นิสิตบูรพาร้องเรียน "ทัศนศึกษาล่องหน" เบิกจริง-แต่คนไม่ได้ไป

นิสิตหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต ม.บูรพา ร้องเรียนจะขอเบิกงบคณะจัดดูงาน แต่กลับพบว่ามีการเบิกงบไปแล้วโดยมีทริปเยี่ยม สนง.อัยการ - สนง.คุมประพฤติ ที่เชียงใหม่โผล่ โดยที่ไม่มีนิสิตได้ไปดูงาน ด้าน สนง.อัยการเชียงใหม่ทำหนังสือยืนยันไม่เคยอนุมัติการดูงาน ขณะที่มีทริปโผล่พร้อมลายมือชื่อนิสิตอีก 4 ทริป

วันนี้ (24 พ.ค.) นิสิตมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยบูรพากลุ่มหนึ่งได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด มีอัยการระดับสูงมาสอนและเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตร เปิดทำการสอนและมีนิสิตแล้วทั้งหมด 3 รุ่น คือรหัส 53 54 และ 55 แบ่งเป็น 2 สาขาวิชา คือ กฎหมายมหาชน และกฎหมายอาญาและอาชญวิทยา

ทั้งนี้ ตามแผนจะมีโครงการศึกษาดูงานให้กับนิสิตรหัส 54 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 26 - 31 มกราคม 2556 ซึ่งในหลักสูตรระบุไว้ว่า นิสิตมีงบประมาณในการศึกษาดูงาน 10,000 บาทต่อคน ต่อตลอดการศึกษา และนิสิตรหัส 54 มีประมาณ 87 คน ต่อมานิสิตได้ทำเรื่องขอเบิกค่าศึกษาดูงานไปยังคณะ และทางคณะตอบกลับมาว่านิสิตได้เบิกค่าศึกษาดูงานไปจนหมดแล้ว

นิสิตที่ร้องเรียนระบุว่า นิสิตที่เคยได้ศึกษาดูงานนั้นมีเพียงนิสิตสาขากฎหมายมหาชนเท่านั้น และเพียงแค่ครั้งเดียวที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการศึกษาดูงานภายในประเทศและเป็นแบบไปเช้าเย็นกลับ มีนิสิตไปดูงานประมาณ 40 คน ไม่เกิน 1 คันรถบัส โดยที่นักศึกษาสายกฎหมายอาญาและอาชญวิทยาไม่เคยได้ไปเลย

 

หนังสือบันทึกข้อความของงานบัณฑิตศึกษา คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เรื่องขออนุมัติเบิกค่าใช้จ่ายโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ รวมเป็นเงิน 199,200 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันสองร้อยบาทถ้วน)

(บน และ ล่าง) เอกสารที่ถูกระบุว่า เป็นการแสดงรายการเบิกค่าใช้จ่ายค่าอาหารของนิสิต พร้อมมีการลงลายมือชื่อด้วย 85 คน โดยระบุว่าเป็นการ "ศึกษาดูงานนอกสถานที่" ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค. 55 โดยเบิกค่าอาหารหรือเบี้ยเลี้ยงรวม 61,200 บาท

อย่างไรก็ตาม มีจดหมายชี้แจงของประธานหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตรุ่น 2 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 255 ระบุว่าไม่มีการเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่ และลายมือที่ปรากฏอยู่ในหลักฐานการเบิกค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่ลายมือของเขา

 

 

 

เอกสารที่ถูกระบุว่าเป็นหนังสือที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าให้คณะเข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายพิเศษในวันที่ 26 ตุลาคม 2555 ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่

 

อย่างไรก็ตาม มีหนังสือชี้แจงจากสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2555 ระบุว่าไม่เคยได้รับหนังสือเข้าศึกษาดูงาน และไม่เคยพานิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ และไม่เคยออกหนังสือเพื่ออนุเคราะห์ให้เข้าศึกษาดูงาน และชี้แจงด้วยว่า ลายมือชื่อที่ลงนามในหนังสือไม่ใช่ลายมือชื่อของอัยการจังหวัด และหนังสือดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม

 

อย่างไรก็ตาม คณะตอบมาว่านิสิตได้ขอเบิกค่าศึกษาดูงานไปหมดแล้ว ทำให้ทางนิสิตได้ทำหนังสือขอให้ทางคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชี้แจง ต่อมา คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์  โดย ดร.รุ้งนภา ยรรยงเกษมสุข รองคณบดี ปฏิบัติราชการแทน คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชี้แจงว่ามีอาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นประธานหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต เป็นที่ปรึกษาโครงการ ได้เบิกจ่ายงบประมาณไป 199,200 บาท ให้กับนิสิตรหัส 54 ไปดูงานที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25-28 ตุลาคม 2555 โดยใช้งบประมาณจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ แผนงานจัดการอุดมศึกษา กองทุนกิจกรรมนิสิต โครงการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาภาคพิเศษ เงินอุดหนุนทั่วไป เงินอุดหนุนการจัดกิจกรรมสำหรับนิสิต

โดยในเอกสารชี้แจงว่าใช้งบประมาณทั้งสิ้น 199,200 บาท ในจำนวนนี้จำแนกเป็นค่าเช่ารถบัสปรับอากาศ จำนวน 136,000 บาท โดยระบุว่าเป็นการจ้างรถบัสจากบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง มีสำนักงานอยู่ใน จ.ชลบุรี จำนวน 2 คัน เหมาจ่าย 17,000 บาทต่อคัน เป็นเวลา 4 วัน นอกนั้นเป็นค่าอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นสำหรับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นเวลา 3 วัน และค่าเบ็ดเตล็ด รวม 61,200 บาท โดยงบประมาณจำนวนนี้ไม่รวมค่าที่พักซึ่งอาจารย์และนิสิตที่ร่วมเดินทางต้องรับผิดชอบเอง นอกจากนี้ในเอกสารที่ชี้แจงยังแสดงรายการเบิกค่าใช้จ่ายค่าอาหารของนิสิตรายคน จำนวน 85 ราย พร้อมมีการลงลายมือชื่อด้วย โดยระบุว่าเป็นการ "ศึกษาดูงานนอกสถานที่" ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค. 55

ทำให้นิสิตที่เรียนหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตกลุ่มนี้ ร้องเรียนว่า ลายมือชื่อที่ลงในรายการเบิกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ลายมือของตน นอกจากยังยืนยันด้วยว่านิสิตในโครงการบางรายเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งในวันที่ 27 ต.ค. ดังกล่าวมีการเลือกตั้งที่ จ.จันทบุรี ทำให้ไม่สามารถไปดูงานได้แน่ ขณะที่นิสิตในโครงการอีก 2 รายเป็นผู้พิพากษาก็ไม่สามารถไปดูงานดังกล่าวได้

ทั้งนี้มีการแสดงจดหมายชี้แจงของ น.ส.เสาวภาคย์ วงศ์ไวทยากูร ซึ่งเป็นประธานหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตรุ่น 2 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 255 ที่ระบุว่า "นิสิตรุ่น 2 ไม่มีการเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใด และลายมือชื่อของข้าพเจ้าที่ปรากฏอยู่ในหลักฐานการเบิกค่าใช้จ่ายลำดับที่ 74 ไม่ใช่ลายมือชื่อของข้าพเจ้า ส่วนลายมือชื่อที่ระบุว่าเป็นลายมือของบุคคลที่มีชื่อในเอกสารนั้น ข้าพเจ้าประสงค์ให้มีการตรวจสอบต่อไป"

โดยนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพากลุ่มดังกล่าว ระบุว่ามีการร้องเรียนตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2555 แต่ ณ ปัจจุบันนี้เรื่องยังคงเงียบ นิ่งเฉย ไม่มีการจัดการลงโทษใดๆ จากทางมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังมีเอกสารของทางสถาบันที่ระบุว่ามีนิสิตลงลายมือชื่อเป็นผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงาน นอกจากการดูงานที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง 25-28 ตุลาคม 2555 แล้ว ยังมีอีก 4 โครงการที่มีลายมือชื่อนิสิต ระบุว่าเป็นผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงาน

ล่าสุดนั้น สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามโดย นายพูลศักดิ์ ศรีเจริญ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 5 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือชี้แจงลงวันที่ 20 ธ.ค. 2555 ระบุว่า "ไม่เคยได้รับหนังสือเข้าศึกษาดูงานและไม่เคยพาคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ไม่เคยมีหนังสือที่ วป.0001/ ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2555 ออกโดยวิทยาลัยการยุติธรรมทางปกครอง เรื่อง อนุเคราะห์ให้เข้าศึกษาดูงานแต่อย่างใด" และชี้แจงด้วยว่า ลายมือชื่อที่ลงนามในหนังสือไม่ใช่ลายมือชื่อของอัยการจังหวัด และหนังสือดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์