'อัญชนา' ลาออก หลัง กก.คุ้มครองสิทธิฯชายแดนภาคใต้แถลงผลกรณี 'อับดุลเลาะ อีซอมูซอ' 

หลัง กก.คุ้มครองสิทธิฯชายแดนภาคใต้แถลงการณ์ประเด็น 'อับดุลเลาะ อีซอมูซอ' ไร้ร่องรอยการซ้อมทรมาน อัญชนา หีมมิหน๊ะ หนึ่งในกรรมการคุ้มครองสิทธิฯ ชุดนี้ ประกาศลาออก ขณะที่ 'ชลิตา' ตั้ง 3 ข้อสังเกตและคำถามต่อ กก.คุ้มครองสิทธิฯ

28 ส.ค.2562 จากกรณีวานนี้ (27 ส.ค.62) คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ประเด็นอับดุลเลาะ อีซอมูซอ สมองบวมหลังถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อวันที่ 21 ก.ค.62  ปัจจุบันได้เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 04.03 น. ของ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยมีประเด็นสำคัญคือ ลงมติควรให้การช่วยเหลือเยียวยาตามเหมาะสม พร้อมระบุว่า ไม่พบลักษณะการถูกทำให้ขาดอากาศหายใจ และไม่พบรอยช้ำของเนื้อเยื่อใดๆ และไม่พบกระดูกร้าวแตก ที่เป็นร่องรอยการกระแทกจากภายนอก 

วันเดียวกัน (27 ส.ค.62) อัญชนา หีมมิหน๊ะ หนึ่งในกรรมการคุ้มครองสิทธิฯ ชุดนี้ ที่ได้รับแต่งตั้งจากแม่ทัพภาค 4 ตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา นั้น โพสต์จดหมายขอลาออกถึงประธานกรรมการคุ้มครองสิทธิฯ 

"ขอแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถทําหน้าปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนได้ ดังเจตนารมณ์เดิม ข้าพเจ้าจึงขอลาออกจากการเป็นคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดน ภาคใต้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนใต้มีความจําเป็นที่จะต้องมีต่อไปเพื่อทํางานใน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชน และข้าพเจ้าขอเป็นกําลังใจให้กับคณะกรรมการทุกท่านในการ ทํางานต่อไป" จดหมายลาออกของ อัญชนา ระบุ

อัญชนา ระบุได้แสดงความชื่นชมต่อแม่ทัพภาค 4 ในการประกาศเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้การตอบรับการเป็นคณะกรรมการนั้นมี เจตนารมณ์ในการทํางานเพื่อให้เกิดการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนกับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาในการทํางานตนขอแสดงความชื่นชมและเคารพการทํางานของคณะกรรมการทุก ท่าน แต่ด้วยตนไม่มีศักยภาพและความสามารถเพียงพอในการทํางานนี้ และด้วยข้อจํากัดในการเข้าถึงข้อมูลในการทํางานและเวลาในการทํางานทําให้ตนไม่สามารถทํางานได้อย่างเต็มที่

'ชลิตา' ตั้ง 3 ข้อสังเกตและคำถามต่อ กก.คุ้มครองสิทธิฯ

นอกจากนี้ ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อสังเกตและคำถามต่อการแถลงข่าวของคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิฯ กรณีดังกล่าว ผ่านเฟสบุ๊ค 'Chalita Bundhuwong' ด้วยดังนี้

ดิฉันมีข้อสังเกตต่อการแถลงข่าวของคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ซึ่งตั้งโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า) ต่อการเสียชีวิตของอับดุลเลาะห์ อีซอมูซอ เมื่อเย็นวันนี้ ดังนี้

1) คำแถลงที่ร่างมาและอ่านโดยคณะกรรมการคนหนึ่งนั้น มีเนื้อหาที่คล้ายกับที่คณะกรรมการได้แถลงไว้รอบที่แล้ว โดยมีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ

1.1) สาเหตุการณ์ตายที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์และหนังสือรับรองการตายที่ออกโดยแพทย์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2562

1.2) เนื้อหาที่พยายามชี้ว่า การผ่าศพเท่านั้นจึงจะทำให้ทราบความจริงว่าสมองของอับดุลเลาะห์ขาดออกซิเจนและขาดเลือดไปเลี้ยงเพราะอะไร (เพราะว่าป่วยอยู่แล้วก่อนหน้าจนหลอดเลือดในสมองแตก หรือเพราะถูกทำร้าย?)

1.3) การเน้นว่าจะต้องให้การเยียวยาแก่ครอบครัวของอับดุลเลาะห์

2) ในส่วนของการตอบคำถามหลังอ่านแถลงการณ์จบ ที่คณะกรรมการทั้งชายและหญิงช่วยกันตอบ ก็เน้นย้ำประเด็นว่า

2.1) เนื่องจากญาติไม่ยอมให้ผ่าศพ จึงไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ โดยอ้างความเห็นหมอที่บอกว่าการพิสูจน์ความจริงต้องทำด้วยการผ่าศพเท่านั้น

2.2) เนื่องจากอับดุลเลาะห์เสียชีวิตในขณะที่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐจึงต้องรับผิดชอบด้วยการเยียวยา

2.3) ส่วนการรับผิดชอบของรัฐในการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้เกิดเหตุกับผู้ที่ตนควบคุมตัวนั้น คณะกรรมการตอบว่า นั่นเป็นอีกขั้นตอนนึง ว่ากันต่อไปทีหลัง

2.4) กรรมการผู้หญิงท่านหนึ่งย้ำว่า เนื่องจากเหตุเกิดในที่ลับ (ไม่มีกล้องวงจรปิด) จึงไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้มากนัก นอกจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการต้องว่าไปตามคำวินิจฉัยด้านพยาธิวิทยาของแพทย์

2.5)กรรมการผู้หญิงท่านหนึ่งย้ำว่า เนื่องจากเหตุเกิดในที่ลับ (ไม่มีกล้องวงจรปิด) จึงไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้มากนัก นอกจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการต้องว่าไปตามคำวินิจฉัยด้านพยาธิวิทยาของแพทย์ ้จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับทางญาติต่อไป

2.6) การให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการดูเหมือนมีการเน้นเป็นนัยๆ ว่าหมอให้น้ำหนักกับการที่อับดุลเลาะห์ป่วยเป็นโรคสมองอักเสบจนทำให้เส้นเลือดสมองแตก

3)ความรู้สึกส่วนตัวและคำถามของดิฉัน

3.1) คณะกรรมการมีท่าทีค่อนข้าง defensive ทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายตรงข้ามญาติ

3.2) คณะกรรมการที่มานั่งแถลงข่าววันนี้เกือบทั้งหมดเป็นภาคประชาสังคมและผู้นำทางศาสนา นี่คือ การเอาภาคประชาสังคมและผู้นำศาสนามาสร้างความชอบธรรมให้แก่กองทัพหรือไม่?

3.3) คณะกรรมการไม่เข้าใจเรื่องเงิน 7 พัน ที่เป็นค่าขนศพ ประเด็นในเรื่องนี้ไม่ใช่การไม่มีเงินจ่าย (เงินนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่) ไม่ใช่เรื่องการเรียกร้องให้ทางการมาช่วย เมื่อไม่ได้รับความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาล ญาติก็ตัดสินใจจ่ายตามที่ถูกเรียกเก็บ ก็เท่านั้น (ส่วนเรื่องที่ว่าระบบการเรียกเก็บค่าบริการหรือระบบการสัมปทานรถขนศพแบบนี้เหมาะสมไหมนั้น เป็นเรื่องที่โรงพยาบาลต้องไปปรับปรุงแก้ไข)

3.4) อีกทั้งกรรมการไม่เข้าใจจริงๆ หรือว่าทำไมญาติถึงไม่ยอมให้รถทหารมาบรรทุกศพ ดิฉันขอถามย้ำว่าพวกคุณไม่เข้าใจจริงๆ หรือ ว่าทำไม???

3.5) สุดท้าย ดิฉันไม่เข้าใจว่า คณะกรรมการเป็นภาคประชาสังคมและผู้นำทางศาสนา ทนนั่งอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ละอายใจบ้างไหม ตระหนักบ้างไหมว่าตนกำลังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจพิเศษของกองทัพ ตอนแรกเรายังคิดว่าสังคมอาจจะเรียกร้องการลาออกจากคณะกรรมการชุดนี้จากคนกลุ่มนี้ได้ แต่ดูเหมือนพวกเค้าจะไม่รู้สึกอะไรเลย แถมมีความภาคภูมิใจในการเป็นคณะกรรมการไปเสียอีก

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์