ทั่วโลกประชุมยกเลิกโทษประหารชีวิตครั้งที่ 5 ที่มาดริด

เริ่มการประชุมระดับโลกเพื่อการยกเลิกโทษประหารชีวิตครั้งที่ 5 รมช.ต่างประเทศของนอร์เวย์หวังประสบการณ์ยกเลิกโทษประหารชีวิตในยุโรปจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับการยกเลิกโทษประหารทั่วโลก ระบุรู้สึกภูมิใจ ที่ไม่มีชาวนอร์เวย์เรียกร้องให้ใช้โทษประหารชีวิต หลังเกิดเหตุสังหารเยาวชน 77 รายที่เกาะโอตูย่า

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

12 มิ.ย. 56, มาดริด - การประชุมโลกเพื่อการยกเลิกโทษประหารชีวิตครั้งที่ 5 (5th World Congress against the Death Penalty) ได้เริ่มขึ้นแล้วที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งหมดราว 1,500 ทั้งตัวแทนจากรัฐบาล นักกฎหมาย ภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงครอบครัวของผู้ที่ถูกตัดสินประหารชีวิต การจัดงานครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของภาคีเพื่อการต่อต้านโทษประหารชีวิต (Together  against the Death Penalty) ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์ไม่หวังผลกำไรของประเทศฝรั่งเศส พร้อมการสนับสนุนจากรัฐบาลสเปน ฝรั่งเศส นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตในประเทศที่ยังคงมีการใช้อยู่

ในพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว นอกจากจะมีการกล่าวเปิดจาก ราฟาเอล เชนิล ฮาซาน ผู้อำนวยการองค์กรภาคีเพื่อการยกเลิกโทษประหารชีวิต นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ และอาร์คบิชอบเดสมอนด์ ตูตู ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อปี 1984 ผ่านทางวีดีโอ และมีการเสวนาโดยมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสเปนและฝรั่งเศส รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของสเปน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของนอร์เวย์ ร่วมพูดคุยถึงความมั่นหมายของประเทศดังกล่าว ต่อภารกิจที่มุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิตทั่วโลก

นางกรีย์ ลาร์สัน (Gry Larsen) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของนอร์เวย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องโทษประหารชีวิต ยุโรปถือว่ามีความพิเศษและสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศในภูมิภาคอื่นได้ เพราะทุกประเทศในยุโรปได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตหมดแล้วยกเว้นเบลารุสในยุโรปตะวันออก โดยเธอกล่าวถึงบทเรียนสามประการที่ประเทศอื่นๆ สามารถนำไปเรียนรู้จากยุโรปได้

ประการแรก เธอชี้ว่า ยุโรปประกอบไปด้วยประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา แต่การยกเลิกโทษประหารชีวิตก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของผู้นำทางการเมือง ซึ่งมิได้ผูกติดอยู่กับคุณค่าทางวัฒนธรรมหรือศาสนาแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น 

ประการที่สอง ผู้นำทางการเมืองมักมีความเชื่อโดยทั่วไปว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเห็นชอบโทษประหารชีิวิตอยู่ จึงไม่อยากเปลี่ยนแปลง แต่ประสบการณ์ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อผู้นำตัดสินใจผลักดันโทษประหารชีวิตแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยตาม เพียงแต่ผู้นำทางการเมืองต้องกล้าที่จะตัดสินใจและแสดงเหตุผลที่ชอบธรรมแก่ประชาชน

ประการที่สาม คือสถาบันทางการเมืองที่ปูทางให้กับการยกเลิกโทษประหารชีวิตและให้คุณค่ากับสิทธิมนุษยชน อย่างสภาแห่งยุโรป (Council of Europe) ได้กำหนดเงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกว่า ต้องยกเลิกโทษประหารชีิวิตก่อนจึงจะเข้าร่วมได้ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของนอร์เวย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงออสโล และในเกาะอูโตย่า ในเดือนกรกฎาคม ปี 2554 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีิวิต 77 ราย ในจำนวนนี้รวมเยาวชนที่ขณะนั้นเข้าค่ายกับสันนิบาตเยาวชนแรงงานในเกาะอูโตย่า 69 คน 

"เราได้ประสบกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด แต่เราก็ต้องยึดถือคุณค่าของเรา" เธอกล่าว "สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจมากที่สุด คือ ไม่มีใครสักคนที่เรียกร้องให้ใช้โทษประหารชีวิต เราเชื่อใจในประชาธิปไตยของเรา เราเชื่อใจในสถาบันของเรา และเราก็ไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายใดๆ เรายังคงใช้กฎหมายอันเดิมอย่างที่เราเคยมีมา" ตามด้วยเสียงปรบมือกึกก้องในห้องประชุม

ด้านนายลอรองท์ ฟาบิอุส (Laurent Fabius) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าไม่นานมาก ก่อนหน้านี้ประชาชนชาวฝรั่งเศสเห็นชอบกับโทษประหารชีวิตมานานหลายทศวรรษ แต่เมื่อผู้นำทางการเมืองได้ตัดสินใจยกเลิกโทษประหาร เพียง 2-3 ปีหลังจากนั้น ความคิดเห็นของสาธารณะก็ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย เขาจึงย้ำว่า ผู้นำประเทศต้องตัดสินใจอย่างมั่นคงในเรื่องนี้ และอย่ามัวแต่เชื่อว่าประชาชนจะไม่เห็นชอบ ต้องไปให้ไกลกว่าความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในเรื่องนี้้

"ทุกวันนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ในการเอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีก ไม่ใช่เพียงในทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังในทางคุณค่าทางสังคมด้วย" รมต. ต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ฝรั่งเศสยังมีความมุ่งหมายที่จะรณรงค์เรื่องนี้ผ่านทางภารกิจทางการทูต โดยได้มอบหมายให้สถานทูตฝรั่งเศสในหลายๆ ประเทศ ทำการรณรงค์เรื่องนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นการยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะในประเทศที่ยังคงใช้โทษประหารชีวิตอยู่

สำหรับประเทศสเปน ที่เป็นเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ นายอัลแบร์โต รุยซ์ กัลยาร์ดอน (Alberto-Ruiz Gallardon) รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของสเปนกล่าวว่า สเปนในสมัยการปกครองของนายพลฟรังโก ได้มีการประหารชีวิตของฝ่ายต่อต้านฟาสซิสต์ 5 คน ในปี พ.ศ. 2518 การประหารชีวิตครั้งนั้นได้นำมาซึ่งการประณามอย่างรุนแรงจากสวีเดนและในยุโรป ต่อมา ในปี พ.ศ. 2521 รัฐธรรมนูญของสเปนก็ได้ยกเลิกการใช้โทษประหารชีวิต และให้นิรโทษกรรมความผิดของผู้ที่ได้รับโทษประหารชีวิต เขากล่าวว่า ไม่มีแม้สักหนึ่งเสียงในรัฐสภาที่ค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิตในตอนนั้น 

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงการก่อการร้ายในกรุงมาดริด สเปนเมื่อปี พ.ศ. 2547 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 191 ราย แต่ไม่มีใครเลยที่เรียกร้องให้ใช้โทษประหารชีวิตแก่ผู้ที่กระทำความผิด ถึงแม้ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมากมาย 

"โทษประหารชีวิตมิได้แก้ปัญหาอะไรเลย แต่กลับทำให้ปัญหาที่เราต้องการจะแก้นั้นแย่ลง" อัลแบร์โตกล่าว "มันจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งในสังคม ที่ฝังอยู่ในสติปัญญาและระเบียบทางคุณธรรม และส่งผลต่อศักดิ์ศรีของหญิงและชายทุกคน"

ทั้งนี้ ประเทศทั้งหมดในโลกส่วนใหญ่ได้ยกเลิกประหารชีวิตแล้ว คิดเป็น 97 ประเทศ มี 8 ประเทศที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับอาชญากรรมที่ถือว่าไม่ร้ายแรง แต่ยังคงมีข้อยกเว้นสำหรับอาชญากรรมกรณีพิเศษ มี 36 ประเทศที่ถือว่ายกเลิกในทางปฏิบัติ คือไม่ทำการประหารชีวิตเลยในรอบ 10 ปี ส่วนประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิตอยู่มี 57 ประเทศ คิดเป็นประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย และบางส่วนในแอฟริกา 

ในภูมิภาคเอเชีย จากทั้งหมด 24 ประเทศ มี 5 ประเทศ ที่ยกเลิกการใช้โทษประหารชีวิตแล้ว รวมถึงกัมพูชา ฟิลิปปินส์ มี 6 ประเทศที่ถือว่ายกเลิกในทางปฏิบัติ เช่น บรูไน ลาว พม่า และมีอีก 13 ประเทศ ที่ยังคงใช้โทษประหารชีิวิตอยู่ รวมถึงไทยด้วย สำหรับประเทศไทย ถึงแม้รัฐบาลจะบรรจุแผนการยกเลิกโทษประหารชีวิตไว้ในแผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2552-2556) แต่ในปี 2552 ไทยได้ประหารชีวิตนักโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2 ราย หลังจากที่เว้นมิได้ประหารชีวิตมาตั้งแต่ 2546

ในปี 2555 ประเทศที่มีการประหารชีวิตสูงสุดในโลกได้แก่ ได้แก่ จีน อิหร่าน อิรัก ซาอุดิอารเบีย และสหรัฐอเมริกา

สำหรับการประชุมโลกเพื่อการยกเลิกโทษประหารชีวิตครั้งที่ 5 จะดำเนินถึงวันที่ 15 มิ.ย.ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยในงานมีการเสวนาทางวิชาการ การแสดงทางศิลปะ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับเรื่องโทษประหารชีวิต อนึ่ง การประชุมโลก จัดขึ้นทุกๆ 3-4 ปี โดยในปี 2544 จัดขึ้นที่เมืองสตราส์เบิร์ก ฝรั่งเศส ปี 2547 จัดที่เมืองมอนทรีออล แคนาดา ปี 2550 ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส และปี 2553 จัดที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์