รวมปราศรัยอภิปรายนอกสภาครึ่งหลัง ใน #ม็อบ19กุมภา

  • โตโต้ชี้แจง เหตุรุนแรงหน้าสถานทูตเมียนมา พร้อมตั้งคำถามต่อการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เกี่ยวข้องกับ 'ตั๋วช้าง' หรือไม่ และงบคุมการชุมนุมของตำรวจวันละ 4 ล้าน เหมาะสมหรือไม่?
  • กลุ่ม PerMAS ชี้ งบแสนล้านก็แก้ไขปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้ ถ้าไม่หยุดความรุนแรง
  • ศิริ นิลพฤกษ์ อภิปรายในประเด็นเพศและการเมืองว่า แม้ ส.ส.หญิง และเพศหลากหลายจะได้เข้าสภาแต่ก็ยังมีบทบาทน้อยและถูกลดทอนการมีส่วนร่วม
  • ไอลอว์ชี้ รัฐบาลบริหารงานผิดพลาด ปล่อยให้โควิดระบาดกระทบผู้มีรายได้น้อย แล้วยังปัดตกร่างกฎหมายบำนาญถ้วนหน้า ชวนจับตาและส่งเสียงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หวั่นถูกศาลรัฐธรรมนูญคว่ำกระบวนการ
  • ปนัสยากล่าวถึงประเด็นการใช้มาตรา 112 การเพิ่มขึ้นของพระราชอำนาจโดยรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจาก คสช. และงบต่อสู้คดีใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทอง ที่ควรใช้พัฒนาการศึกษา เยียวยาโควิด ไม่ใช่จ่ายเป็นค่าโง่

19 ก.พ. 2564 ม็อบเฟส (MOB FEST) จัดกิจกรรมอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา โดยผู้ปราศรัยกล่าวถึงหลายประเด็น เช่น การใช้ความรุนแรงในที่ชุมนุม ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ประเด็นเรื่องเพศและการเมือง การแก้รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น

ปิยรัฐ จงเทพ We Volunteer

ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนที่ 6 ชี้แจงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหน้าสถานทูตเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ว่า ตนพยายามขอขยายเวลาจัดกิจกรรม เนื่องจากมีชาวพม่ามาขอใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงต่อ แต่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม

ปิยรัฐ จงเทพ

ปิยรัฐ จงเทพ

ปิยรัฐกล่าวว่าภาพที่กลุ่มการ์ด We Volunteer หรือ wevo ใช้กำลังโต้ตอบตำรวจนั้น เพราะต้องการยื้อเวลาให้ประชาชนชาวพม่าออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ปิยรัฐ ยังบอกว่าตนทราบมาว่า สาเหตุที่ตำรวจใช้กำลังในวันนั้น เพราะไม่พอใจที่มีคนไปแขวนป้ายปฏิรูปสถาบันกษัตริย์หน้า สภ.ภูเขียว

"วันที่เขาไล่ตีเราหน้าสถานทูตเมียนมา วันนั้นไม่มีเหตุผลเลย เพราะในขณะที่ผมแถลงการณ์ไม่ยอมรับรัฐประหารเมียนมา ผมใช้เวลาจัดกิจกรรมเพียง 30 นาที และเราจบใน 30 นาที แต่ผมไม่รู้ว่าพี่น้องชาวเมียนมามาจากไหนไม่รู้ แต่มาสะกิดผมเพื่อขอใช้ไมค์และเครื่องเสียง ผมจึงอนุญาตให้เขาใช้ ส่วนผมจะไปคุยกับตำรวจให้ แต่ผ่านไปไม่ถึง 15 นาที ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย วิ่งเข้ามาใช้กำลังตีพวกเรา ที่พี่น้องเห็นว่าการ์ดตีตำรวจคือการยื้อเวลาให้พี่น้องชาวเมียนมาออกจากพื้นที่ ผมทราบมาว่าวันนั้นตำรวจโกรธ โกรธที่ป้ายปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไปแขวนที่ สภ.ภูเขียว ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์นี้เลย" ปิยรัฐกล่าว

นอกจากนี้ ปิยรัฐยังกล่าวปราศรัยเรื่องระบบข้าราชการตำรวจ รวมถึงเรื่อง 'ตั๋วช้าง' ที่ รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายในสภาวันนี้ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเรื่องการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ว่าเกี่ยวข้องกับตั๋วช้างหรือไม่ และวิจารณ์การจัดสรรงบการควบคุมม็อบของตำรวจที่ใช้เงินภาษีมาจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง สูงถึงวันละ 4,000,000 บาท

ซูกริฟฟี ลาเต๊ะ กลุ่ม PerMAS

ซูกริฟฟี ลาเต๊ะ จากกลุ่ม PerMAS ขึ้นปราศรัยโดยระบุว่างบประมาณที่ถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาชายแดนใต้ที่ผ่านมาทั้งหมดมีจำนวนกว่า 100,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆ ได้ ซึ่งประชาชนควรตั่งคำถามว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หากไม่แก้ไขความรุนแรง

ซูกริฟฟี ลาเต๊ะ

ซูกริฟฟี ลาเต๊ะ

ซูฟริฟฟี กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ ส่วน พล.อ.ประวิตร ยังไปประชุมและกล่าวว่าจะแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ต้องสร้างกำแพงระหว่างประเทศขึ้นมา ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก นับว่าเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่จะขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง

"พรุ่งนี้ยังมีการชุมนุมอีก ขอให้เก็บแรงไว้ ตนจะอยู่กับพี่น้องจนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน" ซูกริฟฟีกล่าว

ศิริ นิลพฤกษ์ เพศและการเมือง

ทาทา ศิริ นิลพฤกษ์ อภิปรายในประเด็นเพศและการเมืองว่า ขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งชุด เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ส. หลากหลายทางเพศถูกตัดสิทธิไปแล้วหนึ่งคน นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำพูดหยามเกียรติผู้หญิง และมีการพยายามผลักดัน พ.ร.บ.คู่ชีวิต ทั้งที่เราพยายามจะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448

ศิริ นิลพฤกษ์

ศิริ นิลพฤกษ์

ศิริกล่าวว่า ถึงแม้ผู้หญิงและเพศหลากหลายจะได้เข้าสภามากขึ้น แต่ยังมีบทบาทน้อย และมีความพยายามจะทำให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมน้อยลง เรายังยืนยันว่าการเรียกร้องสิทธิทางเพศต้องอยู่ในพื้นที่ของประชาธิปไตย

ศิริกล่าวต่อว่า ล่าสุด สิทธิของพนักงานบริการ หรือ sex worker ก็ยังมีปัญหาอยู่ โดยช่วงโควิดที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามจัดประเภทงานบริการ พนักงานบริการลำบากขึ้น ถูกจับ ปรับ แล้ววนจับอีกจนทำมาหากินไม่ได้ ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศได้เงินชดเชยบ้างไม่ได้บ้าง ผู้มีอำนาจกลับมีเงินไปตั้งตำแหน่งให้คนใกล้ชิด ซึ่งเป็นภาษีประชาชนทั้งนั้น เขาไม่เคยเห็นหัวประชาชนเลย เขาขอแค่เงินไปปรนเปรอครอบครัวที่รัฐบาลโอบอุ้มเท่านั้น

นอกจากนี้รัฐบาลพยายามที่จะโอบอุ้มครอบครัวบางคนให้มีอำนาจมากขึ้น ภายในปีนี้ ภาษีอีกหลายตัวจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพิ่มเพราะเขากลัวคนจะออกมาร่วมม็อบ เราจึงต้องเรียกร้องให้เขาปฏิรูปเสีย ถ้ารัฐบาลยังโอบอุ้มต่อไป วันหนึ่งถ้าประชาชนเดือดร้อนมากพอ คิดเอาว่าจะเป็นยังไง แล้ววันข้างหน้าเราจะเรียกร้องสิทธิเสรีภาพร่วมกัน ถ้าวันนี้คุณไม่ลงถนน ไม่มีใครเรียกร้องสิทธิแทนคุณได้ พลเมืองไทยจะต้องตระหนักรู้ถึงสิทธิ อย่าให้เงินของเราไปเข้ากระเป๋าคนอื่น แล้ววันพรุ่งนี้เราจะกลับมาเจอกัน

ณัชปกร นามเมือง ไอลอว์

เวลา 21.04 น. ณัชปกร นามเมือง หรือ 'ถา ไอลอว์' ขึ้นปราศรัยหัวข้อ กลโกง คสช. ในเกมแก้รัฐธรรมนูญ โดยอภิปรายไม่ไว้วางใจระบอบ คสช. ว่า ส่วนแรก ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ เหตุผลหนึ่งคือ การบริหารราชการที่ผิดพลาด ปี 2563 มีโรคระบาด แต่มีรัฐมนตรีคนหนึ่งบอกโควิดเป็นโรคกระจอก ผ่านมา 1 ปีเรารู้ว่าโควิดไม่กระจอก แต่รัฐบาลต่างหากที่กระจอก

ณัชปกร นามเมือง

ณัชปกร นามเมือง

ณัชปกรกล่าวว่า การบริหารราชการที่ผิดพลาด ปล่อยให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาช่วงระบาดแรกๆ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัยแพง ที่อนุทินพูดถึงว่า ตอนมีโควิดนึกถึงแต่วัคซีน ทำไมยังได้ช้าอยู่ แบะทำไมนายกรัฐมนตรีถึงปล่อยให้มี super spreader สนามมวยลุมพินี ไหนจะเปิดบ่อนให้มีการพนันโดยไม่มีการกำกับ แต่นายกรัฐมนตรีก็ฉลาดมาก บอกว่ามี 100 นายกฯ ก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ไม่ได้อยู่ทำไม ออกไปครับ

ณัชปกรกล่าวอีกว่า โรคโควิดทำให้คนที่รายได้น้อยใช้ชีวิตลำบาก คนที่ใช้แรงไปหาเงินลำบากกว่าคนที่นอนอยู่บ้านหาเงิน ทว่าการเยียวยาของรัฐกลับเหมือนการชิงโชค ทั้งที่จ่ายภาษีกันถ้วนหน้า นอกจากนี้แล้วนายกรัฐมนตรียังปัดตกร่างกฎหมายบำนาญถ้วนหน้า ปัญหาในสังคมเกิดการส่งต่อความจน คนต้องส่งเสียพ่อแม่ แล้วรัฐจะอาศัยความกตัญญูไปถึงเมื่อไหร่

ตัวแทนจากไอลอว์กล่าวว่า วันที่ 24-25 ก.พ. รัฐสภาจะพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 2 หากผ่านวาระนี้ไปแล้ว จะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ซึ่งเนื้อหาที่จะเข้าวาระ 2 มีเรื่องสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ 1) แก้มาตรา 256 การแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องใช้เสียง ส.ว. อีกชั้นแล้ว และ 2) การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นจะได้เปรียบ ระบบแบบนี้ พรรคที่มีกำลังใช้ "พลังดูด" จะมีกำลังจัดเต็ม และมีการห้ามแก้หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไม

ณัชปกรยังให้ข้อมูลเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอีกว่า มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา มีโอกาสที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องส่งเสียงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญออกมาให้ศาลรัฐธรรมนูญรับฟัง

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ราษฎร

21.34 น. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ตัวแทนราษฎร ขึ้นปราศรัย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า พรรคที่สืบทอดอำนาจ คสช. กำลังทำลายประชาธิปไตยของ ส.ส.ฝ่ายค้าน โดยการประท้วงโดยไม่มีเหตุ ในอดีต สภาก็สามารถพูดถึงกษัตริย์ได้ มี ส.ส. ที่สามารถพูดได้ว่ากษัตริย์ไม่ใช่พ่อ แต่ในปัจจุบันกลับพูดไม่ได้ ทำไมเราถึงพูดว่ารักในหลวงได้ แต่พูดว่าไม่ชอบไม่ได้

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

ปนัสยากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คือ ส่วนราชการในพระองค์ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 ว่า มีการโอนย้ายหน่วยงานที่เดิมสังกัดกระทรวงกลาโหมไปยังส่วนราชการในพระองค์ ซึ่งส่วนราชการในพระองค์ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายใด และการจัดระเบียบบริหารราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งในความเห็นของปนัสยา สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ประยุทธ์และพรรรคพวกมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้พระราชอำนาจเพิ่มขึ้น

นอกจากเรื่องนี้แล้ว ปนัสยายังกล่าวถึงเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ระงับการใช้เหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัทคิงส์เกตต์ได้รับความเสียหายและมีปัญหาข้อพิพาท ต้องชดใช้ค่าเสียหาย สิ่งนี้คือค่าโง่ ค่าโง่ที่ต้องจ่ายสามารถนำไปใช้อย่างอื่นได้ ทั้งด้านการศึกษา เยียวยาโควิด พัฒนาแอปพลิเคชันเราชนะ สิ่งนี้ได้มากกว่าค่าโง่ที่เราเสียไป แต่ประยุทธ์กลับทำผิดพลาด

ปนัสยากล่าวว่า สุดท้ายแล้ว การเพิ่มอำนาจจัดการทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ที่เป็นของประชาชน กลายเป็นของคนคนเดียว ประยุทธ์เคยพูดว่าพระมหากษัตริย์เมตตาไม่ใช้ มาตรา 112 แต่ตอนนี้มีคนถูกใช้ มาตรา 112 ประยุทธ์ใช้เจ้ามาอ้าง ตอนนี้ที่ทุกคนออกมา ก็หวังจะเห็นคนเท่ากัน ไล่ประยุทธ์ แก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่แค่เซฟเรา เซฟเพื่อนเรา แต่มันไม่ควรมีความอยุติธรรมบนแผ่นดินนี้แล้ว อยากให้ทุกคนออกมาสู้

นอกจากนี้ ปนัสยายังอ่านข้อความที่พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ฝากให้กำลังใจประชาชนว่าอยากให้ทุกคนสู้ต่อไป อย่าเพิ่งท้อ แม้จะมีคนถูกดำเนินคดี หรือต้องใช้เวลานานเท่าไรเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายก็ตาม

"อยากให้ทุกคนสู้ต่อไป อย่าเพิ่งท้อ ถึงจะมีคนที่ต้องถูกดำเนินคดีอีกเท่าไหร่ ถึงจะต้องมีคนต้องถูกจองจำอยู่ในคุกอย่างไม่ชอบธรรมอีกเท่าไหร่ ถึงจะต้องใช้เวลานานจะบรรลุข้อเรียกร้อง แต่อย่าให้ทุกคนได้หมดหวังไป เพราะสุดท้ายแล้ว ในการต่อสู้ครั้งนี้ เราจะชนะแน่นอน"

พร้อมประกาศว่าวันพรุ่งนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจะจัดกิจกรรมบริเวณหน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย เวลา 15.00 น.

เวลา 22.10 น. พิธีกรบนเวทีนำรูปภาพของรัฐมนตรี 10 คนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา มาชูขึ้นรายบุคคลเพื่อให้ประชาชนนอกสภาลงมติไม่ไว้วางใจ เมื่อประชาชนลงมติเสร็จสิ้น พิธีกรจึงประกาศยุติกิจกรรม พร้อมกับตะโกน "ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎรจงเจริญ" จากนั้นประชาชนเริ่มทยอยออกจากพื้นที่ โดยพิธีกรบอกให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับทางฝั่งแยกบางกระบือและกลับเป็นกลุ่ม

ภาพ 10 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ภาพ 10 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์