ผบ.ทบ. เทียบจัดซื้อยุทโธปกรณ์เหมือนทิชชูคู่ห้องน้ำ ย้ำจุดยืนกองทัพอยู่ในหลักอาเซียน

 

  • ผบ.ทบ.ย้ำจุดยืนกองทัพอยู่ในหลักอาเซียน รัฐประหารเป็นเรื่องภายใน สัมพันธ์ทหารเหมือนเดิม
  • ดูแลคลังอาวุธ ป้องเหตุซ้ำรอยโคราช
  • ทบ.เผยเยียวยาเหยื่อแล้ว 88 ราย สั่งแก้ระบบสวัสดิการกองทัพ
  • กางแผนปฏิรูปกองทัพ 3 ปี หนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศ

4 ก.พ.2564 สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปฏิเสธชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ชะลอ 3 โปรเจคส์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในปี 2565 วงเงินรวมกว่า 6,152 ล้านบาท ว่า เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ทุกอย่างต้องชี้แจงในกรรมาธิการอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำถึงความจำเป็นต้องจัดซื้อยุทโธปกรณ์หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่มีความจำเป็น เพราะทุกอย่างเหมือนของในบ้าน

“เหมือนบ้านคุณ คุณมีของใช้ว่าต้องมีอะไรบ้าง ก็ใช้ตามระยะเวลา พอถึงเวลาเสื่อมก็ต้องซื้อใหม่ ถูกต้องไหม แต่แนวทางในสถานการณ์อย่างนี้ ซึ่งผมได้มอบนโยบายว่าเราจะลด ดังนั้น ปีนี้ที่จะเสนอโครงการส่วนใหญ่ เป็นการซ่อมบำรุง เหมือนของใช้ในบ้านเรา ยังบำรุงได้อีกนิดหนึ่ง เอามาทำเอง พึ่งพาตนเอง ทำให้ใช้ได้อีกระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นทุกอย่างเหมือนของใช้ในบ้าน เหมือนกับกระดาษทิชชู คุณเข้าห้องน้ำก็ต้องใช้ทิชชู่ คุณบอกว่าห้ามซื้อทิชชู่ปีนี้ ก็ถามว่าเมื่อคุณเข้าห้องน้ำคุณจะใช้อะไร” ผบ.ทบ. กล่าว

ย้ำจุดยืนกองทัพอยู่ในหลักอาเซียน รัฐประหารเป็นเรื่องภายใน สัมพันธ์ทหารเหมือนเดิม

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวถึงการเฝ้าระวังชายแดนด้านตะวันตกป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองของเมียนมาร์ข้ามแดนหลังเกิดเหตุรัฐประหารว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่มาตรการคุมเข้มชายแดนด้านตะวันตกได้ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวถึงวันที่ 15 ก.พ.2564 ซึ่งเราก็กังวลเรื่องพวกนี้อยู่ อาจจะมีพวกฉวยโอกาสจึงคุมเข้มกันเต็มที่ โดยกองกำลังชายแดนสามารถสกัดกั้นผูลักลอบเข้าเมืองได้ทุกวัน ตั้งแต่เดือน ต.ต.เป็นต้นมา จับกุมได้หลายร้อยคน

ต่อคำถามที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของกองทัพสองชาติมีคนอยากทราบจุดยืนของกองทัพต่อการรัฐประหารในเมียนมาว่าเป็นอย่างไรนั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เราอาศัยหลักการอาเซียน เหมือนเช่นรัฐบาล เราเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ก็ใช้หลักการนั้น เรื่องภายในของเขาเป็นเรื่องรัฐบาลคุยกัน กองทัพเราเป็นส่วนราชการหนึ่งของรัฐบาล แต่ส่วนความสัมพันธ์ทางทหารยังเหมือนเดิมเพราะการปฏิบัติการทางทหาร ความมั่นคงตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ทั้งเรื่องต่างๆในการดูแลประชาชนตามแนวชายแดนสองฝั่ง การเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด ร่วมมือกันดีมาตลอด มีหมู่บ้านคู่ขนานที่ทำงานคู่กันมาตลอด

“ผมไม่มีความรู้สึก ก็บอกแล้วว่าคำนี้ไม่มีอยู่ในหัวผม และไม่มีมานานแล้ว จะเห็นว่ามันหายไปนานแล้ว สื่อไปขุดคำนี้มาเอง พอตรงโน่นทำ พวกเราก็ไปขุดคำนี้ขึ้นมา ผมไม่มีอยู่แล้ว" พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวหลังถูกถามถึงความรู้สึกหลังเมียนมารัฐประหาร ขณะที่ถามว่าเมียนมาเลียนเบบไทยหรือไม่นั้น ผบ.ทบ.กล่าวว่าตนไม่มีความเห็น

ดูแลคลังอาวุธ ป้องเหตุซ้ำรอยโคราช

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวถึงครบรอบ 1ปี เหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า เข้าใจว่าสังคมจะพูดถึง แต่ไม่ได้กังวล เป็นวันที่ระลึกวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เหตุการณ์ดังกล่าว ทางกองทัพบกและรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมด รวมถึงในส่วนผู้กระทำความผิด ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาได้เสียชีวิตไปแล้ว

กราดยิงโคราช

ภาพเหตุกราดยิงโคราช

“ในส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบกองทัพบกและรัฐบาล ได้เยียวยาทั้งเรื่องของเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงจำนวนสูงสุดตามหลักเกณณ์ประมาณแปดล้าบาท และยังได้ช่วยเหลือการประกอบอาชีพโดยบรรจุเข้ารับราชการเป็นทหารสังกัดกองทัพบกจำนวน 30 ราย เป็นนายทหาร 1 นาย ส่วนผู้บาดเจ็บ จำนวน 2 คน โดย 1 รายอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา อีก 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งวันนี้ได้มอบหมายให้เจ้ากรมกำลังพลทหารบกเป็นผู้แทนเดินทางไปเยี่ยม” ผบ.ทบ. กล่าว พร้อมระบุว่า ถึงเรื่องความบกพร่องของเจ้าหน้าที่จนทำให้เกิดปัญหาว่า จำนวน 13 คน ถูกลงโทษให้ประจำเพราะมีความผิดที่เรียกกันภาษาทหารว่า ประจำ 007 และถูกลดเงินบำเหน็จ รวมทั้ง ยืนยันว่าการดูแลคลังอาวุธหนักเป็นพิเศษอยู่แล้ว

เยียวยาเหยื่อแล้ว 88 ราย สั่งแก้ระบบสวัสดิการกองทัพ

พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก แถลงสรุปครบ 1 ปี เหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า 8 ก.พ. 2563 หลังจากที่กองทัพบกมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และฟื้นฟูเยียวยา รวมถึงพิจารณาลงโทษผู้เกี่ยวข้อง ข้อสรุปจากฝ่ายเสนาธิการ ได้เยียวยาใน 2 ลักษณะ กับ ผู้เสียชีวิตทั้ง 31 ราย และบาดเจ็บ 57 คน รวม 88 ราย และได้บรรจุเป็นราชการ 31 คน สังกัด ทบ. 26 คน สตช. 4 คน และพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ 1 คน รวมถึงมี 4 คน ที่ไม่ได้รับการเยียวยาคือ ผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา ผู้ก่อเหตุ , พันเอกอนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ , นางอนงค์ มิตรจันทร์ และ นายพิทยา แก้วพรหม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนปลดประจำการถอดยศแม้เสียชีวิตไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับสิทธิตามระเบียบบำเหน็จตกทอด ทั้งจ่าสิบเอกจักรพันธ์ และพันเอกอนันต์ฐโรจน์ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาประจำหน่วยกองทัพภาค โดนคาดโทษ และผู้บัญชาการหน่วยรบที่ 2 ถูกปรับเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ยศไม่ขึ้น นอกจากนี้ กองทัพบกยังปรับปรุงระเบียบการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ และปรับปรุงระบบสวัสดิการกองทัพให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งสวัสดิการภายในและนอกเหนือ

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบก ยังชี้แจงถึงแผนสวัสดิการทั้งหมดของกองทัพ ประกอบด้วย 1.พื้นที่ที่เป็นสนามกอล์ฟทั้ง 36 แห่ง จัดทำเป็นพื้นที่สวัสดิการเชิงธุรกิจ 1 แห่ง คือ สวนสนประดิพัทธ์ อีก 2 แห่งที่ รามอินทรา กทม. และ ลานนา จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสาร คงเหลือ 33 แห่งเป็นสวัสดิการภายใน 2.สนามมวย 3 แห่ง ปิดถาวรไปแล้ว 2 แห่ง คือ ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี และ ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ส่วนสนามมวยลุมพินี ผู้บัญชาการทหารบกแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาให้ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งอาจจะเป็นธุรกิจหรือสนามกีฬาที่อาจไม่มีการจัดการแข่งขันแล้ว 3.สนามม้า จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันไม่ได้เปิด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และขณะนี้ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาสำหรับการใช้พื้นที่ว่า จะให้รื้อเปลี่ยนจากสนามม้ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายได้ 4.สถานที่พักฟื้นพักผ่อน 5 แห่ง เข้าสู่สวัสดิการเชิงธุรกิจ 2 แห่ง คือ ไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงราย และสวนสนประดิพัทธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนลานนา มทบ.33 จังหวัดเชียงใหม่ กำลังดำเนินการ ขณะที่อีก 2 แห่งคือ บางปู จังหวัดตสมุทรปราการ และหาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี ยังคงเป็นสวัสดิการภายใน

กางแผนปฏิรูปกองทัพ 3 ปี หนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศ

ต่อแผนการปฏิรูปกองทัพบกในระยะ 3 ปี เพื่อปรับแนวทางให้เป็นกองทัพที่ทันสมัยตอบโจทย์ภัยคุกคามและตอบสนองนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่ห้วง 1 ต.ค.63 ถึง 30 ก.ย.66 โดยในปี 64 จะมุ่งจัดระเบียบกำหนดแผนงานให้ชัดเจน ปี 65 มุ่งเน้นตามแผนงานและหลักการเพื่อปฏิรูปกองทัพในทุกมิติ และปี 66 นำผลการปฏิบัติสู่การปรับปรุงแก้ไข โฆษกกองทัพบก ระบุว่า กองทัพบกเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการปฏิรูปให้เหมาะสม โดยจะเป็นรูปธรรมในปี 2565 ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแผนการจัดหายุทโธปกรณ์ด้วยการลดการจัดหายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ

ถามว่าจะประหยัดงบประมาณได้เท่าใด พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ในปี 64 นี้ ไม่ได้เพิ่มเติมอะไร มีเพียงการซ่อมยุทโธปกรณ์ ลดการซื้อ 5-6 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น ปีงบประมาณ 64 มีโครงการปรับเปลี่ยนอากาศยานการเดินทางของผู้บัญชาการและบุคคลสำคัญ มาเป็นอากาศยานลำเลียงขนาดกลางรุ่น C295

“นอกจากใช้สำหรับผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังสามารถปรับภารกิจมาใช้ในการลำเลียง เพื่อช่วยภัยพิบัติและการฝึกศึกษา ซึ่งสามารถลำเลียงคนได้มากกว่า 70 คน แต่ในส่วนราคาไม่ได้ลดลงมาก ใกล้เคียงกับของเดิม แต่การใช้ประโยชน์จะได้มากกว่า” โฆษกกองทัพบก กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายการเมืองย้ำว่าปัจจุบันประเทศยังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 จึงขอให้ชะลอไปก่อน พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณปี 65 อยู่ในขั้นตอนวาระ 1 ในสภา เชื่อว่าจะปรับลดตามความเหมาะสม

พ.ท.หญิงนุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยแนวทางการปฏิรูป 4 ด้าน คือ 1.การเสริมสร้างกองทัพ ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างกำลัง การพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ การพัฒนาส่งกำลังบำรุง ยกเลิกจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด 2.แนวทางการป้องกันประเทศ สนับสนุนกองกำลังชายแดนในรูปแบบคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดแรงงานผิดกฎหมาย 3.การช่วยเหลือประชาชนปรับแผนบรรเทาแผนสาธารณภัยให้สอดคล้องกับกระทรวงกลาโหมครอบคลุมทั้งจังหวัดและอำเภอให้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง และ4.แนวทางปฏิบัติตามนโยบายสำคัญ เน้นย้ำระบบธรรมาภิบาล

ที่มา : สำนักข่าวไทย ข่าวสดออนไลน์และไทยโพสต์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์