เชลซี แมนนิง เผยยุทธวิธีทำให้ 'ไอซิส' แพ้ภัยตัวเอง

อดีตทหารสหรัฐฯ ที่เคยเผยแพร่ข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพสหรัฐฯ ให้กับวิกิลีกส์และเคยปฏิบัติการในอิรัก ระบุในบทความถึงวิธีการที่ไอซิสใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดและการโต้ตอบด้วยกำลังของชาติตะวันตก รวมถึงเสนอแนวทางที่จะทำให้ไอซิสแพ้ภัยตัวเอง

เชลซี อี แมนนิง อดีตทหารสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินจำคุกฐานเผยแพร่ข้อมูล "ปิดลับ" ของกองทัพต่อสาธารณชน เขียนบทความให้กับสำนักข่าวเดอะการ์เดียน  เกี่ยวกับปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธไอซิส เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ในฐานะที่เธอเคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ และเคยทำงานในพื้นที่ประเทศอิรัก

แมนนิงระบุว่ากลุ่มไอซิสเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีความโหดเหี้ยมมาก ไอซิสมีพื้นเพมาจากกลุ่มกบฏต่อต้านการยึดครองอิรักของกองทัพสหรัฐฯ โดยจากประสบการณ์ของเธอเองที่ทำงานกับข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในอิรักมาก่อน ทำให้เธอทราบว่าไอซิสไม่สามารถทำลายลงได้ด้วยระเบิดและกระสุนปืน แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ในซีเรียหรือแม้แต่การโจมตีทางอากาศของประเทศที่ไม่ใช่ประเทศตะวันตก

แมนนิงเชื่อว่าไอซิสเติบโตได้เพราะความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์การทหารของประเทศตะวันตกซึ่งนำมาใช้ปราบปรามพวกเขาด้วยกำลัง แมนนิงเชื่ออีกว่าไอซิสได้ใช้ยุทธวิธีหาจุดอ่อนและข้อผิดพลาดของกระบวนการประชาธิปไตยของชาติตะวันตก โดยเน้นที่สหรัฐฯ และอังกฤษ ตามมาด้วยประเทศพันธมิตรในภูมิภาค

"แน่นอนว่าพวกเขา (ไอซิส) มีความเข้าใจโลกตะวันตกทั้งในจุดแข็งและที่สำคัญมากกว่าคือในจุดอ่อน พวกเขารู้ว่าจะเรียกร้องความสนใจยุโรปและอเมริกาได้อย่างไร นอกจากนี้พวกเขายังผลักให้พวกเราแทรกแซงและกระทำเกินกว่าเหตุ นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อพิจารณาจากที่ไอซิสประสบความสำเร็จในการเกณฑ์ชาวอเมริกัน, อังกฤษ, เบลเยียม, เดนมาร์ก และชาวยุโรปอื่นๆ เข้าร่วมสงคราม" แมนนิงกล่าว

ในบทความแมนนิงระบุว่าการใช้กำลังกับกลุ่มนี้จะทำให้เกิดวงจรความไม่พอใจและนำมาซึ่งการเกณฑ์คนต่อต้านชาติตะวันตกมากขึ้น ซึ่งกรณีรูปแบบเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามกลางเมืองปี 2549-2550 และมีโอกาสจะเกิดขึ้นอีก

แมนนิงเสนอว่าการไม่ตอบโต้โดยตรงน่าจะได้ผลกว่าเมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ไอซิสพยายามหลอกล่อให้สหรัฐฯ แทรกแซงด้วยกำลังโดยวิธีการก่อการร้ายในกรุงแบกแดดในปี 2552-2553 แต่ในตอนนั้นกองกำลังสหรัฐฯ และทางการอิรักไม่ได้ (หรือไม่สามารถ) ตอบโต้สถานการณ์ได้ ทำให้ไอซิสไม่สามารถเกณฑ์คนร่วมเพิ่มได้มากเท่าที่ควรเนื่องจากพวกเขาต้องการใช้การโต้ตอบของทางการอิรักที่เป็นนิกายชีอะฮ์และการตอบโต้ของสหรัฐฯ เป็นข้ออ้างความชอบธรรมในการสู้รบ

เมื่อพิจารณาจากงานข่าวกรองที่เธอทำตอนประจำการอยู่ที่อิรักแล้ว แมนนิ่งบอกว่าควรเน้นวิธีการจำกัดการเติบโตและลดประสิทธิภาพของไอซิส ประเทศตะวันตกหลายประเทศใช้วิธีการนี้ แต่จากการแสดงออกอย่างรุนแรงของไอซิสและภาพลักษณ์ด้านการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่ถดถอยลง ก็ทำให้วิธีการนี้ถูกท้าทายและอาจจะใช้ได้ผลน้อยลง

แมนนิงเสนอ 4 ยุทธวิธีที่จะทำลายการเติบโตของไอซิสได้ ยุทธวิธีแรกคือการนำเสนอเรื่องราวในเชิงตอบโต้เรื่องราวที่ไอซิสใช้เกณฑ์คน ซึ่งไอซิสได้ใช้ทั้งวิดีโอที่สร้างขึ้นอย่างมืออาชีพและภาพเซลฟี่ของนักรบมือสมัครเล่นในการโฆษณาชวนเชื่อให้กับกลุ่มเป้าหมายคนหนุ่มสาวที่รู้สึกสิ้นหวังและไม่พอใจ โดยทางการของตะวันตกต้องพยายามไม่ให้โฆษณาชวนเชื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้

ยุทธวิธีที่ 2 คือ การจำกัดเขตแดนชั่วคราวให้ชัดเจนในพื้นที่ ซึ่งกันไม่ให้ไอซิสเข้าไปยึดพื้นที่ในเขตที่อาจจะเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมได้

ยุทธวิธีที่ 3 คือ ตั้งเงื่อนไขชั่วคราวให้นานาชาติงดเว้นการจ่ายเงินค่าไถ่ตัวประกัน และร่วมกับคนในภูมิภาคเพื่อป้องกันไม่ให้ไอซิสขโมยหรือหาประโยชน์จากวัตถุโบราณทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการยึดแหล่งน้ำมันและสถานีแปรรูปในเบยจิ ประเทศอิรัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นวิธีหารายได้เพื่อบำรุงตัวเองของไอซิส

ยุทธวิธีที่ 4 คือ การปล่อยให้ไอซิสจัดตั้ง "รัฐล้มเหลว" ของพวกเขาเองต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปยาวนานพอ พวกเขาจะได้รับการพิสูจน์เองว่าไม่ได้รับความนิยมและไม่สามารถปกครอง ซึ่งจะกลายเป็นการทำลายชื่อเสียงทั้งด้านการนำและด้านอุดมการณ์ของไอซิสเองด้วย

นอกจากนี้แมนนิงยังชี้ว่าถ้าหากจำกัดการเติบโตของไอซิสได้ พวกไอซิสก็อาจจะมีการแตกหักภายในแล้วก็จะแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการก่อตั้งรัฐที่เข้มแข็งได้

"แต่โลกนี้ต้องมีการควบคุมตัวเองดีพอที่จะให้ไอซิสเสื่อมลงไปด้วยตนเอง ต้องมีการแทรกแซงอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงกับดักการ 'ปฏิบัติการเกินเป้าหมายภารกิจ' ซึ่งจะกลายเป็นวงจรอุบาทว์" แมนนิงระบุในบทความ

เรียบเรียงจาก

How to make Isis fall on its own sword, The Guardian, 16-09-2014
http://www.theguardian.com/commentisfree/2014/sep/16/chelsea-manning-isis-strategy

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์