หญิงอายุ 41 หัวหน้าพรรคฝ่ายซ้ายชนะเลือกตั้งเดนมาร์ก ชูสวัสดิการ-โลกร้อน

ผลการเลือกตั้งของประเทศเดนมาร์กเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยได้รับชัยชนะ ขณะที่พรรคชาตินิยมต่อต้านผู้อพยพได้รับคะแนนแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้ เมตต์ เฟรเดอริกเซน ผู้นำพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่อายุน้อยที่สุดเทียบกับที่ผ่านมาคืออายุ 41 ปี และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศ

เมตต์ เฟรเดอริกเซน (ที่มา:วิกิพีเดีย)

8 มิ.ย. 2562 เมตต์ เฟรเดอริกเซน ผู้นำพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เดนมาร์กและเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศ หลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2562 พรรคแนวร่วมฝ่ายซ้ายกลางชนะที่นั่งในสภา 91 ที่นั่งเทียบกับแนวร่วมฝ่ายขวากลางที่ได้ 75 ที่นั่ง

สื่อบลูมเบิร์กรายงานว่า การเลือกตั้งเดนมาร์กครั้งล่าสุดประชาชนได้ส่งสัญญาณให้เห็นว่าพวกเขาจะไม่ทนกับพรรคการเมืองฝ่ายขวาหัวรั้นอย่างพรรคพีเพิลปาร์ตีอีกต่อไป ซึ่งพรรคแนวร่วมฝ่ายขวากลางต้องอาศัยการสนับสนุนจากพรรคขวาจัดนี้ แม้แต่นายกรัฐมนตรีสายขวากลางอย่างลาร์ส ลิกกี ราสมุสเซนก็ส่งสัญญาณว่ากฎหมายผู้อพยพของเดนมาร์กมีความบีบเค้นทารุณมากเกินไป หลังจากที่มีกรณีคู่หมั้นชาวอเมริกันและลูกชายอายุ 29 ปีของเขาถูกห้ามไม่ให้อยู่ในประเทศเดนมาร์ก

สื่อบลูมเบิร์กรายงานอีกว่า ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการที่พรรคฝ่ายซ้ายกลางเริ่มกลับมานำทางการเมืองในภูมิภาคสแกนดิเนเวีย หลังจากที่ก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายซ้ายในสวีเดนและฟินแลนด์ก็ได้คะแนนดีเช่นกัน มีการวิเคราะห์ว่าในขณะที่เฟรเดอริกเซนเห็นด้วยกับความเข้มงวดเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติมากขึ้นแต่เธอก็ปฏิเสธจะตีตราชาวมุสลิม เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เธอต่างจากพรรคชาตินิยมฝ่ายขวา

เฟรเดอริกเซนแถลงหลังทราบผลการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นสวัสดิการและผู้ลงคะแนนก็ให้ความสำคัญกับสวัสดิการมาก่อนและถือเป็น "ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์" เฟรเดอริกเซนเคยระบุในชีวประวัติตัวเองในทำนองว่าคนระดับชนชั้นล่างมักจะตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของผู้อพยพทีละมากๆ

บลูมเบิร์กระบุว่าสาเหตุที่พรรคฝ่ายขวาชาตินิยมอย่างพีเพิลปาร์ตีเป็นผู้แพ้อย่างหนักที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้เพราะพวกเขาได้รับคะแนนโหวตน้อยจนมีจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนการเลือกตั้งครั้งก่อน นอกจากนี้ในขณะที่พรรคฝ่ายขวามัวแต่วุ่นวายกับการกีดกันผู้อพยพชาวเดนมาร์กก็มีเรื่องอื่นที่กังวลมากกว่าอย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมหลังจากที่พวกเขาไม่ต้องเป็นห่วงกรณีการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพในระดับล้นเกิน

เบนต์ กรีฟ ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรอสกิลด์กล่าวว่าแนวคิดต่อผู้อพยพของเฟรเดอริกเซนนั้นทำให้เธอสามารถจัดตั้งพรรคแนวร่วมรัฐบาลฝ่ายซ้ายได้ยากขึ้น เพราะมีฝ่ายซ้ายส่วนหนึ่งที่มีการเรียกร้องให้มีการปฏิบัติต่อผู้อพยพด้วยความเป็นมนุษย์มากกว่านี้ แต่ถึงแม้ว่าราสมุสเซนซึ่งเป็นฝ่ายขวากลางประกาศว่าเขาพร้อมจะแตกขั้วออกจากแนวร่วมฝ่ายขวารวมถึงพรรคพีเพิลปาร์ตีมาสู่พรรคแนวร่วมของเฟรเดอริกเซน แต่เฟรเดอริกเซนก็ปฏิเสธและบอกว่าเธอจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับฝ่ายซ้าย ทั้งนี้นักวิชาการก็มองว่าข้อเสนอของราสมุสเซนทำให้เธอมีแต้มต่อในการพูดคุยโน้มน้าวพรรคฝ่ายซ้ายมากขึ้น แต่หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของธนาคารนอร์เดียก็ประเมินว่ารัฐบาลเดนมาร์กอาจจะยังไม่สามารถหาแนวร่วมจัดตั้งขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ และอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

นอกเหนือจากประเด็นผู้อพยพแล้ว สิ่งที่เฟรเดอริกเซนให้สัญญาว่าจะทำในการเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อกรกับความละโมบของบรรษัทโดยจะออกกฎเข้มงวดขึ้นกับภาคส่วนการเงินหลังจากที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวที่ธนาคารแดนสเกทำการฟอกเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ และอีกเรื่องอื้อฉาวหนึ่งจากการที่มีนักการเงินฉกฉวยเงินรัฐจากการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย  อีกเรื่องหนึ่งที่เฟรเดอริกเซนพูดถึงคือต้องการให้รัฐบาลเน้นนโยบายแก้ปัญหาโลกร้อน จากผลโพลล่าสุดระบุว่าผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเดนมาร์กมีความเป็นห่วงต่อประเด็นโลกร้อนมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาอันดับสองคือประเด็นเรื่องสวัสดิการสุขภาพ และเรื่องผู้อพยพมาเป็นอันดับที่สาม

เรียบเรียงจาก

Denmark Moves to the Left as Nationalists Suffer Deep Losses, Bloomberg, Jun.  5, 2019

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง