Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันที่ 24-25 ก.พ. โดยยังไม่รู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอศาลนัดประชุมวันที่ 4 มี.ค.แล้วนัดวินิจฉัย

นี่เป็นแรงกดดันทางการเมืองระลอกใหม่ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านเชือดรัฐบาลเหวอะหวะ ซ้ำยังมีไซด์เอฟเฟค พรรคภูมิใจไทยกล้ามใหญ่ไม่พอใจ 7 ส.ส.พลังประชารัฐ ไม่โหวตให้กล่องดวงใจ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ไม่ทราบเหมือนกันว่าภูมิใจไทยเต้นเพราะโดนเหยียบเท้าเรื่องที่ดินรถไฟเขากระโดง หรือล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.28 แสนล้าน

สถานการณ์การเมืองวันนี้ ไล่ลำดับภาพแต่ละด้านคือ อำนาจรัฐกำลังกดดันมุ่งสยบม็อบราษฎร ที่ไปจนสุดเพดานเมื่อปลายปี 63 แล้วทำอะไรอำนาจที่ใหญ่โตมหึมาไม่ได้ รัฐมุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่ท้อ เลิกต่อสู้ ยอมจำนน กลับไปทำมาหากินเอาตัวรอด เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นคนชั้นกลางในเมือง

โฆษณา - Advertising

แต่ความย่ำแย่ในการบริหาร ทั้งเศรษฐกิจ โควิดรอบสอง มาจนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้พลังนอกสภายังเข้มแข็งในระดับหนึ่ง สามารถปักหลักรอแรงเหวี่ยงกลับ จากวิกฤตเศรษฐกิจ การทุจริต ความเหลื่อมล้ำ การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือการทำอะไรไม่แยแสใครของผู้กุมอำนาจ

ลองคิดดูว่าในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น ที่รัฐสภายกร่างกันมาว่าจะแก้มาตรา 256 เลือก สสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ล้มครืน

แน่ละ ศาลอาจไม่วินิจฉัยอย่างนั้น แต่ไล่ดู “สารตั้งต้น” มาจากไพบูลย์ นิติตะวัน + สมชาย แสวงการ ผนึก ส.ส.พลังประชารัฐ กับ 250 ส.ว.โหวตให้ส่งศาลวินิจฉัยก่อน แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่

โดยอ้างความเห็นกฤษฎีกา ว่าศาลเคยขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ 2550 มาแล้ว แม้คนละฉบับกัน ก็ควรส่งศาลก่อน (ติ๊กไว้ด้วยว่า ประธานกฤษฎีกาคณะที่ 1 คือมีชัย ฤชุพันธ์ เลขากฤษฎีกาคือ ปกรณ์ นิลประพันธ์ กรธ. ทายาทมีชัย)

อันที่จริง 250 ส.ว.จะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเองก็ง่ายมาก เพราะโหวตไม่ถึง 1 ใน 3 ก็คว่ำแล้ว งั้นทำไมต้องส่งศาล ก็เพราะถ้าต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ม็อบคงลุกฮือ ไล่ 250 ส.ว.ตู่ตั้ง ส่งศาลดีกว่า ถ้าศาลชี้ว่าแก้ไม่ได้ แล้วประชาชนฮือต้าน ก็อ้างได้ว่าไม่เคารพกฎหมาย

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเครื่องมือเล่นตามเกม 250 ส.ว.+ พปชร. เพราะศาลอาจวินิจฉัยให้แก้ได้เช่นกัน เพียงแต่เมื่อเห็นศาลเรียก มีชัย ฤชุพันธ์, อุดม รัฐอมฤต, สมคิด เลิศไพฑูรย์, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทำคำชี้แจง หลายคนก็วิตกว่า กรธ.มีชัยจะสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญตัวเองทั้งฉบับหรือ

ยิ่งกว่านั้นเมื่อไปค้นดู “ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560” ที่ กรธ.มีชัยทำไว้ ก็พบคำอธิบายมาตรา 255 ว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกระทำไม่ได้”

ซึ่งอ้างเหลวไหลแบบศรีธนญชัย เพราะที่ห้ามแก้จริง ๆ มี 2 มาตราคือมาตรา 1 เป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกมิได้ มาตรา 2 ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รัฐธรรมนูญ 2540 ร่างใหม่ทั้งฉบับก็ไม่ได้แก้ ตั้ง สสร.ยังไง ก็ไม่มีใครแก้ 2 มาตรานี้ แต่ กรธ.กลับอ้างว่า เมื่อห้ามแก้ 2 มาตรา=ห้ามแก้ทั้งฉบับ

การส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงสร้างความอึมครึมทางการเมือง เป็นเงื่อนไขเขย่าอำนาจ มิพักต้องกล่าวว่าถ้าศาลห้ามแก้ การเมืองจะร้อนแรงเพียงไร

แม้มีความเป็นไปได้ที่ศาลจะบอกว่าแก้ได้ เพราะครั้งนี้ไม่ได้แก้หมวด 1 หมวด 2 แต่ในทางหลักการก็กลายเป็นยกอำนาจให้ศาล มีอำนาจห้ามรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญ และจะไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้เลย

จนกว่าจะเกิดรัฐประหารหรือเกิด Chaos อย่างร้ายแรง

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ https://www.kaohoon.com/content/425580

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising