คำต่อคำ: ชาติไทยและภัยความมั่นคงในความนึกคิดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2562 ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” โดยมีข้าราชการกระทรวงกลาโหม นิสิตนักศึกษา สื่อมวลชนไทย และต่างประเทศร่วมฟังการฟังบรรยายร่วม 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

เราทุกคนต่างอาศัยอยู่ในประเทศไทย ขวานทองแห่งนี้  การบรรยายในวันนี้ เป็นหนึ่งในโครงการมวลชนจัดตั้งของกองทัพบก ซึ่งมีมานานแล้ว มีกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันของภาครัฐ ทหาร มหาดไทย ข้าราชการ ประชาชน เพื่อปลุกจิตสำนึกในการที่เราจะรักชาติ มีความสมัครสมานสามัคคี กลมเกลียว และมีจิตอาสา

ผมต้องกราบเรียนว่าไม่เคยบรรยายที่ไหนมาก่อน ผมพูดไม่เก่ง แล้วก็พอกลับบ้านต้องนั่งฟังภรรยาพูด ไม่มีโอกาสพูด แล้วก็เป็นโอกาสดีที่ภรรยาต้องมานั่งฟังผมพูดบ้าง ผมเองก็พยายามจะตั้งใจรวบรวมสมาธิ สติ เพื่อจะบรรยายให้ท่านเข้าใจมากที่สุด หากผิดพลาดประการใด หรือทำให้ใครไม่พอใจก็ต้องขอโทษไว้ในโอกาสนี้ด้วยปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

หัวข้อในการบรรยายวันนี้ผมจะบรรยายในเรื่อง แผ่นดินของเราในมุมมองของฝ่ายความมั่นคง เพราะผมพูดอยู่เสมอว่าหลังมีการเลือกตั้งแล้ว ทหารจะถอยห่างออกจากการเมือง จะไม่ยุ่งการเมือง เพราะถือว่ารัฐบาลเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มี คสช. มีแต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ก่อนอื่นทำไมต้องมีทหาร บทบาทหน้าที่ของทหารนั้นทำไมต้องมี ทหารถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญในมาตรา 52 อย่างแรกคือ การพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาเอกราชอธิปไตย บูรณาภาคแห่งอาณาเขตประเทศไทย มีสิทธิอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชน เรื่องที่สองเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศซึ่งกองทัพบกได้ทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่คืออำนาจหน้าที่ตามมาตรา 52

ต่อไปผมขอทบทวน อย่าเรียกว่า มาพูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์เลยเดี๋ยวมันจะน่าเบื่อ เรียกว่าเป็นการทบทวนรื้อฟื้นแล้วกันว่า เดิมนั้นอาณาจักรของไทยตั้งแต่ก่อนรัชกาลที่ 1 ราชวงศ์จักรีมีความกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน ทิศเหนืออาณาจักรล้านนาเป็นของเรา ทิศใต้ตั้งแต่ดินแดนรัฐกลันตัน ตรังกานู และไทรบุรี เป็นของประเทศไทย ทิศตะวันออกตั้งแต่ลาว เขมร จบที่ญวณก็เป็นของประเทศไทย ส่วนทิศตะวันตกจรดดินแดนเมาะตะมะ ทวาย มะริด ตะนาวศรี ข้อมูลพวกนี้น้องๆ หาดูได้ ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้โรงเรียนยังสอนวิชาประวัติศาสตร์เหล่านี้อยู่หรือเปล่า น้องๆ รู้ไหมว่าแต่ก่อนมันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน

แล้วทำไมตอนนี้แผ่นดินจึงไม่มีรูปร่างอย่างนี้แล้ว มาดูกันว่ามันเกิดอะไรกันบ้าง เราเสียแผ่นดินทั้งหมด 14 ครั้ง ในรัชกาลที่ 1 เราเสียดินแดนสองครั้งคือ เกาะหมาก หรือปีนัง (มีเสียงการสู้รบด้วยการฟันดาบดังขึ้น) ใครไม่รู้จักปีนังบ้าง แต่ก่อนเป็นของเรา เราเสียให้อังกฤษ ต่อไปครั้งที่ 2 มะริด กับทวาย เราเสียให้กับพม่า สมัยรัชกาลที่ 2 เราเสีย 1 ครั้ง คือเมืองฮานเตียให้กับญวน คือประเทศเวียดนาม สมัยรัชกาลที่ 3 เราเสียเชียงตุง และรัฐเปรัค เพราะเริ่มมีลัทธิล่าอาณานิคม ในสมัยรัชกาลที่ 4 เราเสียสิบสองปันนาให้กับจีน และเกาะอีก 6 เกาะให้กับฝรั่งเศส นี่คือ fact นี่คือประวัติศาสตร์  ผมไม่ได้พูดเอง เพียงแค่ทบทวนให้ฟังว่าเรารอดตาย เรามีแผ่นดินจากประเทศที่ล่าอาณานิคมนี้ได้เพราะใคร

สมัยรัชกาลที่ 5 เราเสียดินแดนถึง 6 ครั้งให้กับกลุ่มประเทศล่าอาณานิคม 4 ครั้งเสียให้กับฝรั่งเศส แม้ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเอยู่หัว ต้องนำเงินพระคลังของท่าน ก็คือเงินส่วนตัวของท่าน ออกมาใช้เพื่อรักษาแผ่นดินไว้ เอาไปเป็นค่าไถ่ให้ฝรั่งเศสเพื่อที่จะรักษามลฑลบูรพา เสียมราฐ ศรีโสภณ อีก 2 ครั้งเสียให้กับอังกฤษ แม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราจะเสียดินแดนไป 6 ครั้ง จากลัทธิล่าอาณานิคม แต่อย่าลืมนะครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวเท่านั้นในภูมิภาคนี้ที่ยังมีเอกราชเนื่องจากพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยที่มีการรักษาถ่วงดุลอำนาจโดยการเดินทางไปรัสเซียเพื่อถ่วงดุลอำนาจประเทศที่ล่าอาณานิคม มีการแลกดินแดนเพื่อที่จะรักษาดินแดนขวานทองที่เป็นส่วนใหญ่ของเราอยู่

ส่วนครั้งสุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9 เราเสียเขาพระวิหารให้กับกัมพูชา เพื่อเลี่ยงการทำสงคราม ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2505 มาเราทำสงครามกับกัมพูชามาตลอด แต่เนื่องจากเราเห็นว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงไตร่ตรองและคิดดูแล้วว่า เราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร  หรือจากนั้นศาลโลกได้มีคำพิพากษาให้ เขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่แปลกอะไร เราเป็นเพื่อนบ้านกัน

(จากนั้นมีการเปิดวิดีทัศน์เป็นภาพจากภาพยนตร์การรบในในสมัยอยุธยา ประกอบเพลง ถามคนไทย)

เนื้อหาเพลงอาจจะกระแทกกระทั้น แต่บทเพลงเหล่านี้ได้ถูกแต่งมาตามสถานการณ์ตามยุคสมัย ถามตัวผมเองว่า ผมรู้สึกถูกความรักชาติ และความห่วงแหนแผ่นดินเมื่อไหร่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับผม เพราะได้ยินคำพูดของประเทศที่เกิดขึ้นหลังเรา เพราะประเทศไทยเรามีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นพันปี คือ

Unless you are willing to pick up a weapon and defend your country. I suggest you stop criticizing those who do. เราก็เห็นว่ามีคนบางกลุ่มบางพวกตระเวนโจมตีทหาร โจมตีฝ่ายความมั่นคง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง และสรุปในช่วงสุดท้าย ว่าประเทศไทยกำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่

ต่อไปเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมว่า ทำไมผมถึงรู้สึกห่วงแหนแผ่นดินของผม และแผ่นดินของพวกเรา ทำไมผมถึงอยากมาเป็นทหาร ผมย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2515 พาดหัวข่าวของไทยรัฐ เฮลิคอปเตอร์กองทัพบกตกสองลำซ้อน โดนยิงขณะปฏิบัติการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่จังหวัดราชบุรี ขณะนั้นผมอายุ 12 ขวบ ต่อมาพาดหัวข่าววันที่ 26 ต.ค. 2515 เฮลิคอปเตอร์ทหารถูกคอมมิวนิสต์ยิงตกอยู่ในเขตอันตรายส่งกำลังช่วย 11 ชีวิต ความรู้สึกของเด็กอายุ 12 ในวันนั้นไม่รู้มาก่อนว่าบิดาของตัวเอง (มีเสียงดนตรีลักษณะเศร้าดังขึ้นมาประกอบ) เป็น 1 ใน 11 ชีวิตที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์สองลำที่ถูกยิงตก สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์ มีแต่โทรเลข มีวิทยุทหารคอยส่งข่าว ตอนกลับจากโรงเรียนคุณแม่บอกว่า คุณพ่อถูกยิง คงไม่ต้องถามความรู้สึกของเด็กอายุ 12 ในตอนนั้นว่ารู้สึกอย่างไร ไม่รู้ว่าคุณพ่อเป็นหรือตาย แต่โชคดีที่คุณพ่อถูกยิงที่เท้าซ้ายทะลุ และแม่ทัพภาคที่ 1 ในขณะนั้นคือ ท่านพล.ท.ประเสริฐ ธรรมศิริ ได้ส่งกำลังเข้าไปช่วยชีวิตกลับมาได้ นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นที่ราชบุรี โดยผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ผมถามกับตัวเองว่าทำไมพ่อต้องถูกยิง แล้วพ่อไปทำอะไรถึงถูกยิง ก็นี่ไงครับ เพราะปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่จังหวัดราชบุรี ขณะนั้นคุณพ่อเป็นพันเอก

เอาละครับ บังเอิญในหนังสือพิมพ์ของไทยรัฐเช่นกันมีพาดหัวย่อยที่น่าสนใจที่อยากให้ดูว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์นับร้อยยึดหมู่บ้านจับ 2 ราษฎรยิงประจาน เรื่องนี้เกิดที่อีสาน น้องๆ หลายคนเกิดที่อีสานอาจจะไม่เคยรับรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผู้ก่อการร้ายอีสานเกือบร้อยบุกเข้าไปปลุกปั่นราษฎรในหมู่บ้าน แล้วจับสองราษฎรยิงอย่างทารุณกลางหมู่บ้าน มันเกิดอะไรขึ้นครับ ยังมีอีกในภาคใต้ ถล่มโจรภาคใต้หนักครูถูกลักพาตัวดับ 1 รอดตาย 1 นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นในภาคใต้ในวันเดียวกัน ทำไมถึงมีการฆ่าครู ประเทศไทยไม่สงบมาเป็นเวลานานมียุทธการอีกหลายครั้งที่มีความสำคัญต่อทางทหาร ก่อนจะมีนโยบาย 66/23 ออกมา เพื่อให้ผู้ที่เข้าป่าออกมาเพราะหลงผิด

เราคงได้ยินกันเสมอว่า พวกคอมมิวนิสต์เก่า ที่หลงผิดเข้าป่า วันนี้ท่านสนธิญาณ มาก็ลองไปถามท่านดูเพราะท่านเคยเป็นผู้หลงผิดแต่ท่านคิดได้ว่า ระบบคอมมิวนิสต์มันไม่ดีอย่างไร มันสอนคนอย่างไร ท่านกลับตัวกลับใจว่าแนวคิดนี้มันไม่ดี แต่มันก็ยังมีไอ้พวกหัวเดิมๆ กลับออกมาเป็นนักการเมือง มาเป็นนักวิชาการ และยังฝังสมองในเรื่องความเป็นคอมมิวนิสต์อยู่

ยุทธการสำคัญที่เราสามารถปลดอาวุธคอมมิวนิสต์ได้มี 9 ครั้ง ยุทธการภูขวางปี 2515 การรบที่บ้านหมากแข้ง ปี 2516 ทำไมผมจึงอยากเน้นย้ำให้ท่านเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ทหาร และประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ ในอดีตกษัตริย์อยู่บนหลังช้าง ทหารที่อยู่แวดล้อมไม่ว่าบนช้าง หรือรักษาเท้าช้าง ทหารที่ออกรบ ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นประชาชนทั้งชายและหญิง ที่จับดาบสู้ ที่เสียสละสมัครใจเป็นทหารเพื่อช่วยพระมหากษัตริย์ในการปกป้องแผ่นดินไทย ในยุคสงครามคอมมิวนิสต์ของประเทศไทย ปี 2519 ท่านเคยทราบไหมว่า (น้ำเสียงตื้นตัน) รัชกาลที่ 10 ท่านดำรงพระยศร้อยเอกเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2519 ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เข้าร่วมยุทธการรบที่บ้านหมากแข้ง ท่านทรงอยู่ในฐานปฏิบัติการ กินนอนเช่นเดียวกับทหาร ทรงเยี่ยมประชาชน ทรงเป็นมิ่งขวัญ ทรงเป็นกำลังใจ ทรงรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าทหารพราน

หลังจากนั้นยังมีหลายยุทธการจนกระทั่งปี 2531 พรรคคอมมิวนิสต์จึงยอมวางอาวุธ ถือว่าสิ้นสุดยุคคอมมิวนิสต์ แต่อย่าลืมนะครับว่ายังไม่หมด เพราะยังอยู่ในหัวของคนบางคน

ต่อไปเรามาดูกันครับว่าโลกใบนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง สถานการณ์ในโลกปัจจุบันนั้นมันมีความขัดแย้งทั่วทุกมุมโลก และเป็นสงครามที่มีความสลับซับซ้อน เกิดขึ้นจากหลายอย่างด้วยกัน เกิดจากการขาดความสามัคคี มีกลุ่มก่อการร้าย สงครามการค้า ที่สำคัญเกิดจากความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งเกิดจากการปลุกปั่น ยุยงของคนในชาติกันเอง

(จากนั้นได้มีการเปิดวิดีทัศน์เป็นภาพเหตุการณ์ความขัดแย้งร่วมสมัยในโลก โดยวิดีทัศน์จบที่เหตุการณ์การประท้วงในฮ่องกง และคำให้สัมภาษณ์ของโจชัว หว่อง ที่ระบุว่า If we are in a new cold war, Hong Kong is the new Berlin…)

ผมขอค้างภาพนายคนนี้ไว้หน่อย ตามภาพนายคนนี้คือ โจชัว หว่อง เป็นแกนนำที่มีวาทกรรม If we are in a new cold war, Hong Kong is the new Berlin… ผมไม่ได้พูดเอง นายหว่องมันพูด ทำไมผมถึงค้างภาพนายคนนี้ไว้ แรกสุดฮ่องกงเป็นเกาะ ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนไปเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี้คงเคยไปฮ่องกง เป็นเมืองที่น่าเที่ยวเป็นเมืองที่ไปช็อปปิ้ง แต่ถามว่าวันนี้มีใครอยากไปฮ่องกงไหม เพราะเกิดเหตุการณ์อะไร แต่มันมีบางคนไปครับ แล้วก็ถ่ายรูปโพสต์ให้เห็น

นายโจชัว หว่องนั้นมาเมืองไทยไม่รู้กี่รอบ มาพบกับใคร มาพบกับไอ้คนประเภทไหน การพบกันนั้นมีวาระซ่อนเร้น วางแผนคบคิดทำอะไรกันอยู่หรือเปล่า แถมในขนาดที่มีเหตุการณ์ยังมีการไป เยี่ยมคล้ายกับไปให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน

ฮ่องกงนั้นมีสภาพเป็นเกาะ ท่านต้องเข้าใจนะครับว่าเป็นเกาะ เคยเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร หลังจากหมดข้อตกลงกันแล้วบัดนี้ก็เป็นของจีน ที่ผมพูดสภาพทางภูมิศาสตร์เพราะอะไร เพราะแตกต่างกับประเทศไทยซึ่งเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่างๆ ที่ผ่านมามีการประเมินสถาการณ์ของฝ่ายความมั่นคงระดับโลกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฮ่องกงนั้นมีแนวโน้มจะเป็นอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ เช่นประเทศไทยหรือไม่ และมองว่าแนวทางที่ประเทศจีนจะดำเนินการต่อฮ่องกงนั้นจะทำอย่างไร

อย่าลืมนะครับฮ่องกงเป็นเกาะ หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้คนจะค้าขายได้ไหม จะมีใครไปเที่ยวไหม มีใครอยากจะอยู่ที่ฮ่องกงไหมในปัจจุบัน จีนมองฮ่องกงเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ก่อนเคยเป็นแหล่งเงิน แหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ อย่าลืมนะครับว่าตั้งแต่เกิดเหตุจีนไม่เคยนำกำลังทางทหารเข้าปฏิบัติการ อาจจะมีภาพที่พยายามถ่ายทอดให้เห็นว่าตำรวจใช้ปืน แต่นั้นคือลำดับขั้นตอนในการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก

ที่สำคัญคนที่ออกมาคือกลุ่มวัยรุ่นทั้งนั้น ผมถามน้องๆ นิสิตนักศึกษาว่า ถ้าวันหนึ่ง คนที่มันผิดหวัง คนที่ยั่วยุปลุกปั่น คนที่ใช้โซเชียล คนที่ใช้การโฆษณา propaganda มาปั่นสมองน้องๆ ให้ออกมาแบบฮ่องกง น้องๆ จะออกมาไหมครับ ภาพเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 52-53 ผมรู้สึกว่าวัยรุ่นนิสิตนักศึกษามีความอ่อนไหวมาก และจะต้องเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งเขาจะต้องรู้ความจริง เด็กบางคนที่ผมไปพบเช่น นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียน ผมถามว่าเกิดปีอะไร อายุเท่าไหร่ สมัยก่อนเด็ก 6-7 ขวบ ไม่รู้หรอกครับว่ามีการเผาศาลากลางจังหวัด ลืมไปหมดแล้ว เพราะแต่ก่อนเด็กไม่สนใจอะไร ไปถามเขาก็บอกไม่รู้เรื่อง ไม่เคยได้ยิน แล้วภาพเหล่านี้ถูกระบบที่เรียกว่า big data analytics โดยมีการใช้ระบบนี้เพิ่มข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนให้ข้อเท็จจริงหายไปจากโซเชียล หรือทำให้ค้นหายาก นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

จากนี้มาดูกันว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องที่ผมจะพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด (มีเสียงดนตรีลักษณะบีบหัวใจขึ้นมาประกอบ) ตั้งแต่ปี 2545 รัฐบาลยุคนั้นประกาศยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมประกาศว่า ไม่มีโจรก่อการร้ายอีกแล้ว พวกที่เหลือเป็นแค่โจรกระจอก ท่านเกิดทันท่านจำได้ สื่อมวลชนจำได้ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุรุนแรงก็เริ่มเปิดยุทธการที่เรียกว่า ยุทธการใบไม้ร่วง ลอบยิง วางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเป้าหมายหลัก บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก มีการบุกปล้นปืนที่อุทยานแห่งชาติบางลาน ครั้งแรกได้ไป 68 กระบอก มีทหารเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย และที่สำคัญที่สุดคือเหตุการณ์วันที่ 4 ม.ค. 2547 มีผู้ก่อการร้ายนับร้อยเข้าโจมตีกองพันพัฒนาที่ 4 มีทหารถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม 4 นาย อาวุธปืนถูกปล้นไปจำนวน 413 กระบอก ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในการเข้าโจมตีค่ายทหาร และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรุนแรงรอบใหม่

หลังจากนั้นรัฐบาลสั่งให้กองทัพบกจัดหน่วยทหารเฉพาะกิจระดับกรมทหารราบจากกองทัพภาคที่ 1 2 และ 3 เข้าร่วมดูแลสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องถิ่น และได้น้อมนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นเหมือนไฟส่องทาง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นในการดูแลแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยพระราชดำรัสนั้นยังพวกเรายังคงจดจำ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา สามคำเท่านั้นเอง

ต่อมาในปี 2557 สถานการณ์เริ่มดีขึ้นรัฐบาลจึงสั่งให้ลดจำนวนทหาร และทยอยกลับออกจากพื้นที่ให้หมด ปัจจุบันทหารจากทัพภาคที่ 1 2 และ 3 ไม่มีอยู่แล้ว คงเหลืออยู่เพียงทัพภาคที่ 4 และทหารกำลังประจำถิ่น เช่นทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดนอาสาสมัครรักษาดินแดน   

ในส่วนตัวผมเองนั้นถือว่ามีความโชคดี ที่ได้เคยปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี 2547 เดือนตุลาคม ผมดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ท่านแม่ทัพได้สั่งการให้กรมทหารราบที่ 11 จัดกำลังร่วมกับกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กับอีกหลายหน่วยงาน จากการปล้นปืนตอนนั้นเหตุการณ์รุนแรงมากมีการยิง มีการฆ่ากันทุกวัน เราก็อาสาสมัครกันไป ก็คิดดูแล้วกันว่า หัวใจของคนที่ไปอยู่ที่นั้นเป็นอย่างไร ผมไปอยู่เป็นผู้บังคับหน่วยที่ 14 ดูแลพื้นที่จังหวัดยะลา ในอำเภอธารโต และอำเภอเบตง ซึ่งเป็นรอยต่อกับอำเภอบันนังสตา ผมอยู่ประมาณ 1 ปี 2 เดือน ภาพต่อต่างๆ ที่ฉายมาเมื่อกี้เป็นภาพที่ผมได้เดินลาดตระเวนกับลูกน้อง อยู่กินในฐานลาดตระเวนกับลูกน้องกับเพื่อร่วมชีวิตอีกหลายท่านที่ได้ไปร่วมปฏิบัติการด้วยกัน หลายท่านแม้ไม่ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ก็เป็นคนออกแผน เป็นคนส่งกำลังสนับสนุนให้การทำงานลุล่วงไปด้วยดี

ผมบังคับบัญชากองกำลังอยู่ 2 กองพันด้วยกัน กองพันหนึ่งอยู่ที่อำเภอธารโต อีกกองพันอยู่ที่อำเภอเบตง รอยต่อกับประเทศมาเลเซีย ผม และอีกหลายที่ไปปฏิบัติงานโชคดี ที่ได้กลับมาบ้าน ตำรวจตระเวนชายแดนหลายท่านไปร่วมปฏิบัติงานด้วยกัน (มีเสียงดนตรีลักษณะซาบซึ้งขึ้นมาประกอบ) ทหารที่เคยร่วมปฏิบัติงานด้วยกัน รุ่นพี่ผม รุ่นน้องผม ผู้ใต้บังคับบัญชาผม (พล.อ.อภิรัชต์เริ่มมีน้ำตาคลอ) อีกหลายคนไม่มีโอกาสได้กลับมาบ้าน (น้ำเสียงของพล.อ.อภิรัชต์ คล้ายคนฝืนไม่ให้ร้องไห้) ไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นหน้าลูกเมีย ประชาชนหลายคนเสียชีวิต

มาดูกันครับเท่าที่จำได้รายชื่อผู้เสียชีวิตมีตั้งแต่ พ.อ.สุทธิศักดิ์ ประเสริฐศรี (ผู้การฯ เขียว) นี่คือรุ่นพี่ผมท่านเสียชีวิตด้วยการโดนวางกับระเบิดที่รถที่ท่านนั่งในเขตอำเภอบันนังสตา เป็นช่วงที่ท่านสับเปลี่ยนหน้าที่กับผม ท่านไปรับหน้าที่ต่อจากผม ตอนนั้นผมกลับมาปี 2548 แล้วท่านเข้าไปพอดี และก็เสียชีวิต ครูจูหลิง คงจำกันได้ หมวดตี้ ตชด. ผู้กองแทน ผู้กำกับสมเพียร ผู้นำทางศาสนาทั้งโต๊ะอิหม่าม  และพระครูที่อยู่ในวัด (พล.อ.อภิรัชต์ ถอนหายใจ)

จะมีใครครับที่จะเข้าใจปัญหาได้ดี อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่เข้าใจหัวใจของคนที่เคยไปอยู่ภาคใต้ ผมถามว่าทำไมไปอยู่แล้วมีเปลี่ยนกำลัง ทำไมไม่ไปอยู่เลย ท่านไม่ทราบหรอกครับว่าการไปอยู่ในสภาพการรบนั้น มันมีความกดดันแค่ไหนเราจึงมีการสับเปลี่ยนกำลังทุก 1 ปี แม้ปัจจุบันในกองทัพภาคที่ 4 หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทุกหน่วยจะต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังเพื่อไม่ให้เครียด

ผมบอกเลยก็ได้ว่าหลังจากที่ผมกลับมา ไม่เชื่อถามภรรยาผม ผมนอนผวาถึงขั้นกระโดดลงจากเตียง นี่คือเรื่องจริง และอีกหลายท่านก็รู้สึกเช่นเดียวกัน การรบภายใต้สภาวะความกดดัน มันเป็นภาวะที่โหดร้ายรุนแรงต่อจิตใจ และที่สำคัญที่สุดคือ เราแยกไม่ออก เพราะนี่คือสงครามที่ไม่ใช่สงครามตามแบบ ถ้าเป็นสงครามเหมือนที่เราเคยเห็นในหนังที่ผ่านมาข้าศึกแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง ทหารอีกฝ่ายแต่งตัวอีกแบบหนึ่งแล้วรบพุ่งหากัน ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะเรารู้ว่าใครเป็นศัตรู แต่ที่ยากที่สุดคือ ศัตรูกับประชาชนแต่งตัวเหมือนกัน นี่คือความยากที่สุดในการทำงานจังหวัดชายใต้ เราแยกไม่ออก เพราะฉะนั้นความกดดันจึงอยู่ที่เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครที่จะต้องรบ และระวังอยู่ตลอดเวลา เราไม่รู้ว่าคนที่เดินเข้ามาหาเราจะเอาปืนมายิงเราไหม คนที่ขับรถผ่านเราจะเอาระเบิดมาใส่เราไหม มันแยกไม่ออก ฉะนั้นจึงต้องใช้หน่วยรบพิเศษ เข้ามาเสริม เพื่อหาข่าว และปฏิบัติการรบนอกแบบ

ท่านจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปี 2562 มีผู้เสียชีวิตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 4 พันกว่าคน แบ่งเป็นทหาร 587 นาย ตำรวจ 396 นาย ผู้นำท้องถิ่น 272 คน ครู 109 คน ประชาชน 2,731 คน ในประชาชนนั้นประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รถไฟ ผู้นำศาสนาทั้งไทยพุทธ-มุสลิม คนร้าย 64 คน ประชาชนทั่วไป 2,600 กว่าคน แม้ตัวเลขประชาชนที่เสียชีวิตจากการก่อเหตุจะดูเยอะแต่ถ้าดูจากตัวเลขการเสียชีวิต กรณีที่เกิดจากอาชญากรรมมียอดสูงกว่าในพื้นที่เดียวกัน ท่านอย่าลืมนะครับคนที่จะมุ่งโจมตีฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายรัฐ เขาก็จะทำตัวเลขขึ้นมาให้มันดูน่ากลัว แต่เขาพูดไม่หมด ทำไม่ไม่แยกยอดออกมา ผมถามว่าในกรุงเทพมหานครตายกี่คนต่อปี ทั้งคดีปล้น ฆ่า ยาเสพติด อุบัติเหตุทางถนน เขากำลังสร้างภาพให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นดูน่ากลัว พูดได้ยอดเท่าไหร่ แต่ทางฝ่ายรัฐพยายามที่จะเปรียบเทียบยอดให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ไม่ใช่เอามาพูดว่า ตายเป็นแสนไม่เคยแก้ปัญหาได้ ประชาชนบาดเจ็บเท่าไหร่ตายเท่าไหร่ รัฐไม่เคยแก้ปัญหาได้ นี่คือพูดแบบนักการเมือง พูดแบบผู้ที่มีประโยชน์แอบแฝง

เมื่อเช้าผมเดินมา แม่ทัพภาคที่ 4 รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า ได้ทำลายฐานปฏิบัติการ 7 ฐาน ยึดอาวุธได้จำนวนมาก และผู้ก่อการร้ายได้เสียชีวิตไปจำนวนมาก ทุกท่านครับคงไม่มีใครปฏิเสธว่าในการต่อสู้หรือการสู้รบ ย่อมมีการสูญเสียกันทั้งสองฝ่ายทั้งโดยเจตนา และไม่เจตนา ผมขอถามท่านนิดเดียวว่า ถ้าทหาร ตำรวจ ครู ข้าราชการ ประชาชน ผู้นำทางศาสนา พระ ไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกยิง ไม่ถูกฆ่า สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ทำไมถึงต้องมีการต่อสู้ด้วยการใช้กำลังเพื่อปกป้องคนเหล่านี้ ถ้ามันไม่มีเหตุการณ์อะไรก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ทหารตำรวจเข้ามาดูแล เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้แก้ไขง่ายๆ แต่มันก็เบาบางลงเยอะแล้ว มันจะเริ่มหนักขึ้นหลังเลือกตั้งนี่แหละ ท่านรอง ผบ.ตร. ที่นั่งอยู่ในที่นี้ ท่านเป็นคนทำคดี ท่านลืมไปแล้วเหรือครับเมื่อสองสามเดือนก่อนมีคนมาวางระเบิดในเขตกรุงเทพมหานคร 7-8 จุด ข่าวแบบนี้หายไปเร็ว ผมบอกเลยว่าฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารตำรวจ ผมจะไม่วางมือโดยเด็ดขาดและจะหาให้ได้ว่ากลุ่มคนพวกนี้เชื่อมโยงกับใคร ผมจะไม่มีวันวางมือ

เอาคนจากข้างล่าง ไปวางแผนฝั่งนู้น และเข้ามาทำให้เขตกรุงเทพมหานคร หลังมีการเลือกตั้งได้ไม่กี่เดือน หลังจากนั้นก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มลงไปนั่งเสวนานักวิชาการ อาจารย์บางคนนั่งเทียนเอา ไถโทรศัพท์มือถือเอา แล้วมาบอกว่าเชี่ยวชาญชำนาญในภาคใต้ ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ มีการยกประเด็นมาตรา 1 ทุกท่านดูนะครับมาตรา 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ รัฐธรรมนูญไทยเริ่มตั้งแต่ปี 2475 ผมถามว่ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ครั้ง วันนี้ผมออกมาพูด ผมไม่ได้พูดว่า ไม่ได้บอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ แต่มาตรานี้(เน้นเสียง) เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เกี่ยวกับเลือดเนื้อ ชีวิตของบรรพบุรุษที่รักษาขวานทองแผ่นดินนี้ไว้ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีวัน ถึงผมตายไป ทหารรุ่นใหม่ก็ต้องเกิดขึ้นมาทดแทนผม ผมเชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงทุกคน และประชาชน ท่านอาจจะไม่รู้ว่า ปู่ย่าตายายของท่านอาจจะร่วมเป็นทหาร เพื่อรักษาแผ่นดินของเราไว้

ฉะนั้นจะแก้มาตราอะไรก็แก้ ถ้าแก้มาตราที่ 1 ก็จะกระทบกับมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือความชาญฉลาดของพวกนักวิชาการที่ไม่พูดตรงๆ ออกมาว่าอยากทำอะไร อยากแก้อะไร จึงยกประเด็นมาตรา 1 หากประเทศไทยไม่ใช่ราชอาณาจักร ประเทศไทยถูกแบ่งแยกกระทบมาตราอื่นแน่นอน ผมบอกแล้วนะครับว่าไม่ได้มาขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้มายุ่งกับการเมือง แต่นี่คือเรื่องของฝ่ายความมั่นคง

ทหารเป็นเป้าโจมตีโดยตลอด เพราะเขารู้ว่า ทหารนั้นทุกยุคทุกสมัย เอาละเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เราอยู่ในโหมดใหม่เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านจำไว้นะครับไทม์ไลน์ที่ผมเล่ามาทหารทุกคนไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล จะมีนายตำรวจเป็นรัฐบาล จะมีนายทหารเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะมีนาย นาง นางสาว มาเป็นหัวหน้ารัฐบาลพวกผมก็รับใช้ พวกผมก็ทำงานให้ ตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการเลือกนาย แต่กลุ่มคนพวกนี้รู้ดี และไม่ได้มองว่าทหารปกป้องรัฐธรรมนูญ ปกป้องประเทศชาติ แต่มองว่าทหารนั้นเป็นอุปสรรคของประชาธิปไตย ทหารก็คือ ประชาชน ตำรวจ ข้าราชการ ก็คือ ประชาขน เราเป็นประชาชน ผมไม่ใส่เครื่องแบบไปเดินที่สาธารณะเสาร์อาทิตย์ผมก็คือประชาชน มีเหตุผลอะไร ก็เพราะทหารคือหลักแห่งความมั่นคง เป็นหลักในการรักษาอธิปไตย จึงมีวาทกรรมต่างๆ เกิดขึ้นทุกครั้ง และหวังผลทางการเมือง เอาใจเด็กๆ น้องๆ วัยรุ่น ไม่ต้องเกณฑ์ทหารบ้างละ ลดงบประมาณกองทัพบก ลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม จัดซื้ออาวุธทำไม หนักแผ่นดิน!!

ต่อไปมาดูกันนะครับว่าประเทศไทยเราเปรียบเหมือนบ้านหลังใหญ่เราอยู่กันได้ด้วยอะไร เหนือหลังคาบ้านเราคือพระมหากษัตริย์ เรายกเหนือสิ่งอื่นใด องค์ประกอบเสาหลัก 3 เสา และเป็นของประชาชน คือ อำนาจนิติบัญญัติ มาจาก ส.ส. ที่ท่านเลือกมา และมาจาก ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ เสาที่สอง อำนาจบริหารอยู่ที่รัฐมนตรี และข้าราชการ เสาที่ 3 สำคัญมากคือ อำนาจตุลาการ ที่ผ่านมามีความพยายามทุกรูปแบบที่จะทำให้อำนาจตุลาการนั้นขาดความเชื่อถือ ผมถามว่าการไม่เชื่อฟังหรือหลีกเลี่ยงอำนาจการตัดสินของศาล ประเทศทุกประเทศมีศาล มีขบวนการยุติธรรม ผมจำไม่ได้ว่าปีไหน มีโอกาสเข้าไปนั่งในศาล ฟังการตัดสินการยุบพรรคการเมือง ไปติดตามสถานการณ์ หลังจากมีการตัดสินให้มีการยุบพรรคการเมืองหนึ่งเกิดขึ้น ก็มีความไม่พอใจแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ว่าตัดสินไม่สมควร มีการแทรกแซงผู้พิพากษา ทำให้ผู้พิพากษาขาดความน่าเชื่อถึอ บางคนถูกตัดสินคดีความก็ไม่อยู่ยอมรับผิด เงินซื้ออะไรก็ได้หรือครับ แต่เงินซื้อความยุติธรรมในประเทศไทยไม่ได้ ถ้าพวกเราทุกคนยังไม่ยึดถืออำนาจศาลตุลาการ อีกหน่อยบ้านเมืองก็มีโจรทั่วบ้านทั่วเมือง  ใครมีเงินถ้าทำผิด ก็ไปต่างประเทศดีกว่า ท่านจะยอมให้สามเสาหลักถูกเซาะกร่อน ผมถามว่าบ้านหลังนี้จะอยู่อย่างไร

ที่ผมพูดมาทั้งหมดมาดูกันนะครับว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับอะไร สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นทฤษฎีที่เรียกว่า สงครามลูกผสม ซึ่งไม่ได้เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา แต่มีการศึกษาจากต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่ล่มสลายว่ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นมา

สงครามลูกผสมคือ สงครามที่ใช้การผสมผสานกันของเครื่องมือ ทางสงครามตามแบบ และสงครามไม่ตามแบบ ซึ่งมีความสำคัญคือ มีการใช้กองกำลังที่ไม่ใช่ทหาร เช่น กลุ่มก่อการร้าย การทำอาชญากรรม มวลชนที่ต่อต้านอำนาจรัฐ กลุ่มยาเสพติด ชายชุดดำ เช่น กลุ่มเข้ามาวางระเบิดกรุงเทพ 8 จุด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ผมไม่ได้พูดเพื่อท้าทาย แต่เชื่อว่าหลังจากพูดไปทางโซเชียลมีฟีดแบคถึงผมแน่ แต่อย่าทำร้ายประเทศ พวกที่ไม่พอใจ

ผมอยากให้ทุกคนรู้ทันว่า สงครามลูกผสมมันเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนจากประชาชนในท้องถิ่น กลุ่มคนเหล่านี้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในท้องถิ่น ตั้งแต่นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น บางคนเป็นเศรษฐีอาจจะบริจาคเงินให้ไปทำกิจกรรม ให้ไปทำหนังสือพิมพ์ ให้ทำเว็บไซต์ หรือแม้แต่เป็นแหล่งข่าวให้กับฝ่ายตรงข้าม

สงครามข่าวสารข้อมูลและการโฆษณาชวนเชื่อ การโฆษณาชวนเชื่อทุกวันนี้หนักทั่วโลก ที่สำคัญคือมันยังมีกลุ่มคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ได้กลับตัวกลับใจ ยังมีแนวความคิดล้มล้างระบอบสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คิดจะทำให้ประเทศไทยเป็นคอมมิวนิสต์ คนพวกนี้มีทั้งรุ่นผม และรุ่นเหนือขึ้นไป 70-72 พวกนี้ไม่ออกตัวหรอกครับแต่เป็นมาสเตอร์มายด์ เป็นนักวิชาการ ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น แล้วก็ไปผนึกกำลังร่วมกับพวกอาจารย์นักวิชาการที่ไร้จรรยาบรรณ  ท่านเป็นนักวิชาการท่านไม่ผิดหรอกครับ ถ้าท่านสอนตามบทเรียน ท่านไม่พูดตอกย้ำความคิดให้กับนักเรียนในสิ่งที่ผิดๆ พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเด็กก็ต้องเชื่อ แต่ท่านไม่ทำตามจรรยาบรรณของท่าน มีการประยุกต์ความคิดระหว่างกลุ่มคอมมิวนิสต์เดิม กับกลุ่มครูอาจารย์ที่ไปเรียนต่างประเทศกลับมา พวกซ้ายจัด ไปเรียนในประเทศที่เคยล่าอาณานิคมที่ยึดประเทศไทย เอาความคิดมาผสมผสานรวมกันเพื่อสร้าง การโฆษณาชวนเชื่อ แล้วนำแนวความคิดของตัวเองเผยแพร่ลงโซเชียล ทำเป็นข่าวลวง วันนี้ทุกคนมีมือถือกันหมด ข่าวโฆษณาชวนเชื่อทุกวันนี้มันขึ้นมาเร็ว เร็วกว่าเรื่องดีๆ

สงครามข้อมูลข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ยังสร้างสัญลักษณ์ เช่น เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อดำ เสื้อสีรุ้ง ชูสามนิ้ว นี่คือการสร้างสัญลักษณ์ให้เกิดการจดจำว่าถ้าทำแบบนี้กูพวกเดียวกัน บอกเลยนะครับที่ผมพูดมาทั้งหมดไม่ใช่เหตุบังเอิญ

ต่อไปเรื่องการทูต แม้เรื่องนี้จะละเอียดอ่อนแต่สำคัญ เพราะมีการใช้องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรอิสระต่างๆ เพื่อยกระดับเหตุการณ์ และความสำคัญของกลุ่มเองขึ้นมา การไปเอาฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้ มาร่วมถ่ายรูปหน้าโรงพักบ้าง มายืนกับกลุ่มชุมนุมบ้าง เพื่อให้เห็นว่านี่มันอินเตอร์ นี่มันเป็นสากล มันรุนแรงเหลือเกินจนชาวต่างชาติต้องเข้ามา ภาพต่างๆ เหล่านี้อยู่ในวงของสงครามลูกผสม

ท่านดูแล้วกันว่าที่ผมพูดมันเกิดขึ้นหรือไม่ในเมืองไทย และสิ่งที่หนักไปว่ากว่านั้นคือ การโจมตีทางไซเบอร์ เรื่องนี้คือการใช้ big data analytics เพื่ออะไรท่านฟังดีๆ นะครับ ทุกครั้งที่ท่านใช้โทรศัทพ์มือถือ กดไลค์ ซื้อของ ท่านไปเที่ยว หรือทำอะไรก็ตามที่แสดงพฤติกรรมของท่าน ผ่านมือถือ ระบบพวกนี้จะถูกรวบรวมเอาไว้ใน big data ความคิดเห็นของท่านทั้งหมดทุกอย่างจะถูกรวบรวมไว้ แต่ big data analytics ถูกสร้างเพื่อใช้รวบรวมพฤติกรรมของลูกค้า แต่มีการเอาไปใช้ผิดๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อจะรู้ว่าเด็กชอบอะไร ผู้ใหญ่วัยนี้ชอบอะไร เฉพาะสิ่งนี้มีความสำคัญมาก

สุดท้ายที่เป็นองค์ประกอบของสงครามลูกผสมคือ สงครามเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างสงครามการค้าระหว่างจีน และอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อทุกประเทศ แต่ก็มีกลุ่มที่แสวงประโยชน์ทางการเมือง เช่น นำภาพคนอดอยากมาใช้ประโยชน์ทางการเมือง ชอบมีการนำภาพคนจนออกมา สร้างภาพว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ปัญหามีไว้ให้แก้ ผมเชื่อว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ตามก็ต้องพยายามแก้ไขปัญหาคนจนตามวิธีการต่างๆ โดยสุจริตใจ ไม่เอามาเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้คนรวยเท่ากันเป็นเรื่องยาก แต่ทำให้คนจนเท่ากันทั้งหมดเป็นเรื่องง่าย นี่คือคอนเซ็ปต์ของพรรคคอมมิวนิสต์นะครับ

ท่านคิดให้ดีแล้วกันครับว่า ทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดภัยพิบัติ บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ อาจจะเป็นสาเหตุจากพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมืองใดก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วหนีหมด ทิ้งลูกน้องติดคุก ทิ้งลูกน้องสู้คดีขึ้นศาล นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผมเอ่ยชื่อนักการเมืองคนหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพราะรู้จักกันสนิทกันเพราะรู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อ ถามว่าไอ้ตอนหนีไปอยู่ต่างประเทศ มันลำบากแค่ไหน ลูกลำบากแค่ไหน กว่าจะกลับมาไทยลำบากแค่ไหน นี่เป็นเรื่องจริงเพราะผมเคยฟัง

ท้ายที่สุดที่ผมพูดให้ฟังทุกท่านไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ได้ แต่ขอถามท่านว่าปัญหาเรื่องความมั่นคงท่านจะให้ใครแก้ นักวิชาการ หรืออาจารย์บางคนที่คบคิดกับพวกคอมมิวนิสต์เดิม เป็นมาสเตอร์มายด์ เป็นคลังสมอง ร่วมกับนักเรียนนอกซ้ายจัดดัดจริต ที่ไปเรียนจากประเทศที่เคยล่าอาณานิคม อบรมสั่งสอนแบบไร้จรรยาบรรณชอบอ้างเลข 2475 เป็นตัวชี้นำ ชอบอ้างว่าตนเป็นนักประชาธิปไตยแต่มีวาทกรรมจาบจ้วง หรือท่านจะเลือกให้กลุ่มนักการเมืองบางคนที่มุ่งหาแต่ประโยชน์ส่วนตัวเพื่อพวกพ้องไม่นึกถึงประโยชน์ชาติ และยังมีนักการเมืองบางคนในพื้นที่ภาคใต้ ที่เคยเกาะแข้งเกาะขานายทหารใหญ่ที่เป็นเพื่อนพ่อผม ตั้งพรรคการเมืองมาเมื่อ 20 ปีแต่ก่อนบัดนี้เริ่มเป็นใหญ่เป็นโตแล้ว เอาเรื่องศาสนา เรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นเครื่องมือในการหาเสียง หรือจะเชิญกลุ่มนักการเมืองที่เหมือนผึ้งแตกรังที่พี่ใหญ่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ หรือท่านจะเชิญนักธุรกิจที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ชีวิตไม่เคยลำบาก เหมือนฮ่องเต้ชินโดรม เคยชุมนุมร่วมกับคนเผาบ้านเผาเมือง สบคบคิดกับชาวต่างชาติชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมการล้างสมองคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นฐานให้กับตนเข้าสู่การเมือง มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน

สามกลุ่มที่ผมพูดมานั้นไม่ผิดหรอกครับถ้าท่านจะเป็นผู้นำประเทศ ท่านเป็นได้ และไม่ใช่ประเทศไทยไม่มีผู้นำเหล่านี้มาก่อน แต่ขอเถอะครับว่า ไม่ส่อพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน ไม่ส่อพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่ส่อพฤติกรรมหาประโยชน์ส่วนตน เชิญเถอะครับเชิญมานำประเทศของเราให้ไปสู่ความเจริญ

สุดท้ายเราอาจจะเห็นต่างกัน เราอาจจะรักใครชอบใคร ชอบในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เราเห็นต่างกันนั้นจะต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติ ต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ผม ทหาร เพื่อนตำรวจ จะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และขอให้พี่น้องประชาชนนิสิตนักศึกษาจำไว้ว่า ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ (มีเสียงคล้ายจะร้องไห้) ก็คือลูกหลานของพวกท่าน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์