จับตา ประยุทธ์เซ็นคำสั่งคืนตำแหน่ง 4 นายก อบจ.เหนือ-อีสาน

คำสั่งนายกฯ เปลี่ยนคำสั่งหัวหน้า คสช. คืนตำแหน่งท้องถิ่นล็อตแรก รัฐยันแค่การสอบสวนยุติแล้วไม่มีความผิด รายงานข่าวระบุ 1 ใน 4 เป็นอดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ที่โดนเล่นหนักครอบครัวนอนคุกหลายวันจากเอกสารโหวตโนประชามติรธน.60 ด้านอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ตั้งคำถามได้ยินข่าวมีคนบอกผู้นำท้องถิ่นใครหนุนพรรคเครือข่าย คสช.จะได้ตำแหน่งคืนจริงหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งที่ 6/2561 ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2558 และ 43/2559 กำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 4 แหล่งกลับไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม ได้แก่
1.นายสถิรพร นาคสุข นายก อบจ.ยโสธร
2.นางมลัยรัก ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร
3. นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่
4.นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร
หลังสือคำสั่งลงวันที่ 4 มิ.ย. 2561

ต่อมาวันที่ 8 มิ.ย.61 เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ไม่ได้มีนัยทางการเมือง เรื่องนี้สืบเนื่องจากการตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรมได้มีการส่งผลมาให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และ คสช.จึงมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นได้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมีทั้งผู้ที่ให้ถูกออกและให้พ้นจากหน้าที่ ส่วนใครที่ไม่พ้นจากตำแหน่งก็ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่คืน ดูจากข้อเท็จจริงและเนื้อผ้าเป็นหลัก ผิดก็คือผิด โดยมี ป.ป.ช.กับ สตง. เป็นต้นเรื่องในการตรวจสอบ และกระทรวงมหาดไทยมาสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการสืบสวนสอบสวนไปตามหน้าที่ ใครผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย ใครไม่ผิดก็ให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากและในจำนวนนี้ก็มีหลายคนที่มีความผิด

เมื่อถามว่า จากนี้จะมีการคืนตำแหน่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นอีกหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เราต้องดูตามข้อเท็จจริงที่สืบสวนสอบสวน จะไปเร่งไม่ได้ และคนที่ออกมาบอกว่าผิดหรือไม่ผิดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าสงสัยว่ามีความผิด แต่กระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่ผิด ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนก็ต้องรับผิดชอบ        

เชื่อคืนตำแหน่ง 4 นายกฯอบจ. มีนัยยะการเมือง จี้ผู้มีอำนาจแจง

ขณะที่เว็บไซต์มติชน รายงานข้อสังเกตจากอดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ว่า เขาไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าคืนตำแหน่งให้เพราะเหตุอะไร แต่หากมองในประเด็นหมากทางการเมืองแล้วก็มองได้ว่ามีนัยยะทางการเมือง เพราะหากจะคืนความเป็นธรรมให้กับพวกเขาอย่างถูกต้อง คุณก็ต้องแถลงต่อสังคมด้วยว่าที่ไม่ผิดเพราะอะไร เพราะคุณเองเป็นคนใช้คำสั่งสั่งเขาให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่อย่างนั้นสังคมจะเกิดความสงสัย

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า 4 นายกฯที่ได้คืนตำแหน่งเป็นหัวเมืองฝั่งอีสาน-เหนือทั้งนั้น นายประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ใครๆ ก็สงสัยเพราะใช้มาตรา 44 สั่งคนอื่นหยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วจู่ๆ ก็คืนตำแหน่งให้เขาโดยไม่มีการแจงให้สังคมรับรู้อย่างกว้างขวาง

เมื่อถามว่ามองว่ามีการดีลกันเบื้องหลังหรือไม่ นายประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนสงสัยไปในทางนั้น พรรคพวกเพื่อนฝูงของตนที่ได้พูดจากันก็ไม่ได้มีใครสงสัยไปเป็นอย่างอื่น แต่จะจริงหรือไม่เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจต้องชี้แจง

วัชระ เพชรทอง ถามเสียงดัง เกมส์ใหม่เตรียมเลือกตั้งหรือไม่

ส่วนเว็บไซต์ไทยโพสต์ รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า คาดว่าจะมีคำสั่งแบบนี้ทะยอยออกมาเรื่อยๆ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่รอดพ้นจากข้อกล่าวหาทุกท่าน สอดคล้องกับข่าวที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)บางคนที่เคยพูดกับชาวบ้านไว้ว่าจะให้ คสช.คืนตำแหน่งให้นายก อบจ.บางจังหวัด และมีข่าวอีกว่าถ้าผู้บริหารท้องถิ่นใดยอมหนุนพรรคในเครือข่ายของ คสช.ก็จะได้ตำแหน่งกลับคืนหมดทุกแห่งหรือถ้ามีคดีค้างคาในป.ป.ช.หรือป.ป.ท.ก็จะหลุดหมดทุกคดีจริงหรือไม่ต้องให้กาลเวลาพิสูจน์ในข้อเท็จจริงกับข่าวที่ได้ยินมา

นายวัชระ กล่าวว่าคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าต้นสังกัดยุติเรื่อง แล้วเหตุใดกรณีนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีสั่งยุติเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ ทำไมไม่คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้นายจเร พันธุ์เปรื่อง ก่อนเกษียณอายุราชการ หรือ กรณีนายกเทศมนตรีอีกหลายแห่งที่ต้นสังกัดสั่งยุติเรื่อง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คืนตำแหน่งให้ ทำไมไม่ใช้มาตรฐานกฎหมายอันเดียวกัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในรายชื่อนายก อบจ.ที่ได้ตำแหน่งคือ คือนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่นั้น เคยปรากฏเป็นข่าวว่าเขาและครอบครัวรวมถึงลูกน้องบางส่วนถูกเรียกเข้าค่ายทหารและดำเนินคดีจากกรณีเตรียมเอกสารใบปลิวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ในช่วงก่อนทำประชามติ โดยถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (ความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน), มาตรา 209 (ความผิดฐานอั้งยี่), มาตรา 210 (ความผิดฐานเป็นซ่องโจร) และตาม พ.ร.บ.ประชามติมาตรา 61 วรรคสอง พวกเขาถูกคุมขังในเรือนจำอยู่ 24 วันก่อนได้รับการประกันตัว
 


ภาพจากแฟ้มภาพ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์