ธุรกิจติดสี ผู้ชุมนุมชาวฮ่องกงแห่อุดหนุนกิจการที่หนุนฝ่ายประชาธิปไตย

การประท้วงเรียกร้องเสรีภาพทางการเมืองในฮ่องกงดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเดือนที่เจ็ดย่อมมีผลต่อธุรกิจต่างๆ ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงพยายามหาทางตอบแทนกิจการที่สนับสนุนการประท้วงของพวกเขาด้วยระบบที่เรียกว่า "เศรษฐกิจสีเหลือง" ที่เป็นสีที่ขัดกับ "เศรษฐกิจสีน้ำเงิน" ของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและสนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่มักจะถูกโจมตีทำลายทรัพย์สินจากผู้ชุมนุม

ที่มาภาพ: pxhere

17 ม.ค. 2563 ในร้านก่วยเตี๋ยวฟูเก่ ย่านหว่านไจ๋ มีผู้ชุมนุมชาวฮ่องกงเข้าไปนั่งทานอาหารกันในนั้นท่ามกลางหน้ากากกันแก๊สน้ำตาและสัญลักษณ์ของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย มีคนเรียกกิจการแบบนี้ว่าเป็น "กิจการสีเหลือง" ทำให้ผู้ชุมนุมตัดสินใจเข้าไปอุดหนุน มีโปสเตอร์และข้อความโพสต์อิทแสดงข้อความสนับสนุนประชาธิปไตยติดอยู่ทั่วกำแพงใกล้ๆ กับแคชเชียร์

"มันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในฮ่องกงที่ตอนนี้พวกเราจะต้องช่วยเหลือกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่รัฐบาลไม่ช่วยเหลืออะไรเรา" หนึ่งในผู้ชุมนุมที่ชื่อกิลเบิร์ตกล่าว

เจ้าของกิจการฟูเก่กล่าวว่าการมีสัญลักษณ์บ่งบอกอย่างชัดเจนว่านี่เป็นร้านค้าของฝ่ายใดถือเป็นเรื่องนี้ไม่ใช่สำหรับเขาเอง แต่สำหรับร้านค้าทุกร้าน

สื่อฮ่องกงฟรีเพรสรายงานว่าร้านค้าบางแห่งโฆษณาตัวเองอย่างเปิดเผยว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ข้างฝ่ายใดโดยไม่กลัวว่าจะต้องสูญเสียรายได้ รวมถึงมีโปรแกรมแอพฯ และเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลผู้ใช้งานว่าร้านค้าต่างๆ เอียงข้างไปทางใดด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือกรณีของของร้านขนมในย่านไซหวานที่มีการขายคุกกี้และขนมไหว้พระจันทร์ที่ตกแต่งด้วยคำขวัญของการประท้วง นาโอมิ ซูน เจ้าของร้านบอกว่าเธอไม่รู้ว่า "กิจการสีเหลือง" ที่พูดถึงนี้คืออะไร แต่เธอแค่ต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อสนับสนุนชาวฮ่องกง

ทั้งนี้ยังมีกรณีในช่วงที่มีการปะทะกันด้วยความรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รวมถึงมีการปักหลักวางแนวป้องกันในมหาวิทยาลัยเมื่อเดือน พ.ย. 2562 ก็มีคนไปต่อคิวร้านอาหารที่สนับสนุนผู้ประท้วงซึ่งมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งบอกว่าสาเหตุที่มีคนไปเข้าคิวเพราะเป็นร้านที่ "สนับสนุนการเคลื่อนไหว ... สนับสนุนประชาธิปไตย"

ขณะที่ร้านค้า ร้านอาหาร ที่เป็น "ฝ่ายน้ำเงิน" ถูกโจมตีทำลายทรัพย์สินด้วยระเบิดเพลิง ธนาคารจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็ต้องปิดชัตเตอร์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการถูกทุบกระจกเช่นกัน ร้านสตาร์บัคส์ก็ยังถูกทำลายทรัพย์สิน หลังจากที่ลูกสาวของผู้ก่อตั้งบรรษัทแม็กซิม ซึ่งเป็นบรรษัทผู้ดำเนินงานสตาร์บัคส์ในฮ่องกง เคยกล่าวโจมตีผู้ประท้วงชาวฮ่องกงเป็นพวก "จลาจล" และสิ้นหวังกับคนรุ่นเยาว์ในฮ่องกง

ในขณะที่รัฐบาลโทษว่าการประท้วงทำให้เศรษฐกิจในฮ่องกงถดถอย แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหนึ่งเดียว เพราะสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ก็มีผลกระทบด้วย นอกจากนี้ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งขั้วทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การแบ่งแยกระหว่างร้านค้าฝ่ายเหลืองกับร้านค้าฝ่ายน้ำเงินก็ไม่ได้แบ่งแบบให้เห็นชัดเจนเสมอไป

มีกลุ่มที่ก่อตั้งธุรกิจใหม่หลังมีการประท้วงในฮ่องกงคือ HKongs Mall ที่เป็นร้านค้าออนไลน์ซึ่งระบุว่าพวกเขาพยายามแบ่งเบาภาระไม่ให้คนฮ่องกงต้องพึ่งพาสินค้าจากจีนมากเกินไป โดยที่ธุรกิจของพวกเขาเติบโตขึ้นมากกว่า 20 เท่าในช่วงเดือน ต.ค. 2562 และตอนนี้ก็มีการจ้างงานผู้ประท้วง 15 ราย แต่ทว่าจากข้อมูลของผู้จัดการอีคอมเมิร์ซที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า กลุ่มการค้ากลุ่มนี้ยังจำเป็นต้องซื้อจากผู้จัดหาสินค้าที่เป็น "ฝ่ายน้ำเงิน" อยู่ดี เพราะผู้จัดหาเหล่านี้ยังคงคุมพื้นที่ตลาดส่วนใหญ่อยู่

นักวิเคราะห์จากวิทยาลัยธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยไชนิสแห่งฮ่องกงแอนดรูว ยูน จื่อลก ประเมินว่า ขบวนการประท้วงไม่น่าจะถึงขั้นเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศได้ เพราะเสาหลักของเศรษฐกิจฮ่องกงคือธุรกรรมการเงิน การขนส่งและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเหล่านี้ถูกควบคุมโดยบริษัทไม่กี่แห่ง ซึ่งหมายความว่าแค่ผู้บริโภคอย่างเดียวคงส่งผลสะเทือนยาก

แจคกี ฟุ่ง นักวิจัยจากสถาบันนโยบายฮ่องกงกล่าวว่ากลุ่มคนที่จับจ่ายใช้สอยร้านค้า "สีเหลือง" เหล่านี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสดใหม่ให้กับการประท้วงในการท้าทายข้ออ้างเดิมๆ ที่ว่าขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองมักจะส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ โดยฟุ่งเชื่อว่าการบริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจขาลงส่งผลอย่างมากได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นการบริโภคที่มีความเชื่อในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วยแล้ว

เรียบเรียงจาก

Hong Kong’s ‘yellow economy’ rewards protester-friendly businesses, Hong Kong Free Press, Jan. 15, 2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์