รายงานจากผู้เชี่ยวชาญระบุ จีนละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั้ง 5 ข้อกรณีอุยกูร์

รายงานชิ้นสำคัญจากกลุ่มอิสระระบุว่าประเทศจีนฝ่าฝืน 'อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' ทุกข้อ ในกรณีที่รัฐบาลกระทำต่อชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองซินเจียง ทำให้ระบุได้ว่ารัฐบาลจีนต้องรับผิดชอบในโทษฐาน "การทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

สถาบันเพื่อยุทธศาสตร์และนโยบายนิวส์ไลน์ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองที่มีสำนักงานในสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานที่ระบุว่า "เป็นรายงานอิสระฉบับแรกที่มีการใช้ผู้เชี่ยวชาญ" ในเรื่องการพิจารณาเกี่ยวกับว่าการที่จีนปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ 1-2 ล้านคนในค่ายกักกันที่ซินเจียงนั้นฝ่าฝืน 'อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' หรือไม่

จากการพิจารณาโดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายสิบคน ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศ, ด้านประเด็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, ด้านเขตปกครองตนเองซินเจียง และด้านนโยบายเชื้อชาติของจีน แล้ว รายงานดังกล่าวสรุปว่า รัฐบาลจีนฝ่าฝืน อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 2491 ทุกข้อ หลังจากที่มีการพิจารณาอย่างครอบคลุม ทั้งจากกฎหมายนานาชาติและหลักฐานจากในพื้นที่จริง

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นมีประเทศที่ลงนาม 152 ประเทศรวมถึงจีนด้วย มีการรับร่างอนุสัญญานี้หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งระบุว่ามีการก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงเวลาที่มีสันติภาพหรือช่วงเวลาสงคราม และนับเป็นอาชญากรรมภายใต้กฎหมายนานาชาติ

จากข้อ 2 ของอนุสัญญานี้ระบุถึงความหมายของ "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ว่า หมายถึง "การกระทำโดยเจตนาที่จะทำลายชนชาติ ชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือศาสนาทั้งกลุ่มหรือบางส่วน" แบ่งลักษณะออกเป็น 5 ข้อคือ

1.) ฆ่าสมาชิกของกลุ่ม
2.) ทำให้สมาชิกของกลุ่มได้รับอันตรายแก่กายหรือใจอย่างสาหัส
3.) กระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้กลุ่มมีสภาพชีวิตที่คาดหมายได้ว่า จะก่อความเสื่อมโทรมทางกายทุกส่วนหรือบางส่วน
4.) ใช้มาตรการอันประสงค์จะป้องกันการกำเนิดภายในกลุ่ม
5.) ใช้กำลังโยกย้ายถ่ายเทเด็กของกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง

โดยที่ในรายงานของนิวส์ไลน์ระบุว่ามีหลักฐานต่างๆ แสดงให้เห็นว่าจีนกระทำผิดในทุก 5 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก, การทารุณกรรมอย่างเป็นระบบ, การข่มขืน, และการพรากลูกออกจากพ่อแม่ รายงานระบุอีกว่านโยบายของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิงยังจงใจจะทำลายประชากรชาวอุยกูร์ รวมถึงเป็นรัฐรวมศูนย์อำนาจที่มีอำนาจควบคุมทุกส่วนในอาณาเขตและประชากรของซินเจียง

รายงานระบุอีกว่ากลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าวนี้เป็นบุคคลในภาคส่วนของรัฐบาลจีนทั้งสิ้น กระทำการภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ประกาศเจตนาให้เห็นว่าต้องการทำลายชาติพันธุ์อุยกูร์ตามหลักการในมาตราที่ 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทำให้รัฐจีนต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับชาวอุยกูร์

ทางการจีนปฏิเสธเสมอมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในซินเจียงไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือค่ายกักกันปรับทัศนคติแต่เป็น "สถานฝึกอบรมวิชาชีพ" ที่มีความสำคัญกับการต่อต้านการก่อการร้าย

รัฐมนตรีกระททรวงต่างประเทศของนิวซีแลนด์ นาไนอา มาฮูทา ผู้เป็นชนพื้นเมืองชาวเมารีกล่าวว่าเธอรับรู้เรื่องรายงานเกี่ยวกับการสังหารหมู่ซินเจียงนี้และสนับสนุนให้สหประชาชาติส่งผู้ตรวจการเข้าไปสืบสวนและรายงานว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นอีกทั้งทางการนิวซีแลนด์จะยังคงแสดงความผิดหวังต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าสิ่งที่พวกเขารับรู้จากรายงานล่าสุดนี้เป็นเรื่อง "น่ากังวลอย่างมาก"

ก่อนหน้านี้ในเดือน ม.ค. สหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่ประกาศว่าสิ่งที่จีนทำถือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และถึงแม้จะผลัดเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาล โจ ไบเดน ก็ยังคงจุดยืนเดิมว่าจีนก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และในเดือน ก.พ. แคนาดาก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ระบุว่าจีนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์

เรียบเรียงจาก

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://th.wikipedia.org/wiki/อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์