ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกชาวบ้านแม่กวัก 1 ปี 4 ด.สืบเนื่องนโยบาย คสช.ทวงคืนผืนป่า

ศาลอุทธรณ์จังหวัดลำปางพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 4 แสนบาทกับชาวบ้านแม่กวัก ลำปาง ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่ายุค คสช. ศาลชี้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนโดยเจตนา แม้ปรากฏหลักฐานภาพร่องรอยทำกินตั้งแต่ปี 2497

วันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ชื่อเดิมแสงเดือน ตินยอด ชาวบ้านแม่กวัก อ.งาว จ.ลำปาง

8 ก.ย.2563 มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ รายงานว่า  ศาลลำปางมีนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กรณีวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง หรือชื่อเดิม แสงเดือน ตินยอด หญิงวัย 53 ปี ชาวบ้านแม่กวัก ต.บ้านอ้อน อ.งาว จ.ลำปาง ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและมีอาวุธไว้ในครอบครอง โดยมีชาวบ้านจากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) จังหวัดลำปางร่วมให้กำลังใจ โดยศาลพิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 4 แสนบาท  พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ปี 2561 ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยเจตนา นอกจากนั้นยังพิพากษาให้จำเลยออกจากพื้นที่และรื้อถอนพืชผลอาสิน

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.2562 หลังชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ตลอดจนได้ขึ้นให้ปากคำเป็นพยานฝ่ายจำเลย ชี้ว่าพื้นที่ทำกินของวันหนึ่งมีร่องรอยการใช้ประโยชน์ปรากฏในภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ปี 2497 จึงไม่ใช่การบุกรุกพื้นที่ใหม่

นอกจากนั้น วิศรุต ศรีจันทร์ กองเลขานุการขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ยังยืนยันว่าชุมชนบ้านแม่กวัก ได้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาของ ขปส. ผ่านกลไกของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้

ย้อนกลับไปทบทวนจากคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องไปก่อนหน้านี้ สรุปได้ว่า จำเลยขาดเจตนา การเข้าไปทำกินของจำเลยมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 อยู่ในกลุ่มประชาชนที่ได้รับการผ่อนผันตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 และพยานของรัฐทุกปากให้การว่าพื้นที่ตรงนี้มีการทำประโยชน์มาก่อนจริง เข้าหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ไม่ผิดอาญา เมื่อไม่ผิดคดีอาญา จึงไม่ต้องชำระค่าเสียหายคดีแพ่งกว่า 1 ล้านบาท ในข้อหาทำให้โลกร้อน ส่วนคดีอาวุธปืน สืบได้ว่ากระท่อมนั้นเป็นที่เปิดโล่ง ซึ่งจำเลยใช้ประโยชน์เพียงชั่วคราว มีคนผ่านไปผ่านมาตลอด ใครก็สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ และไม่มีการตรวจลายนิ้วมือ ไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นของจำเลยจริง ให้ยกประโยชน์ให้จำเลย

ส่วนประเด็นว่าต้องออกจากที่ดินหรือไม่ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ โดยการที่จะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือออกจากพื้นที่นั้นต้องให้กรมป่าไม้พิสูจน์สิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ก่อน หากเข้าข่ายได้รับการคุ้มครองก็ไม่ต้องออกจากพื้นที่ แต่หากไม่ได้รับการคุ้มครองให้จำเลยย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 60 วันนับจากวันที่การพิสูจน์สิทธิ์เสร็จสิ้น

นอกจากนั้น ศาลยังวินิจฉัยว่า การดำเนินการตามนโยบายโฉนดชุมชนของชุมชนบ้านแม่กวักตั้งแต่ปี 2556 นั้น เป็นการดำเนินการไปตามนโยบายของรัฐ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 จึงเป็นนโยบายที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจยึดพื้นที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ปฏิบัติตามดุลยพินิจของตัวเอง

ยางพาราของชาวบ้านในชุมชนถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่ง สนธิกำลังกันเข้าตัดฟันยางพาราและยึดพื้นที่ทำกิน

วันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ถูกอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทดำเนินการให้ตัดฟันยางพาราสองครั้ง คือในปี 2556 และ 2558 ตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ภายหลังได้รับการพิสูจน์ว่าพื้นที่ทำกิน 12 ไร่ของตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานฯ เมื่อลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจึงถูกเจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่งแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 แม้มีคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 คุ้มครอง และพิสูจน์ได้ว่าทำกินในพื้นที่มาก่อน ซึ่งคดีนี้เป็นหนึ่งใน 46,000 คดีบุกรุกพื้นที่ป่าในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยยังไม่เคยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดจำแนกตัวเลขได้ชัดเจนว่ามีนายทุนถูกจับกุมเท่าไร

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์