั้นตอนที่โจทก์กล่าวอ้างว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอน ๑-๒-๓-๔-๕ ดังนั้นในวันที่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำนางXXXXXXXXXXX บุตสาวจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบหมายเลขอีมี่ซึ่งใช้เชื่อมโยงเครื่องที่ใช้กระทำความผิดเลย แม้กระทั่งวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ซึ่งทางบริษัทดีแทคจำกัดแจ้งข้อมูลการโทรของหมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑XXXXXXXXXXX๑๕ ที่ใช้กระทำความผิดมา ก็ยังไม่ทราบหมายเลขอีมี่จนทางดีแทคต้องตรวจสอบและแจ้งหมายเลขอีมี่ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ อีกทั้งหนังสือตอบกลับของบริษัททรูจำกัด ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตามเอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๖ นั้นก็เป็นการสอบถามจากหมายเลข ๐๘๕ XXXXXXXXXXX๒๗ ของจำเลยไม่ได้ตั้งต้นจากหมายเลขอีมี่ซึ่งการจะตรวจสอบจากบริษัททรูมูฟ จำกัดนั้นจำเป็นต้องทราบหมายเลขอีมี่ก่อนจึงจะทำการตรวจสอบได้ แต่เอกสารดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีการตรวจสอบจากหมายเลขของจำเลยซึ่งไม่ใช่หมายเลขในการส่งข้อความโดยตรง พยานหลักฐานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการสืบสวนสอบสวนมุ่งโดยตรงมาที่จำเลยตั้งแต่ต้นโดยไม่ได้ตรวจสอบมาจากอีมี่ตั้งแต่แรกตามที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยขอเรียนว่าเอกสารตามหมายจ.๖ แผ่นที่ ๖ – ๑๓ ซึ่งเป็นข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยเป็นเอกสารฉบับแรกในคดีนี้ที่มีหมายเลขอีมี่ปรากฏในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓ และปรากฏโดยไม่มีความเชื่อมโยงกับหมายเลขที่ใช้ในการกระทำความผิดมาก่อนเพราะเป็นหมายเลขอีมี่ที่ปรากฏจากเบอร์ของจำเลย ในขณะที่ตามบันทึกคำให้การผู้ให้ถ้อยคำนางxxxxxx xxxxxxxx วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ เอกสารหมายจ.๑๙ ก็ไม่ปรากฏหมายเลขอีมี่ ประกอบกับบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนXXXXXXXXXXXเจ้าหน้าที่บริษัทดีแทคจำกัด ลงวันที่ ๒๐กรกฎาคม ๒๕๕๓ เอกสารหมายจ.๑๖ ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์หมายเลข ๐๘๑ XXXXXXXXXXX๑๕ ที่ใช้ในการกระทำความผิดและเป็นพยานปากสำคัญที่จะใช้เชื่อมโยงหมายเลขอีมี่ไปถึงหมายเลขอีมี่เครื่องจำเลยได้ แต่กลับไม่ปรากฏคำให้การในชั้นสอบสวนที่กล่าวถึงหมายเลขอีมี่อันจะเชื่อมโยงไปถึงจำเลยได้ แต่กลับปรากฎการแจ้งหมายเลยอีมี่ของเบอร์โทรศัพท์ ๐๘๑ XXXXXXXXXXX๑๕ ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เอกสารหมาย จ.แผ่นที่ ๒ ตามที่จำเลยได้เรียนแล้วนั้น จะเห็นได้ว่าพยานหลักฐานอื่นๆซึ่งเชื่อมโยงหมายเลขอีมี่จากบริษัทดีแทคจำกัดไปยังหมายเลขอีมี่ของจำเลยล้วนเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้ทราบหมายเลขอีมี่ของจำเลยแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นจะพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาใช้พิสูจน์ว่าจำเลยกระทำความผิดหมายจ. ๕ และจ.๖ซึ่งพยานโจทก์ทุกปากให้การตามเอกสารดังกล่าว ขัดแย้งกับคำให้การพยานโจทก์เองอย่างชัดแจ้ง พยานหลักฐานดังกล่าวจึงไม่น่าเชื่อถือ และเป็นไปไม่ได้ตามหลักของเหตุผลที่โจทก์ใช้ในการตรวจสอบและไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องจริง ๓.๒ พยานหลักฐานโจทก์ เอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๒ ไม่ได้ระบุเอกสารแนบและระบุเลขวันที่ใช้ในการตรวจสอบหมายเลขอีมี่ผิดจากวันที่ส่งข้อความ กล่าวคือพยานเอกสารหมายจ.๖ แผ่นที่ ๒ ซึ่งเป็นหนังสือแจ้งผลการตรวจข้อมูลโทรศัพท์จากบริษัทดีแทคจำกัดถึงพ.ต.อ.XXXXXXXXXXXในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นั้น ระบุว่า ทางบริษัทได้แจ้งข้อมูลการโทรให้ทราบแล้ว “แต่ยังมีประเด็นเรื่องรหัสประจำเครื่อง(IMEI)ที่ขณะนั้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้ บริษัทได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าในช่วงวันที่ ๑๐-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข ๐๘๑XXXXXXXXXXX๑๕ ใช้คู่กับโทรศัพท์(IMEI)หมายเลข ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑ ๐” ซึ่งมีข้อสังเกตว่าเหตุใดทางบริษัทจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ และวันที่ตามหนังสือดังกล่าวก็ไม่ตรงกับวันทีเกิดเหตุ ในเรื่องนี้แม้XXXXXXXXXXX เจ้าหน้าที่ธุรการฝ่ายกฎหมายและXXXXXXXXXXX ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายให้การว่าเป็นเรื่องผิดหลง แต่หนังสือฉบับดังกล่าวกลับข้อพิรุธถึงสามจุดคือ ๑. ผิดหลงในเรื่องการตรวจสอบ ซึ่งหากในคราวแรกไม่ได้ตรวจสอบ หนังสือฉบับนี้ควรแจ้งให้ถูกต้องไม่ใช่แจ้งว่าไม่สามารถตรวจสอบได้ ๒. ระยะเวลาในการตรวจสอบของหนังสือดังกล่าวเป็นช่วงเดือนมิถุนายนไม่ตรงกับระยะเวลาที่เกิดเหตุในช่วงเดือนพฤษภาคม ๓. หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งหมายเลขอีมี่ไม่ได้ระบุว่ามีเอกสารแนบเป็นข้อมูลการโทร ซึ่งโดยหลักแล้วพยานเป็นเจ้าหน้าที่และผู้จัดการฝ่ายกฎหมายทำงานมาเป็นระยะเวลานาน การทำการตรวจสอบดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายและเสรีภาพของบุคคล พยานย่อมต้องมีความระมัดระวังรอบคอบในการทำงาน แต่หนังสือดังกล่าวกลับมีข้อพิรุธถึงสามจุด อีกทั้งเอกสารหมายจ.๕ ที่พยานได้แจ้งผลการตรวจสอบมาในคราวแรกนั้นก็ไม่มีการเซ็นรับรองพยานเอกสาร ซึ่งต่างจากเอกสารแนบในการส่งมาครั้งที่สองนั้นมีการเซ็นรับรอง แสดงให้เห็นถึงการทำงานซึ่งไม่อาจเป็นมาตราฐาน ไม่มีความน่าเชื่อถือของพยานโจทก์ และไม่อาจทำให้จำเลยเชื่อได้ว่าหนังสือดังกล่าวทำขึ้นมาด้วยความสุจริตจริง ข้อ ๔. โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานเอกสารใดสามารถยืนยันว่าจำเลยเป็นคน กดข้อความและส่งข้อความตามที่โจทก์กล่าวอ้างเลย จำเลยขอเรียนต่อศาลว่านอกจากพยานเอกสารของโจทก์น่าสงสัย และขัดแย้งกับคำให้การของพยานโจทก์เองแล้ว โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะแสดงได้ว่าจำเลยเป็นคนกดข้อความ หรือส่งข้อความดังกล่าวไม่มีพยานเอกสารหรือพยานบุคคลใดยืนยันได้ว่าจำเลยซึ่งอายุหกสิบเอ็ดปีแล้ว สามารถส่งข้อความได้ มีเพียงพยานเอกสารซึ่งพยายามเชื่อมโยงว่าเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ส่งข้อความความและเครื่องโทรศัพท์ของจำเลยเป็นเครื่องเดียวกัน จำเลยได้เรียนให้ศาลพิจารณาถึงความไม่น่าเชื่อถือของเอกสารดังกล่าวแล้ว และโจทก์ก็ไม่พบเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้กระทำความผิดที่จำเลย ประกอบกับคำให้การพยานโจทก์นายXXXXXXXXXXX เจ้าหน้าที่บริษัททรู หน้าที่สาม บรรทัดที่ ๑๒ ยังให้การต่อศาลว่า “จากข้อมูลการใช้โทรศัพท์หมาย จ.๖ แผ่นที่ ๗ ถึง ๑๔ ไม่ปรากฎว่ามีการส่งข้อความ sms จากเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าว” และจากบันทึกคำให้การนางxxxxxxxxxxxxxxx วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เอกสารหมาย จ.๒๑ แผ่นที่ ๓ บรรทัดที่ ๖ยังให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าพยานทราบว่านายอำพลฯส่งข้อความไม่เป็น และไม่เคยเห็นว่านายอำพลส่งข้อความ ซึ่งตรงกับคำให้การพยานจำเลยเด็กหญิงXXXXXXXXXXXในหน้าที่ ๒ ซึ่งให้การว่า “ข้าฯไม่เคยเห็นจำเลยส่งข้อความให้กับผู้ใด” และจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ชั้นจับกุม สอบสวนและชั้นพิจารณา พยานหลักฐานดังกล่าวย่อมแสดงให้ศ่าลเห็นว่าไม่เพียงจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่ไม่มีความสามารถในการกระทำความผิดด้วยซ้ำเนื่องจากจำเลยไม่สามารถส่งข้อความได้ นอกจากนี้โจทก์ยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลที่ก้าวร้าว ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีมูลเหตจูงใจในการกระทำความผิด มีเพียงพยานหลักฐานซึ่งขัดแย้งกันเอง ไม่น่าเชื่อถือ นำมากล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดต่อพระมหากษัตริย์จึงเป็นการกล่าวหาอย่างร้ายแรงและไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยได้ ในทางตรงกันข้ามจำเลยไม่เคยมีประวัติอาชญากร มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแสดงออกโดยไปลงนามถวายพระพรอยู่เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส รวมทั้งได้ไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาด้วย ซึ่งตรงกับคำให้การพยานจำเลยเด็กหญิงxxxxxxxxxxxxxx หลานสาวของจำเลยซึ่งจำเลยเคยพาไปลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราชให้การยืนยันตามคำให้การหน้าที่ ๑ ว่า “จำเลยเคยพาข้าฯไปถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัวที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงปิดเทอมปี ๒๕๕๒” ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นถึงความไม่น่าเชื่อถือของพยานโจทก์ซึ่งให้การขัดแย้งกับพยานเอกสาร และพยานเอกสารของโจทก์ซึ่งขัดแย้งกันเอง และเป็นไปไม่ได้โดยหลักของเหตุผลที่จะใช้ในการตรวจสอบ การสอบสวนที่มุ่งโดยตรงมาที่จำเลยตั้งแต่ต้นประกอบกับพฤติการณ์และความเป็นไปได้ที่จำเลยจะกระทำความผิดซึ่งไม่สามารถมีได้เลย จำเลยจึงขอให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงด้วยหลักการของเหตุผลดังกล่าว และโปรดพิจารณาปล่อยจำเลยไป ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ จำเลย คำร้องฉบับนี้ข้าพเจ้านางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจำเลยเป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ผู้เรียงและพิมพ์

รบกวนทางแอดมินช่วยตรวจสอบเนื้

รบกวนทางแอดมินช่วยตรวจสอบเนื้อหาของบทความโดยด่วนครับ
เพราะมีหลายจุดเหลือเกินที่มีสามารถเห็นนามสกุลของจำเลย รวมทั้งชื่อและนามสกุลของญาติจำเลย ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิของจำเลย(ซึ่งได้รับความอยุติธรรมจากระบบกฎหมายไปแล้ว) และยังเป็นการละเมิดสิทธิของญาติจำเลยซึ่งไม่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ต้องฟ้องกลับด้วย 1.

ต้องฟ้องกลับด้วย
1. เสียหาย
2. เสียเวลาหาเลี้ยงชีพ
3. ต้องไปอยู่ในคุก ซึ่งไม่ใช่สถานที่ของผู้บริสุทธิ์
4. โจทย์ไม่รอบคอบ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยป้นผู้แทบขาดโอกาสทางสังคม และโจทย์เป็นผู้มีอำนาจมากกว่า แต่ไม่มีความรอบคอบ

ทนายความจำเลย

ทนายความจำเลย ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อครับ ช่องโหว่แบบนี้ ทำให้สงสัยว่าจะเป็นการลงโทษคนบริสุทธิ์ครับ

ตำรวจ >

ตำรวจ > เจ้าของเบอร์ xxxxx00 [เรียกเจ้าของเบอร์ (ซึ่งเป็นลูกสาวนายอำพล) มาสอบถามได้ความว่าเบอร์ xxxxx15 เป็นเบอร์ของอำพล/บิดา]
ต้องแก้เป็น xxxxx27 นะฮะ

และ เนื้อข่าวมีอยู่แห่งหนึ่งที่ไม่ได้ปิดบังเบอร์โทรศัพท์ของจำเลย คาดว่าคงลืม ขอให้แก้ไขด้วยนะฮะ

ที่อยู่ของจำเลยก็ไม่ควรเปิดเผยนะฮะ
รวมทั้งนามสกุลด้วย (ในใบคำแถลงปิดคดี ตรงนามสกุลอันนึงคาดดำไว้แต่บรรทัดต่อกลับไม่คาดดำ-คิดว่าคงลืม)

สมัยก่อน เครื่องโทรศัพท์ไม่มี

สมัยก่อน เครื่องโทรศัพท์ไม่มี Sim card
ต่อมาใช้ซิมการ์ด แต่จำกัดระบบ เช่น 1800 หรือ 900
ใช้ต่างระบบไม่ได้
ต้องนำไปจ้างช่างปลด IMEI ราคา 1 พันบาท (ช่างบอกว่า จ่ายให้ต้นทางหลานแสนแลกกับ software ปลด IMEI)

ต่อมาไม่มีการล็อค IMEI
โทรศัพท์เครื่องไหนใส่ซิมค่ายใดก็ได้

ระยะแรกของยุคตื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ราคาแพงหมาโหดทั้งเครื่อง ทั้งอัตราค่าโทรฯ
ค่าถือเฉยๆเดือนละ 500 บาท ค่าโชว์เบอร์ เดือนละ 75 บาท บวก VAT ต่างหาก

ผู้ค้ายุคแรกถึงได้รวยโคตรๆๆๆๆๆ จะเรียกว่าหน้าเลือดก็ไม่ถูกเสียทีเดียว
ไม่รู้จะเรียกอะไรจึงจะถูกหลายที

เมื่อก่อนเครื่องมือถือราคาแพงมหาโคตรโหด จอนิดเเดียว ขาวดำ ราคาหลายหมื่น
วันนี้ ราคาหลักร้อยเท่านั้น
ของมือสองเกลื่อนตลาด ทั้งหล่นหาย ขายทิ้ง ถูกขะโมย

มิหนำซ้ำ เลขกำกับตัวเครื่อง (IMEI) ยังคลุมเครือ เอาแน่ไม่ได้ว่าจริงๆมันเลขอะไรแน่
ตรงนี้ น่าสงสัย
ทำไมระบบมันมั่วซั่วอย่างนี้

เมื่อก่อนมันแย่งกันรวย ล็อค imei เพื่อไม่ให้ลูกค้าใช้ซิมการ์ดค่ายอื่นได้
แล้วทำไมต่อมามันปลดล็อค ไม่แย่งกันรวยเหมือนก่อน
มีอะไรในกอไผ่ ?

เดี๋ยวนี้ค่าโทรฯถูกลงมาก มันยังรวยกันได้
ขนลุก เมื่อก่อนมันจะรวยกันขนาดไหน

จริงหรือ มี software แก้ไขหมายเลขกำกับตัวเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ?

คนรู้จริง น่าจะออกมาแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรู้
จะได้ระวังตัวป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อ

ถ้าอย่างนี้ เกิดใครมันเอาเลข imei เราไปใช้งาน ไม่ติดคุกกันหมดหรือ?

น้ำหน้าไอ้บ้านนอกอย่างผมหรือจะมีปัญหาหาผู้เชี่ยวชาญมาเป็นพยานได้

ขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีศักยภาพ

ขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีศักยภาพทางสังคมที่พอจะมีเสียงดังในสังคมที่ทำให้คนหันมาสนใจ ผู้ที่รักความเป็นธรรมและผู้ที่มีมนุษยธรรมมาช่วยกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านตาดำๆที่ยากจนไม่มีเส้นมีสายไม่มีอิทธิพลที่มักต้องตกเป็นเหยื่อ เป็นแพะให้กับพวก ที่บอกว่าเป็นผู้รักษาความยุติธรรมที่มักจะรังแกผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเพราะเห็นว่าจัดการง่ายดีไม่มีใครสนใจแม้จะถูกขังจนตายในคุกก็ไม่มีผลที่จะย้อนมาเล่นงานตนเองในภายหลัง ความอยุติธรรมนี้แรงอาคาตรุนแรงนัก กรรมคงตามทันเข้าสักวัน

การเปลี่ยนเลข EMEI

การเปลี่ยนเลข EMEI ทำได้จริง
หาข้อมูลได้ในเว็บบอร์ด IF

"เขา" ใช้เรื่องอากง
เบี่ยงเบนความสนใจการสั่งล้อมฆ่า ปชช. ปี 53 หรือเปล่า ??

และเชือดไก่ให้ลิงดู ห้ามเปิดเผยภาพถ่ายที่ราบ 11

จับแพะ

จับแพะ

numfon

[quote=numfon]ขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีศักยภาพทางสังคมที่พอจะมีเสียงดังในสังคมที่ทำให้คนหันมาสนใจ ผู้ที่รักความเป็นธรรมและผู้ที่มีมนุษยธรรมมาช่วยกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านตาดำๆที่ยากจนไม่มีเส้นมีสายไม่มีอิทธิพลที่มักต้องตกเป็นเหยื่อ เป็นแพะให้กับพวก ที่บอกว่าเป็นผู้รักษาความยุติธรรมที่มักจะรังแกผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเพราะเห็นว่าจัดการง่ายดีไม่มีใครสนใจแม้จะถูกขังจนตายในคุกก็ไม่มีผลที่จะย้อนมาเล่นงานตนเองในภายหลัง ความอยุติธรรมนี้แรงอาคาตรุนแรงนัก กรรมคงตามทันเข้าสักวัน[/quote]

"ผู้ที่มีศักยภาพทางสังคมที่พอจะมีเสียงดังในสังคมที่ทำให้คนหันมาสนใจ" ผมมองไม่เห็นใครนอกจากสื่อกระแสหลักของบ้านเรา โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์หลักๆ และทีวีช่องหลัก ซึ่งต่างเงียบ...เงียบอย่างน่าอับอายและน่าอดสูที่สุด ทำไมไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลย ทั้งที่ประเทศนี้ก็เป็นประเทศของพวกคุณเหมือนๆ กัน ทำไมสื่อถึงไม่แคร์ว่ามันจะชิบหายวายวอดอย่างไร ผมเห็นสื่อหลักประเทศนี้แล้วผมเศร้า

ขอบคุณประชาไทที่ลงเรื่องนี้ (คิดว่ามติชนออนไลน์ก็คงจะลอกไปเร็วๆ นี้เหมือนทุกที - แต่ก็ดีครับ แม้ว่าการวิเคราะห์วิจารณ์ในลักษณะแบบนี้ควรออกมาจากนักข่าวของสื่อหลัก แต่แค่มาลอกไปก็ยังดีกว่าไม่แตะเลย) และขอขอบคุณประชาไทที่แก้ไขข้อมูลที่เสนอไปข้างต้นอย่างรวดเร็วครับ

ปัญหาว่าอากงทำจริงหรือไม่ก็ปั

ปัญหาว่าอากงทำจริงหรือไม่ก็ปัญหาหนึ่ง

แต่ปัญหาที่น่าจะพูดกันให้ถึงรากถึงโคนก็คือ อากงทำจริงก็ไม่ควรติดคุกถึง 20 ปี

เอ้อ
แล้วอากงทำอะไร นี่ยังไม่รู้เลย
ถ้าอากงทำอย่างสุรชัย แซ่ด่าน ก็ไม่ควรฟ้องอากงด้วยซ้ำ
แต่...สุรชัย แซ่ด่าน ก็ถูกขังมาหลายเดือนแล้ว

ขึ้นศาลก็มีแววว่า จะผิดตาม 112 + รัฐธรรมนูญ

เรามาพูด ๆ ๆ ๆ กันเถอะว่า ต่อไปถ้าสุรชัยโดนไป 50 ปี สังคมจะได้อะไร
(แต่สุรชัยพูดต่างหากที่ทำให้สังคมได้อะไร ๆ)

สมมุติเราลองทำแบบจำลองขึ้นมาด

สมมุติเราลองทำแบบจำลองขึ้นมาดู

1.บุคคลลึกลับ มีโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง มีหมายเลขอีมี่14ตัวเหมือนของอากง ไปซื้อซิมเติมเงินของดีแทคได้หมายเลข...15 นำมาส่งข้อความ ขณะส่งข้อความไม่เคยใช้พร้อมกับขณะอากงโทรศัพท์อยู่เลย เพราะส่งแค่4ครั้งแล้วทำลายทิ้งไปทั้งโทรศัพท์และซิม (จากที่อ่านใน iLaw ไม่มีการสอบสวนต่อว่า ซิมหมายเลข...15 ได้มีการส่งข้อความถึงใครอีกบ้าง)
แต่บังเอิญบุคคลลึกลับ ได้มาส่งข้อความ4ครั้งดังกล่าวในบริเวณย่านเดียวกับบ้านอากง

2.อากงได้วางโทรศัพท์ของตนไว้ ได้มีบุคคลลึกลับแอบนำไปใช้งานโดยเปลี่ยนซิมก่อนส่งข้อความ เมื่อนำมาคืนก็เปลี่ยนซิมของอากงคืนกลับตามเดิม (เทียบกับแอบเอาปืนของอากงไปยิงคนตาย แล้วเอามาคืนที่เดิม)

จากที่อ่านเห็นว่าเน้นต่อสู้ที่ข้อ1 และแตะข้อ2เพียงเล็กน้อย
เมื่อยังไม่ชัดเจนว่าอากงเป็นคนส่งข้อความหรือไม่ ต้องถูกลงโทษขนาดนี้ ต่อไปผมจะไม่ยอมให้ใครยืมหรือแตะต้องโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่"สื่อสารได้" ในครอบครองของผมอีกแล้ว

เอก wrote:สมควรแล้วอากง รัก

[quote=เอก]สมควรแล้วอากง[/quote]

รัก และเมตตาเขาให้มาก แม้อากงทำผิดจริงก็ควรให้อภ้ยในความเขลา รักและเมตตาเท่านั้ที่จะชนะใจอากง
ถ้าได้ใจอากง ประเทศนี้ก็มีได้อีกเยอะ
จงรัก และเมตตาให้มาก

เอก wrote:สมควรแล้วอากง รัก

[quote=เอก]สมควรแล้วอากง[/quote]

รัก และเมตตาเขาให้มาก แม้อากงทำผิดจริงก็ควรให้อภ้ยในความเขลา รักและเมตตาเท่านั้ที่จะชนะใจอากง
ถ้าได้ใจอากง ประเทศนี้ก็มีได้อีกเยอะ
จงรัก และเมตตาให้มาก

รัก

รัก และเมตตาไว้ให้มาก

รักคนที่เค้าด่าเราให้มาก
เมตตาดนที่เด้าด่าเราให้มาก

ไม่ชาตินี้ก็ชาตหน้า คนเหล่านั้นก็จะสำนึก
อย่าไปราวี และตอแยกับเขาเลย
รักเขาให้มาก

อย่าไปจับเขามากักขังเลย มันปาป
รักเขาให้มาก เมตตาเขาให้มาก

รักเขาให้มาก เพื่อนร่วมทุกข์ เกิดแก่ เจ็บตาย ด้วยกันทั้งนั้น
รักเขาให้มาก เมตตาเขาให้มาก

จงเป็นสุข และผ่องใสแม้คนมาด่าเรา จงเรียบเฉย แม้คนสรรเสริญเรา
รักพวกเขาให้มาก เมตตาพวกเขาให้มาก

คุกขัง

คุกขัง อากง
จะกลายเป็นบาสติลแห่งสยามหรือไม่

ควรตรวจสอบวิธีการทำงานของผู้ใ

ควรตรวจสอบวิธีการทำงานของผู้ให้บริการมือถือด้านการเก็บข้อมูล การแสดงข้อมูล และระบบตรวจสอบ EMEI และวิธีการตรวจสอบ EMEI ของบริษัทฯ เพราะเท่าที่สัมผัสกับบริษัทฯ มือถือบางแห่งระบบมั่วมาก ยิ่งไปควบบริษัทฯ ใหม่แล้ว...เละ ออกบิลเก็บเงินลูกค้าผิดบ่อยมาก

ขอโทษนะค่ะ

ขอโทษนะค่ะ แต่อ่านเนื้อหาแล้วรู้สึกงงๆ ในส่วน 1.เรียงลำดับจากคำเบิกความของเจ้าหน้าที่ต่อศาล หน่ะค่ะ

8. ตำรวจ > TRUE [ขอ log file ของเบอร์ xxxxx27 และพบว่ามีการติดต่อกับเบอร์ต่างๆ โดยมีเบอร์ xxxxx00 โทรเข้าบ่อย และเบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์จดทะเบียน]
9. ตำรวจ > เจ้าของเบอร์ xxxxx00 [เรียกเจ้าของเบอร์ (ซึ่งเป็นลูกสาวนายอำพล) มาสอบถามได้ความว่าเบอร์ xxxxx15 เป็นเบอร์ของอำพล/บิดา]

ตรงข้อ 9 หน่ะค่ะ คืออ่านจาก http://ilaw.or.th/node/1229 ตรงช่วง พยานโจทก์ปากที่สอง ร.ต.อ. ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย เค้าให้การว่า "ต่อจากนั้นตนจึงสืบหาว่าหมายเลขโทรศัพท์ -4627 ใช้ติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ใดบ้าง พบว่ามีการติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ของนางสาวปิยมาศ และนางกรวรรณบุตรของจำเลยเป็นประจำ จึงเชิญนางกรวรรณมาสอบปากคำ และได้รับการยืนยันว่า หมายเลข -4627 เป็นของจำเลย"

ถ้าอย่างนั้นจริง แสดงว่า ที่ลูกสาวยืนยันว่าเป็นเบอร์ของบิดา คือเบอร์ที่ลงท้ายด้วย 27 ไม่ใช่เหรอค่ะ ไม่ใช่ 15 อย่างที่เขียนไว้ในข้อ 9

พอดีว่ากำลังจะทำรายงานคดีนี้อยู่อ่าค่ะ ก็เลยสงสัยว่าเป็นยังไงกันแน่ ^^"

ทนายไม่เก่ง หากเบอร์ของจำเลยไ

ทนายไม่เก่ง
หากเบอร์ของจำเลยไม่ตรงกับ เบอร์ SMS ที่ส่งให้โจทย์
ประเด็น EMEI ไม่น่านำมาใช้ยืนยันความผิดของจำเลยได้เลย

The whole world is shocked

The whole world is shocked and saddened by the verdict. News travels fast in this day and age of modern technology of internet.

PM Samak had been stripped of his premiership because of his cooking and Ah Kong, a simple 61-year old man, has been sentenced to 20 years in prison because of his SMS messages.

Will there be any more surprises left in store in this amazing Thailand?

ก ไก่

[quote=ก ไก่]ทนายไม่เก่ง
หากเบอร์ของจำเลยไม่ตรงกับ เบอร์ SMS ที่ส่งให้โจทย์
ประเด็น EMEI ไม่น่านำมาใช้ยืนยันความผิดของจำเลยได้เลย[/quote]

ทนายจะเก่งหรือไม่ คงไม่สำคัญไปกว่าผู้พิพากษา มีความยุติธรรมในหัวใจ
หือไม่?

This case adds to the rage

This case adds to the rage and despair that, pent up for many, many years, only increases the potential of yet more violence and upheaval. If there is large-scale, terrible violence a few years from now, look back on November 2011 to recall the kinds of deeply-felt emotions that come from learning that a person has been sentenced to 20 years on circumstantial evidence.

Anonymous

[quote=Anonymous]http://lmgtfy.com/?q=IMEI+Changer[/quote]

[quote=Anonymous]http://lmgtfy.com/?q=IMEI+Changer[/quote]

Oh My God !!!

ขอบคุณมากครับ

น่ากลัวมาก ทุกคนต้องระวังนะครับ การนำมือถือไปซ่อมหรืออย่างอื่นใด
ต้องมีการจดบันทึก มีใบรับสินค้า ลงวันที่และเวลาให้ชัดเจน
เราอยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อบทลงโทษอันรุนแรง

ความจริง หมายเลขกำกับสินค้า IMEI ใช้สำหรับแจ้งปิดระบบการใช้งานกรณีถูกโจรกรรมหรือสูญหาย
ต่อไปนี้ ต้องบันทึกเลข IMEI ไว้ เมื่อเลิกใช้หรือทำหายต้องแจ้งผู้ให้บริการโดยทันที

วิธีเช็ค IMEI (ไอมี่) กด *#06# ตัวเลข Serial number จะปรากฎบนจอ

โอ้ เมืองไทยของเรา :-(

หมอทำคนไข้เสียชีวิตแม้ไม่เจตน

หมอทำคนไข้เสียชีวิตแม้ไม่เจตนายังมีความผิด แล้วทั่นที่ตัดสินหากตัดสินผิดจนทำให้คนบริสุทธิ์ติดคุกจะได้รับโทษฐานปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ อยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง

เขาก็มีข้ออ้าง

เขาก็มีข้ออ้าง ทำตามพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์พิสูจน์ได้ตามคำฟ้อง
เมื่อจำเลยไม่สามารถหักล้างข้อพิสูจน์ของฝ่ายโจทก์
ย่อมได้รับบทลงโทษตามที่ฝ่ายโจทก์ขอ
(คำฟ้องของโจทก์ ต้องระบุบทลงโทษไว้ด้วย เช่น ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ...)

บทลงโทษ จะระบุโทษขั้นสูงสุด เช่น ปรับ หรือ จำ ไม่เกิน .... บาท/ปี เป็นต้น
บางมาตรา จะระบุโทษขั้นต่ำไว้ด้วย เช่น ตั้งแต่ ... ปี ถึง ... ปี

จำเลยจะได้รับการลงโทษตามดุลพินิจของศาล ถ้ายอม ก็ลดโทษมาก ถ้าสู้ ก็เจ็บตัวมาก
มีทางเดียว ผู้กระทำผิด ถ้าได้ทำจริง ควรยอมรับสารภาพ
อย่าหลงเชื่อทนาย หรือ ทะแนะ

ถ้าต่อสู้ศาลชั้นต้น จะไปรับสารภาพชั้นอุทธรณ์ ก็ฟังลำบาก หรือ ฟังไม่ขึ้น
นอกเสียจากว่ามีหลักฐานว่า ทนายยุให้สู้ ซึ่งคนเจ็บก็ทนายความ
เรื่องก็จะบานปลายออกไปเรื่อยๆ ล้มตายกันทีละคน เหมือนโรคระบาด

ดีที่สุด อย่าเล่นกับไฟ คนรักกัน เขากระซิบกันข้างหู เขาไม่ตะโกนกลางสนามหลวง
เกลียดก็ทำนองเดียวกัน
ขืนแสดงออกทางสาธารณะ ไม่ว่าโดยวาจา ข้อเขียน ก็ย่อมเจ็บตัวเป็นธรรมดา

การสื่อสารทางสายหรือไร้สายทุกรูปแบบ ไม่มีความลับ เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ทั้งหมด
ระบบการสื่อสารเหล่านี้ ต้องอยู่ในการควบคุมด้านความมั่นคงของประเทศ
แม้แต่การสนทนาทางมือถือหรือวิทยุ ก็ถูกดักจับคลื่นในอากาศได้

อย่าคิดว่าไร้สายหรืออินเตอร์เน็ตจะเป็นความลับ

นอกจากขนมไหว้พระจันทร์

เคยเห็นไอโฟนจีนราคา+-3,000บาท

เคยเห็นไอโฟนจีนราคา+-3,000บาท อยากรู้เหมือนกันว่ามีอีมี่เป็นของตนเองหรือเปล่า เอาไปทำให้ใช้ภาษาไทยได้ร้านคิด300บาท แล้วแผงขายโทรมือสองบางครั้งเป็นของขโมยมาขายร้าน(ต้องมาเปลี่ยนอีมี่หรือเปล่า)และโทรจีน มีอีมี่เดียวกันเป็นล็อตๆหรือเปล่า

โทรศัพท์ปัจจุบันแบตมันใช้ได้นาน ไม่ต้องมี2ก้อนเหมือนเมื่อก่อน คนจำนวนมากไม่เคยถอดแบตออกจากเครื่องเลย และคนที่เปลี่ยนซิมเป็นหรือคล่องคงมีไม่มาก โดยเฉพาะการพิมพ์ภาษาไทยมันมีสระ ยากกว่าภาษาอังกฤษอีก เว้นแต่เป็นแบบบีบีมีแป้นเยอะกว่าแค่0ถึง9 หรือใช้แป้นพิมพ์เสมือนสัมผัสบนจอ

น่าสนใจความเห็นข้างบนว่าเราใช้อีมี่ระบุตัวตนเครื่องได้จริงแท้หรือไม่

[quote=Maximus]เขาก็มีข้ออ้าง

[quote=Maximus]เขาก็มีข้ออ้าง

"ถ้ายอม ก็ลดโทษมาก ถ้าสู้ ก็เจ็บตัวมาก มีทางเดียว ผู้กระทำผิด ถ้าได้ทำจริง ควรยอมรับสารภาพ"

"ดีที่สุด อย่าเล่นกับไฟ คนรักกัน เขากระซิบกันข้างหู เขาไม่ตะโกนกลางสนามหลวง
เกลียดก็ทำนองเดียวกัน ขืนแสดงออกทางสาธารณะ ไม่ว่าโดยวาจา ข้อเขียน ก็ย่อมเจ็บตัวเป็นธรรมดา"

"การสื่อสารทางสายหรือไร้สายทุกรูปแบบ ไม่มีความลับ"

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

เหมือนที่กาลิเลโอ ถูกศาสนจักรบังคับ ให้สารภาพว่าโลกแบนหรือ? ความโหดเหี้ยมของกฎเหล็กที่กาลิเลโอถูกกระทำอยู่ตรงนี้ หัวใจของกฎนี้คือ จะต้องสร้างความมั่นคงให้ระบบให้ได้ วิธีการคือต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ถ้าผู้ใดเข้าสู่ระบบกล่าวหานี้แล้ว ต้องรับสารภาพสถานเดียว ยิ่งสู้จะยิ่งเจ็บ สถานภาพทางสังคมของผู้นั้น ในทางนามธรรม เหมือนถูกประหารไปแล้ว (การยืนฟังคำตัดสิน การพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นผู้มีประวัติ ฯลฯ)

เดี๋ยวนี้เขาไม่ตะโกนที่สนามหลวงกันแล้ว..มันเชย! เขาตะโกนกันในงานแจกรางวัลโรงลิเกง่ะ เท่แล้วได้คลิกไลท์ด้วย...
เล่นกับขี้ไม่พอ ยังเล่นกับไฟอีกด้วย! ...ทั้งเหม็นทั้งร้อน....

ความลับไม่มีในโลก ไม่เฉพาะแต่การสื่อสารหรอก เวลาสมรู้ร่วมคิดจะทำอะไรกันน่ะ ให้ระวังตัวด้วย เหมือนคลิปหลุดที่ผ่านๆมา
กำแพงมีหูประตูมีช่อง ระวังจะหักหลังกันเอง...

ปชช.เขากินข้าว ไม่ได้กินแกลบ
ขนนไหว้พระจันทร์กินมากไม่ดีหรอก กว่าจะแกะเจอสารลับ เดี๋ยวได้เป็นเบาหวานกันพอดี...

ความรักที่มาจากความกลัว ...

ความรักที่มาจากความกลัว ... ไม่มีในโลกนี้แน่ๆ

ความรักที่ได้จากใจจริง จากจิตใต้สำนึก จากความซาบซึ้ง ... หายไปไหนหมด

หรือ

เดี๋ยวนี้ไม่มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เหลืออยู่แล้ว... เศร้าจัง

ไม่ทราบเนื้อหาสาระของความผิดโ

ไม่ทราบเนื้อหาสาระของความผิดโดยละเอียด หากวิจารณ์พลาดเผลอไปอาจเดือดร้อนได้ เพียงแต่ขอให้ความเห็นว่าความผิดอย่างนี้ มันหนักเกินไปไหม มีแบบอย่างของชาติใดบ้าง การลงโทษอย่างนี้จะทำให้สังคมดีขึ้นหรือเป็นไปในทางลบมากขึ้น ควรพิจารณา จะทำอย่างไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่ยิ่งลงโทษยิ่งมีปัญหาเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ อันนี้น่าหาทางให้ดีขึ้นให้ได้ สังคมไทยจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

สงสัย

[quote=สงสัย]หมอทำคนไข้เสียชีวิตแม้ไม่เจตนายังมีความผิด แล้วทั่นที่ตัดสินหากตัดสินผิดจนทำให้คนบริสุทธิ์ติดคุกจะได้รับโทษฐานปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ อยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง[/quote]

ไม่มีทางครับ เป็นดุลยพินิจอิสระของท่านผู้พิพากษา
การตัดสินอรรถคดี เป็นดุลยพินิจโดยแท้
บรรพตุลาการ จึงพร่ำสอนกันมาด้วยหลัก อินทรภาษ
ต้องปราศจากอคติ4 และไม่สอพลอ

ส่วนผู้ที่ติดตะรางแล้วภายหลังรื้อฟื้นคดีขึ้นมาว่าไม่ผิด
มีแต่การเยียวยา โดยเอาเงินภาษีพวกเรานี่แหละไปจ่าย
ผ่านกองทุนอะไรสักอย่างในกระทรวงยุติธรรม

แต่รู้สึกว่าถ้าเป็นการอุทธรณ์ต่อศาลสูงแล้ว มีการกลับคำพิพากษา จะไม่ได้ในส่วนนี้กระมัง
เรียกว่าติดตารางฟรี
ในชั้นศาลเขาจึงเรียกผู้ถูกฟ้องว่า จำเลย ไงครับ