นศ.จี้กลาโหมฯ ลดงบ หยุดซื้ออาวุธแล้วนำงบมาเยียวยา ปชช.

กลุ่มนักศึกษาเดินทางยื่นหนังสือถึงกระทรวงกลาโหม ขอลดงบประมาณและระงับโครงการซื้ออาวุธ ชี้ควรนำงบส่วนนี้มาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างถ้วนหน้า ด้านเจ้าหน้าที่เดินติดตามชิดหลังกลุ่มนักศึกษายื่นเสร็จ

 

13 พ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ค.63) เวลา 10.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นำโดยพริษฐ์ ชิวารักษ์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเรื่อง 'ขอให้ลดงบประมาณและระงับโครงการที่ไม่จำเป็น’ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกมารับหนังสือได้จึงขอให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวเข้าไปยื่นหนังสือภายในสำนักงานกระทรวงกลาโหมแทน โดยมี ศรัญญา อาจหาญ เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

กลุ่มนักศึกษายื่นหนังสือถึง ศรัญญา อาจหาญ เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

(ที่มาภาพ: สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย)

ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวมีใจความให้ทรงกระทรวงกลาโหมปรับลดงบประมาณและระงับโครงการที่ไม่จำเป็นอย่างการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนไทยทุกคนอย่างถ้วนหน้าในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19

จดหมายดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

13 พฤษภาคม 2563

เรื่อง ขอให้ลดงบประมาณและระงับโครงการที่ไม่จำเป็น

เรียน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19)        ส่งผลให้ประชาชนไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างถ้วนหน้า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการแจกเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนคนละ 5000 บาท แต่การดำเนินมาตรการดังกล่าวกลับเต็มไปด้วย             ความผิดพลาด ความล่าช้า และความไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนผู้เดือดร้อนจำนวนมากตกหล่นหรือ              ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพราะเหตุนี้ แม้จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสจะลดลงแต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากความอดอยากและสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากสถานการณ์การแพร่ระบาดกลับสูงขึ้นโดยตลอด

ในสถานการณ์ดังกล่าว หนทางเดียวที่จะบรรเทาความทุกข์ยากและรักษาชีวิตของประชาชนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยกันมีเพียงการช่วยเหลือประชาชนอย่างถ้วนหน้าเท่านั้น โดยมาตรการดังกล่าว            ไม่ควรใช้งบประมาณจากเงินกู้ของรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ควรมาจากการปรับลดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็นอีกด้วย กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยราชการที่ใช้งบประมาณอันมีที่มาจากภาษีประชาชน จึงควรปรับลดหรือ                 คืนงบประมาณ และระงับโครงการที่ไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของหน่วยทหาร เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณในส่วนดังกล่าวไปใช้สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนไทยทุกคนอย่างถ้วนหน้า ทั้งนี้ เพราะโรคระบาดและสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำคือภัยความมั่นคงสูงสุดของชาติในสถานการณ์ปัจจุบัน

จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดพิจารณา

ด้วยความเคารพ

 

(จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์)

ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย

หลังจากที่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวได้ยื่นหนังสือถึงภายในสำนักงานกระทรวงกลาโหมเสร็จสิ้น กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวได้ลงมาแถลงข่าวกับสื่อที่บริเวณสะพานช้างโรงสีข้างกระทรวงกลาโหม

กลุ่มนักศึกษายืนชูป้ายและแถลงข่าวสะพานช้างโรงสีข้างกระทรวงกลาโหม

(ที่มาภาพ: สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย)

พริษฐ์ กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงกลาโหมจะมีการปรับลดงบประมาณไปแล้วรอบหนึ่งเป็นจำนวนเงิน 1.8 ล้านบาทเพื่อนำมาแก้ปัญหาสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่ต้องไม่ลืมว่างบประมาณกระทรวงกลาโหมปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว การที่กระทรวงกลาโหมอ้างว่ามีการนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาช่วยประชาชนแล้ว แท้ที่จริงแล้วถือว่าเป็นส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่กระทรวงกลาโหมได้มา

พริษฐ์กล่าวต่อว่า หากกระทรวงกลาโหมมีความจริงใจกับประชาชน ทางกระทรวงสามารถตัดงบประมาณได้มากกว่านี้ โดยการลดการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ และหันมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างถ้วยหน้าในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 

“ถ้ากระทรวงกลาโหมมีความจริงใจในการช่วยเหลือประชาชนจริงๆ มันยังตัดงบได้มากกว่านี้ ประชาชนไม่มีความเห็นด้วยเลยกับการที่กลาโหม ได้รับงบมากขึ้นทุกวันๆ และกลาโหม ยังมีโครงการจัดซื้ออาวุธในบางอย่างอีก ผมคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้การช่วยเหลือประชาชนอย่างถ้วนหน้าถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ ” พริษฐ์ กล่าว

พริษฐ์ ชิวารักษ์ ยืนชูจดหมายขอให้ลดงบประมาณและระงับโครงการที่ไม่จำเป็น

เผยเหตุการณ์สลายชุมนุม 53 คือแรงบรรดาลใจออกมาทำกิจกรรมทางการเมือง

พริษฐ์กล่าวถึงวาระครบรอบ 10 ปี การสลายการชุมนุมปี 53 ว่า เหตุการณ์พฤษภา 53 เป็นหนึ่งในแรงบรรดาลใจส่วนตัว ที่ทำให้ออกมาทำกิจกรรมทางการเมืองตรงนี้ และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะกองทัพ ไม่เคยมองประชาชนเป็นเจ้านายเหมือนกับกองทัพของประเทศอื่นๆ 

“ในโอกาสครบรอบ 10 ปี 53 อย่างที่เราเห็นว่าเหตุการณ์พฤษภา 53 เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้ามาก และเป็นหนึ่งในแรงบรรดาลใจส่วนตัว ที่ทำให้ผมออกมาทำกิจกรรมทางการเมืองตรงนี้ และก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพฯ ไม่เคยมีความปราณีกับประชาชน และมองเห็นประชาชนเป็นผักปลา เป็นเบี้ยล่าง และเมื่อประชาชนจะใช้สิทธิของตนเองในการเรียกร้องสิทธิต่างๆ กลับมองว่าเป็นการกบฎจึงต้องปราบปราม ผมถามว่ากองทัพฯ มองประชาชนเป็นเจ้านายตัวเองเหมือนที่ประเทศอื่นเหมือนกองทัพฯ ประเทศอื่นหรือไม่ คิดว่างบประมาณกองทัพฯ ทุกวันนี้มันมาจากเงินของใคร” พริษฐ์กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวกำลังเดินทางกลับหลังจากยื่นหนังสือถึงกระทรวงกลาโหมเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 10 คน ได้เดินติดตามกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวอย่างใกล้ชิดก่อนกลุ่มนักศึกษาแยกย้ายกันกลับ

เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเคลื่อนแบบ เดินตามกลุ่มนักศึกษาหลังยื่นหนังสือและแถลงข่าวเสร็จ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์