ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 'พลวัฒน์' 4 เดือน คดีโปรยใบปลิวต้านรัฐประหารปี 58 รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 4 เดือน พลวัฒน์ คดีโปรยใบปลิวต้านรัฐประหารปี 58 รอลงอาญา 2 ปี ศาลอ้างเหตุแม้สิทธิเสรีภาพจะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแต่การโปรยใบปลิวที่มีข้อความต้านการรัฐประหารอาจสร้างความไม่สงบในประเทศไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริตจึงขัดต่อกฎหมายอาญา

พลวัฒน์ วโรดมพุฒิกุล ภาพจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน

26 ม.ค.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดระยองนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีของพลวัฒน์ วโรดมพุฒิกุล อายุ 28 ปี อดีตพนักงานช่างเทคนิคประจำโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโปรยใบปลิวต่อต้านการรัฐประหาร ในจังหวัดระยองเมื่อปี 2558

คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ระบุว่า ข้อเท็จจริงในคดีฟังยุติได้ว่าพลวัฒน์ซึ่งเป็นจำเลยได้นำใบปลิวซึ่งมีข้อความว่า “ตื่น!!! และลุกขึ้นสู้ได้แล้ว… ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน...เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” และมีรูปสัญลักษณ์ชูสามนิ้วที่มีข้อความว่า “เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ต่อต้านรัฐประหาร” หลายแผ่น ไปทิ้งโปรยในจุดต่างๆ ของตัวเมืองระยอง

ศาลเห็นว่าข้อความในใบปลิวมีลักษณะเป็นการชักชวนประชาชนที่พบเห็นและมีความคิดเห็นในทางการเมืองเช่นเดียวกับจำเลย ให้ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ามาบริหารประเทศจากการยึดอำนาจ และควบคุมอำนาจของการปกครองประเทศของ คสช. ซึ่งการกระทำของจำเลยอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน ความวุ่นวาย ความรุนแรง หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรได้ และประชาชนทั่วไปจะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต

แม้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 4 ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุบัญญัติว่าภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้

แต่ศาลเห็นว่า “สิทธิเสรีภาพ” ที่ได้รับการคุ้มครองนั้น จะต้องเป็นสิทธิเสรีภาพที่มีการกระทำไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ทั้งจะต้องไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือความไม่สงบขึ้นภายในประเทศ มิฉะนั้นแล้วหากทุกคนใช้สิทธิเสรีภาพโดยไม่คำนึงบทบัญญัติของกฎหมาย ก็อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจและความสงบสุขโดยทั่วไปของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ศาลอุทธรณ์ยังพิเคราะห์ต่อไปว่า พ.ต.อ.สุรพณ มงคลยุทธ พยานโจทก์ซึ่งได้สอบถามจำเลยว่า มีความคิดอย่างไรในการกระทำของตน จำเลยแจ้งว่ามีกลุ่มที่มีแนวคิดเดียวกันที่อยู่บางแสนโดนควบคุมตัวไป “ปรับทัศนคติ” จำเลยจึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงนำเอกสารที่จัดทำไว้ไปโปรยทิ้ง แสดงว่าจำเลยได้กระทำการดังกล่าวด้วยความหุนหันพลันแล่น ปราศจากความยับยั้งชั่งใจ

นอกจากนั้น จากบันทึกคำให้การของเพื่อนที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกับจำเลยระบุว่า ว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 58 จำเลยบอกเพื่อน ว่าตนเครียดจากการที่ตำรวจติดตามตัวอยู่ จากการโปรยใบปลิวดังกล่าว เพื่อนจำเลยจึงแนะนำให้จำเลยเข้ามอบตัว จำเลยรับว่าจะเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แต่ต่อมาวันที่ 27 มี.ค. 2558 เวลาประมาณ 11.00 น. มีเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวจำเลย จากคำให้การดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยเริ่มรู้สึกสำนึกในการกระทำผิดของตนแล้ว จึงเกิดความเครียดและคิดจะเข้ามอบตัว

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่ลงโทษจำคุกจำเลยมีระยะเวลาสั้นเป็นเวลา 4 เดือน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จะเป็นเหตุให้จำเลยต้องมีประวัติเสื่อมเสีย เมื่อพ้นโทษแล้วก็ยากจะกลับมาประกอบสัมมาอาชีพโดยสุจริตต่อไปได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุก ย่อมจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมมากกว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลงนามโดยนายศุภชาติ ถิ่นพังงา, นางอัจฉรา วริวงศ์ และนางวัชรี พูลเกษม

หลังอ่านคำพิพากษา จำเลยและทนายจำเลยเห็นว่าจะยื่นฎีกาคำพิพากษาในคดีนี้ต่อไป

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์