ศาลฎีกาให้ชาวบ้านในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านพรสวรรค์ออกจากเขตป่าสงวน

กรณีชาวบ้านพรสวรรค์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ฟ้องข้อหาบุกรุกป่าเมื่อปี 2539 ล่าสุดคดีถึงชั้นศาลฎีกา ศาลมีคำสั่งให้ชาวบ้าน 1 รายออกจากพื้นที่ป่าสงวน ทั้งที่พื้นที่หมู่บ้านอยู่ในขั้นตอนออกโฉนดชุมชน โดนหลังศาลตัดสิน ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าฯ แล้ว

ที่มาของภาพ: สำนักข่าวประชาธรรม

 

สำนักข่าวประชาธรรม รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 56 เวลา 10.00 น. ศาลฎีกานัดฟังคำพิจารณาคดีนายมานิตย์ อินตา ชาวบ้านพรสวรรค์ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่กรณีบุกรุกที่ดินตัดฟันโค่นต้นไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติณศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยศาลฎีกายืนยันให้นายมานิตย์ อินตา ออกจากพื้นที่เขตป่าสงวน

สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ปี 2539 ชาวบ้านพรสวรรค์กว่า 40 คนถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ควบคุมตัว และส่งสำนวนฟ้องศาลจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาบุกรุกก่อสร้าง แผ้วถาง ตัดฟันโค่นต้นไม้ในป่าจอมทองและแยกสำนวนการพิจารณาเป็นรายๆ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาว่าชาวบ้านมีความผิดจริงให้จำคุกทั้ง 40 ราย 6 เดือน แต่มีเหตุให้บรรเทาโทษลดโทษให้เหลือรอลงอาญาไว้ ปี 2542 ชาวบ้านได้เรียกร้องให้กรมป่าไม้จัดสรรพื้นที่ให้ทั้งนี้ ชาวบ้านไม่พอใจในการแก้ไขปัญหาล่าช้าและไม่มีความชัดเจนในการไขปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านที่โดนฟ้องร้องคดีมีจำนวน 47 ราย แต่เสียชีวิตแล้ว 12 ราย เหลือ 35 รายล่าสุดวันนี้ศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิจารณาคดีห้องพิจารณาคดีที่ 8 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำเลยนายมานิตย์ อินตา ชาวบ้าน 1 ใน 35 รายที่ยังมีชีวิตศาลพิจารณาตัดสินให้นายมานิตย์ อินตาออกจากพื้นที่บ้านพรสวรรค์ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

นางคำใส ปัญญามี ประธานโฉนดชุมชนบ้านพรสวรรค์ กล่าวว่า "ตนเป็นบุคคลที่สองที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ตนไม่รู้จะทำอย่างไรหากศาลตัดสินให้ออกจากพื้นที่ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ไหนไม่มีที่ไปเพราะตนอยู่ในหมู่บ้านพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมจะสู้ให้ถึงที่สุด"

ทั้งนี้ชาวบ้านประมาณ 50 คนได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ช่วยประสานงานและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชะลอและยุติการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่บ้านพรสวรรค์หมู่ที่ 14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนศักดิ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือและรับปากจะดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

สำหรับบ้านพรสวรรค์ ม.14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทิศเหนือติดกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทิศใต้ติดกับ บ้านอังครักษ์ ม.14 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออกติดกับ ป่าสงวนแห่งชาติแม่วาง ทิศตะวันตกติดกับ บ้านอังครักษ์ (ใหม่) ม.15 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ชาวบ้านได้เริ่มเข้ามาแพ้วถางครั้งแรก 5 ครัวเรือน เมื่อปี พ.ศ.2517 จากนั้นก็มีครอบครัวในหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอเข้ามาอยู่อีก 42 ครัวเรือน รวมเป็น 47 ครัวเรือนในปี 2526 ปัจจุบันมีทั้งหมด 62 ครัวเรือน เริ่มแรกชื่อบ้าน "ห้วยทางเลี้ยว" จากนั้นปี พ.ศ.2539 เปลี่ยนเป็นชื่อ "บ้าน 47 ราย" เนื่องจากในปีนี้ชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านทั้ง 47 ครัวเรือนถูกจับดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก จากนั้นในปี พ.ศ.2542 ได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น "บ้านพรสวรรค์" และได้ทะเบียนบ้านชั่วคราวเมื่อปี พ.ศ. 2549 ในการเข้ามาแผ่วถางครั้งแรกนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีลักษณะเป็นป่าเสื่อมโทรม มีลักษณะเป็นที่รกร้าง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ชาวบ้านที่เข้ามาครอบครัวแรกๆ นั้น เข้ามาแผ่วถางเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและปลูกพืชผักล้มลุก เช่น กล้วย พริก ฝ้าย ถั่วลิสง เป็นต้น โดยอาศัยน้ำฝน พอช่วงฤดูแล้งก็จะหยุดทำ

โดยปัจจุบันหมู่บ้านดังกล่าว อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาด้วยการดำเนินการตามนโยบายโฉนดชุมชน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์