ภาคประชาสังคมเตรียมรายงานสถานการณ์ซ้อมทรมานในไทยต่อยูเอ็น

องค์กรภาคประชาสังคมร่วมชี้แจงและสังเกตการณ์  การทบทวนรายงานสถานการณ์ด้านการทรมานระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับคณะกรรมการต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ
 
ในวันที่ 29 เมษายน 2557 องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการต่อต้านการทรมานในประเทศไทยได้เข้าร่วมชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการทรมานต่อคณะกรรมการต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติและจะเข้าร่วมสังเกตการณ์การทบทวนสถานการณ์ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับคณะกรรมการชุดดังกล่าวในวันที่ 30 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม 2557 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์  โดยตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมจากประเทศไทย ได้แก่นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม นางสาวนูรอัยนี อุมา มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม  และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมจากประเทศไทยอีกจำนวนหนึ่ง 
 
ก่อนหน้านี้  มูลนิธิผสานวัฒนธรรมร่วมกันกับองค์กรเครือข่ายได้แก่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม  มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม  กลุ่มด้วยใจ จังหวัดสงขลา  เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ จังหวัดชายแดนใต้  เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี, มูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล  และมีองค์กรที่สนับสนุนการจัดทำรายงานและการจัดส่งรายงานต่อคณะกรรมการฯได้แก่ เครือข่ายแรงงานแม่โขง  สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน  ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น เชียงใหม่  สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังคนไร้รัฐ  มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา  สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน  ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง (ศปส.)  สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย  และมูลนิธิส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ได้จัดส่งรายงานคู่ขนานต่อคณะกรรรมการต่อต้านการทรมานขององค์การสหประชาชาติภายในวันที่ 11 เมษายน 2557 ทางคณะกรรมการฯ ได้เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมชี้แจงข้อเท็จจริงโดยตรงในวันที่ 29 เมษายนนี้  ทั้งนี้การพิจารณารายงานของประเทศไทยดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดตามวันเวลาท้องถิ่นสวิตเซอร์แลนด์  ทาง Webcast ที่ http://www.treatybodywebcast.org/category/webcast-archives/cat/
 
รายงานฉบับนี้เป็นการวิเคราะห์กรณีศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 92 กรณีโดยการสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งการศึกษากว่า 300 กรณีผ่านการสัมภาษณ์ญาติที่มาร้องเรียนกับหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้  จัดทำเป็นเอกสารภาษาอังกฤษความยาว 44 หน้า นำเสนอเป็นจำนวน 8 บท  มีเอกสารแนบทั้งสิ้นจำนวน 91 หน้า เป็นกรณีศึกษาทั้งหมด 92 กรณี  และเป็นตารางผลกระทบทางด้านจิตใจจากการทรมาน พร้อมด้วยแบบการสัมภาษณ์ผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมาน  โดยสามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้ที่
 
นางสาวนูรอัยนี อุมา ผู้ช่วยทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความที่เดินทางมาร่วมนำเสนอรายงานคู่ขนานต่อคณะกรรมการฯ กล่าวว่า "การนำเสนอรายงานในครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเราประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดฉุกเฉินมาเกือบ 10 ปีแล้ว เราต้องการจะบอกสหประชาชาติว่าผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษถูกควบคุมตัวโดยพลการ ถูกซ้อมทรมานและปฏิบัติอย่างไร้ศักดิ์ศรีมาโดยตลอดเป็นเรื่องจริงและหลายกรณีมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน แต่รัฐบาลไทยไม่เคยยอมรับและไม่สืบสวนสอบสวน  อีกทั้งยังปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐด้วยกันเอง  ไม่เคยนำคนผิดกรณีทรมานมาลงโทษทางวินัยและตามกฎหมายได้แม้แต่คนเดียว"
 
โดยในวันดังกล่าว  สำนักงานข้าหลวงใหญ่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ (UNESCAP Bangkok) จะมีการจัดกิจกรรมเสวนาและถ่ายทอดสด (Live Webcast) การทบทวนสถานการณ์ด้านการทรมานในประเทศไทยโดยคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน เวลา14.30-18.00 น.ด้วย  สามารถดูรายละเอียดได้ที่
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์