ศูนย์ทนายฯ เผยศาลทหารเลื่อนสืบพยานคดีปาระเบิดศาลอาญา เหตุอัยการอ้างตามพยานไม่ได้

23 เม.ย.2562 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลทหารมีนัดสืบพยานในคดีปาระเบิดศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2558 ที่อัยการทหารเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 14 คน ด้วยข้อหาร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันก่อเหตุระเบิด ทั้งนี้อัยการทหารซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์แถลงว่าไม่สามารถติดตามพยานที่จะนำมาเบิกความต่อศาลมาในวันนี้ได้เนื่องจากไม่ทราบผลส่งหมายนัดถึงพยาน

อัยการแถลงเพิ่มเติมว่าพยานคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สำนักงานอัยการเปลี่ยนที่อยู่จึงส่งหมายไม่ถึงแต่ยังทำงานที่สำนักงานอัยการ ส่วนพยานอีกคนซึ่งเป็นพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์นั้นไม่ทราบสาเหตุที่ส่งหมายไม่ได้ แต่พยานทั้ง 2 ปากเป็นพยานสำคัญจึงยังประสงค์สืบพยานทั้ง 2 ปากนี้อยู่

ทนายความจึงได้ลุกแถลงคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าโจทก์ติดตามพยานปากพนักงานรักษาความปลอดภยสำนักงานอัยการก็เคยติดตามมาเบิกความไม่ได้แล้วในช่วงที่มีการสืบพยานในที่เกิดเหตุ

อัยการแถลงว่าพยานปากนี้ยังทำงานอยู่ที่สำนักงานอัยการสามารถติดตามตัวได้แต่ครั้งที่ผ่านมาส่งหมายไปที่ที่อยู่ของพยานซึ่งได้ย้ายที่อยู่อาศัยไปแล้ว

ทนายความจึงได้ทักท้วงว่าโจทก์สามารถโทรศัพท์ติดตามพยานมาได้ อัยการจึงชี้แจงว่าเนื่องจากระบบการส่งหมายจะส่งไปที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่พยานปากนั้นอยู่ แต่กว่าจะได้รับแจ้งจากทางตำรวจมาก็เป็นเวลาที่กระชั้นแล้วจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเรียกพยานให้มาศาลได้ทัน

ทนายความจึงถามโจทก์อีกว่าพยานพนักงานธนาคารที่เกี่ยวกับสุรพล เอี่ยมสุววรณซึ่งไม่ได้เป็นจำเลยในคดีนี้นั้นเป็นเพียงประเด็นยืนยันเอกสารความเคลื่อนไหวทางบัญชีเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่ ทั้งนี้อัยการเพียงแต่ระบุว่าเป็นประเด็นตามที่ทนายความถามแต่พยานปากพนักงานธนาคารจะเลื่อนออกไปก่อน

ศาลจึงได้กล่าวว่าขอกำชับให้โจทก์โทรศัพท์ติดตามกับพนักงานสอบสวนที่ไปส่งหมายหน่อย เนื่องจากคดีนี้พยานค่อนข้างเยอะแล้วศาลก็เห็นว่าจำเลยหลายคนก็ไม่ได้เกี่ยวตามข้อหาทั้งหมดจึงอยากขอความร่วมมือกับโจทก์ในการติดตามพยาน

ทนายความจึงได้แถลงต่อว่า อยากให้นำพยานที่สำคัญจริงๆ มาเข้ามาสืบและยังเห็นว่าพยานที่โจทก์นำเข้ามานั้นยังมีความฟุ่มเฟือยอยู่คือถ้าข้อเท็จจริงไหนไม่ได้เกี่ยวข้องก็อยากให้เอาออกมาดูกันแล้วก็ถ้าทั้งสองฝ่ายรับข้อเท็จจริงได้ก็รับกันไปแต่ก็เคยคุยกันประเด็นนี้แล้วทนายความเองก็เคยทำรายชื่อพยาานที่มีประเด็นที่น่าจะรับกันได้มาแล้วแต่ฝ่ายโจทก์ก็ไม่ให้อ่านคำให้การพยานซึ่งจะให้จำเลยรับก็ไม่ได้ จึงอยากให้โจทก์พิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงไหนไม่ได้ตรงกับประเด็นหรือไม่ได้มีอะไรต้องซักค้านก็จะได้ให้ทนายความกับจำเลยได้ดูตรงไหนรับกันได้ก็จะได้รับไปจะได้ตัดพยานได้

อีกทั้งแม้ว่าพยานทั้ง 2 ปากจะได้ย้ายที่อยู่อาศัยไปแล้วแต่ก็ยังทำงานอยู่ที่เดิมเพียงแค่โจทก์โทรศัพท์ติดตามเพื่อนัดวันที่จะมาเบิกความก็สามารถทำได้

ภายหลังทั้ง 2 ฝ่ายแถลงเสร็จสิ้นศาลได้กำชับโจทก์ให้พยายามติดตามพยานมาเบิกความต่อศาลด้วย และพิจารณาให้เลื่อนการสืบพยานออกไปเป็นวันที่ 14-15 และ 28-29 พ.ค.2562

ในคดีนี้ยังมีจำเลยที่ไม่สามารถประกันตัวออกมาได้อีก 5 คน เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์มากพอที่จะประกันตัวเองระหว่างการพิจารณาคดีทำให้พวกเขาถูกควบคุมตัวมาโดยตลอดเป็นระยะเวลา 4 ปีแล้วตั้งแต่ถูกจับกุม โดยคดีนี้อัยการทหารยื่นฟ้องต่อศาลทหารตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.2558 และฝ่ายโจทก์มีการยื่นพยานบุคคลเข้ามาเบิกความในชั้นศาลถึง 86 ปาก แต่ที่ผ่านมามีการเลื่อนสืบพยาน 13 ครั้ง และหากรวมนัดที่ถูกยกเลิกก่อนถึงวันนัดสืบพยานทั้งจากเหตุที่อัยการไม่ได้ออกหมายเรียกและทราบผลว่าไม่สามารถติดตามพยานมาตามวันนัดได้ จะเท่ากับมีการงดสืบพยานรวมถึง 20 ครั้ง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง