Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลอุทธรณ์แก้โทษ 'เก็ท โสภณ' คดี #ทัวร์มูล่าผัว หลังศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 6 เดือน ในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง ทั้งที่กฎหมายกำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น เป็นการลงโทษเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้จากเดิมที่เก็ทถูกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน จากปราศรัยกิจกรรม #ทัวร์มูล่าผัว คดี ม.112 และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง ศาลอุทธรณ์ปรับแก้โทษเป็นจำคุก 3 ปี ปรับ 200 บาท

 

28 พ.ค. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษคดี ม.112 ของ “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ กรณีปราศรัยกิจกรรม #ทัวร์มูล่าผัว ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2565 

ในส่วน ม.112 ศาลเห็นว่าข้อความปราศรัยของจำเลยแม้จะด่าทอตำรวจจริง แต่ก็มีการกล่าวถึงพระมหากษัตริย์และพระราชินี อุทธรณ์ของจำเลยในประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น 

แต่ในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายกำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน จึงเกินเลยไปกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้ ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาแก้เป็นให้ปรับเป็นพินัยจำเลย 200 บาท 

โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจากศาลชั้นต้นจากจำคุก 3 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 3 ปี ปรับ 200 บาท

ปัจจุบันเก็ท โสภณ ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 8 เดือนเศษ โดยเขาถูกดำเนินคดีในข้อหาตาม ม.112 ทั้งหมด 4 คดี ในแต่ละคดีเขาถูกพิพากษาจำคุกรวมโทษ 10 ปี 6 เดือน

คดี #ทัวร์มูล่าผัว อานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันฯ (ศปปส.) เป็นผู้แจ้งความไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา เก็ทได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้ขอฝากขังต่อศาลอาญา และศาลได้มีคำสั่งอนุญาตฝากขังและไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ขณะนั้น เก็ทต้องถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลากว่า 30 วัน ก่อนได้รับการประกันตัว เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2565 

อัยการสั่งฟ้องคดีใน 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อกล่าวหาระบุว่า จำเลยได้กล่าวปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้กล่าวต่อประชาชาชนที่มารวมกลุ่มชุมนุมทำกิจกรรมทัวร์เส้นทางสายประวัติศาสตร์ (ฝ่ายซ้าย) ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ทัวร์มูล่าผัว” ด้วยข้อความที่ทำให้เข้าใจความหมายว่า รัชกาลที่ 10 และพระราชินี เป็นคนไม่ดี โดยประการที่น่าจะทำให้ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศ ทรงถูกดูหมิ่น หรือทรงถูกเกลียดชัง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 เก็ทถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในทั้งสองข้อหา โดยเห็นว่าข้อความที่จำเลยกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการใส่ความโดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 10 และพระราชินีทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ข้อหาตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 ประกอบมาตรา 9 ลงโทษจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน ทั้งที่ข้อหาหลังนี้ กฎหมายกำหนดโทษปรับไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง