อินโดฯประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วกรุงจาการ์ตาหลังน้ำท่วมรุนแรงสุดในรอบ 5 ปี

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศภาวะฉุกเฉินในจาการ์ตาหลังน้ำท่วมสูงสุดถึงราว 4 เมตร ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 คน และประชาชนราว 18,000 คนต้องอพยพหนีน้ำท่วม 

 
19 ม.ค. 56 - โฆษกตำรวจในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในกรุงจาการ์ตา เพิ่มเป็น 15 รายแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ขณะที่ระดับน้ำลดลงแล้ว
 
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้เสียชีวิต 3 ราย ขึ้นจากน้ำเมื่อวานนี้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย พบติดอยู่ในลานจอดรถในย่านธุรกิจของกรุงจาการ์ตาที่ถูกน้ำท่วมตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่เพิ่งพบศพในเช้าวันนี้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามค้นหาร่างของชายอีกคนซึ่งเชื่อว่าติดอยู่ในลานจอดรถของอาคารแห่งหนึ่ง  
 
เมื่อวานนี้นักประดาน้ำได้ช่วยเหลือชาย  2 คน ซึ่งติดอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตรกว่า 24 ชั่วโมง โดยพบชายคนแรกซึ่งเป็นคนงานทำความสะอาดในช่วงเช้า ก่อนจะพบชายอีกคนซึ่งเป็นช่างเทคนิคประจำอาคารก่อนเที่ยงคืน
 
ทางการอินโดนีเซียยกระดับการเตือนภัยน้ำท่วมสู่ระดับสูงสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วันนี้หลายพื้นที่ซึ่งรวมถึงย่านธุรกิจของกรุงจาการ์ตาไม่มีน้ำท่วมขังแล้วเนื่องจากฝนหยุดตกตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้
 
น้ำท่วมกรุงจาการ์ตาครั้งนี้ทำให้ประชาชน 18,000  คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย และประชาชนกว่า 114,000 คนต้องได้รับผลกระทบใน 73 เขตของกรุงจาการ์ตา  นับเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เมื่อปี 2550 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 50 ราย และไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 300,000 คน
 
โจโก วิโดโด ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา คาดว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสัปดาห์หน้า พร้อมย้ำว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินจะยังมีผลใช้บังคับไปจนถึงวันที่ 27 ม.ค.นี้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถปฏิบัติงานและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยรวมถึงรับมือกับปัญหาได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนทางอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียได้คาดว่า อาจจะยังมีฝนตกหนักไปอีกในช่วงสามวันที่จะถึงนี้
 
เหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากจะทำให้การจราจรในถนนหลายสายของเมืองเกิดการติดขัดอย่างหนัก จนอาคาร สถานที่ ร้านค้า และสถานทูตหลายชาติต้องปิดทำการแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงทำเนียบของประธานาธิบดี ซูซิโลบัมบัง ยูโดโยโน ด้วยเช่นกัน โดยระดับน้ำได้เข้าท่วมตัวอาคารสูงราว 10 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณประตูระบายน้ำหลักข้างทำเนียบมีระดับน้ำสูงถึง 10 เมตร
 
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ยูโดโยโน กล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ว่า ไม่ต้องใส่ใจว่าทำเนียบจะถูกน้ำท่วมหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการให้การปกป้องความปลอดภัยแก่ประชาชนมาเป็นลำดับแรก พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารลงพื้นที่ตรวจการตามบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อคอยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักขโมยในบ้านที่ถูกน้ำท่วมอีกด้วย
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์