ภาคประชาสังคมเยี่ยมชาวอุยกูร์ 4 คนในเรือนจำคลองเปรม ทุกคนยืนยันไม่ไปจีนเด็ดขาด ขอไปประเทศที่ 3 และไม่เชื่อว่าทั้ง 40 คนสมัครใจกลับจีน ขอรัฐบาลเอาหลักฐานเอกสารมาโชว์ให้ชัด สมัครใจกลับหรือไม่
จากกรณี 27 ก.พ. 2568 รัฐบาลไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวน 40 คน กลับประเทศจีน เมื่อ 28 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา ชลิดา ทาเจริญศักดิ์ สมาชิกมูลนิธิศักยภาพชุมชน ภาคประชาสังคมที่ติดตามประเด็นปัญหาเรื่องชาวอุยกูร์มานาน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชาวอุยกูร์ที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรมโดยตอนนี้มีอยู่ 5 คน
ชาวอุยกูร์ทั้ง 5 คน เป็นกลุ่มชาวอุยกูร์ 7 คนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาแหกห้องกัก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.มุกดาหาร เมื่อ 10 ม.ค. 2563 เพราะทนสภาพอันย่ำแย่ของห้องกักไม่ไหว ชาวอุยกูร์เคยให้การในศาลว่า พวกเขาแหกห้องกักออกมาเพราะว่าต้องการรักษาชีวิต ต่อมา ศาลลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ชาวอุยกูร์อีก 5 คนถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกเพิ่มในข้อหาลักทรัพย์ เนื่องจากระหว่างหลบหนีออกจากห้องกัก ชาวอุยกูร์ทั้ง 5 คนได้ลักทรัพย์ของชาวบ้าน เป็นไฟฉาย และหน้าไม้ยิงกบ/หนูนา โดยศาลตัดสินลงโทษแบ่งเป็น 2 คนถูกศาลจำคุก 16 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพจึงลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 8 ปี เมื่อรวมกับคดีแหกห้องกัก ทำให้ทั้ง 2 คนถูกจำคุกรวมเป็น 10 ปี
ขณะที่ 3 คนที่เหลือถูกศาลลงโทษจำคุก 16 ปี แต่ว่าสารภาพหลังสอบพยานโจทก์เสร็จสิ้น จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับคดีแหกห้องกักแล้ว ชาวอุยกูร์ 3 คนจะถูกลงโทษจำคุกรวม 12 ปี
โดยทั้งหมดถูกพาตัวลงมาที่เรือนจำคลองเปรม โดยชาวอุยกูร์ 2 คนที่ครบกำหนดโทษแล้วถูกส่งกลับไปที่ประเทศจีน เมื่อ 27 ก.พ. 2568
ชลิดา ให้สัมภาษณ์ระบุว่าวันนี้เธอได้เยี่ยมชาวอุยกูร์ทั้งหมด 4 คนจาก 5 คนที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรม และยืนยันด้วยว่าทั้ง 5 คนยังอยู่ดี ยังไม่ได้ถูกส่งกลับ มีบางคนที่ฟังเรื่องที่ชาวอุยกูร์ 40 คนถูกส่งกลับจีนแล้วถึงกับร้องไห้ก็มี
ชลิดา ทาเจริญศักดิ์
ชลิดา กล่าวว่า ชาวอุยกูร์ที่ได้คุยกับเธอระบุตรงกัน ไม่เชื่อว่าผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 40 คนในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู จะสมัครใจกลับประเทศจีนจริงๆ และทั้ง 4 คนยืนยันด้วยว่าพวกเขาอยากไปประเทศที่ 3 หรือประเทศไหนก็ได้ที่ไม่ใช่จีน
"เขา (ชาวอุยกูร์ทั้ง 4 คน) ก็เสียใจ เขาแน่ใจว่าเพื่อนอุยกูร์ทั้ง 40 คนไม่สมัครใจจะไปจีน ในเมื่อหนีออกมาจากจีนเพื่อจะออกไปประเทศที่ 3 หนีออกมาพ้นแล้ว แล้วจะอยากกลับไปจีนได้ยังไง มันไม่เป็นจริงเลย ข้อเท็จจริงมันขัดแย้งกับที่รัฐบาลไทยให้สัมภาษณ์" ทางสมาชิกมูลนิธิศักยภาพชุมชน ระบุ
ชลิดา กล่าวต่อว่า กลุ่มชาวอุยกูร์ในเรือนจำทั้ง 4 คนก็เป็นห่วงชะตากรรมของตัวเองด้วยว่า ถ้าครบกำหนดโทษออกมาแล้ว พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน ทางเราก็บอกว่าชาวอุยกูร์ยังไม่ชัดเจน เพราะว่ารองนายกฯ เขาจะพิจารณาอีกทีหนึ่ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ชลิดา กล่าวว่า สุขภาพของชาวอุยกูร์ในเรือนจำคลองเปรมยังโอเคดี ดีกว่าคนอยู่ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพราะว่ามีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ง่ายกว่า และอาหารการกินฮาลาลไม่มีปัญหา
ทำไมชาวอุยกูร์ถึงลี้ภัย ?
สมาชิกมูลนิธิศักยภาพชุมชน กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวอุยกูร์ลี้ภัยมาจากมณฑลซินเจียงนั้น เพราะพวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบ พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นพลเมืองคนจีน จีนไม่ได้ปฏิบัติกับเขาแบบในฐานะพลเมือง และถ้าเขานับถือต่างศาสนา ก็จะถูกควบคุมเรื่องการปฏิบัติทางศาสนา สำหรับคนมุสลิมนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนที่เขายังอยู่เมืองไทย เพราะเมืองไทยอนุญาตให้เขาทำศาสนกิจได้ ถ้าจะสมมติว่าฝ่าฝืนในประเทศจีน พวกเขาจะถูกเขาไปค่ายปรับทัศนคติ หรือไม่ให้เข้ามัสยิดและต้องละหมาดที่บ้าน เมื่อคนอุยกูร์ไม่เคยมีอิสระ และถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีนหนัก นั่นถือสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกดขี่ และไม่มีเสรีภาพ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องหนีออกมา
สมาชิกมูลนิธิศักยภาพชุมชน กล่าวเน้นย้ำว่า ชาวอุยกูร์ไม่เชื่อว่าคนที่อยู่ในห้องกักยินยอมว่าจะกลับประเทศจีน เพราะก่อนหน้านี้ชาวอุยกูร์ถึงขนาดยอมอดอาหารประท้วง แสดงว่าเขาไม่เอาด้วย ถ้าสิ่งที่รัฐบาลพูดทั้งหมดไม่ใช่คำโกหกคำใหญ่ๆ ขอพยานหลักฐานที่จะแจกแจงกับสาธารณะว่าทุกคนยินดีสมัครใจไป ขอเอกสารยืนยันว่าไม่มีรัฐบาลไหนยินดีจะรับอุยกูร์ เพราะหลักฐานที่เรามีตรงกันข้ามกับของรัฐบาลเลย
หลังจากนี้ชลิดา วางแผนว่าจะจัดงานเสวนาเรื่องการส่งกลับชาวอุยกูร์ เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจต่อสังคมถึงประเด็นปัญหาเรื่องนี้ โดยคาดว่าจะจัดประมาณต้น มี.ค. 2568
สถานการณ์ของชาวอุยกูร์ขณะนี้ เบื้องต้น มีชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนถูกส่งกลับไปประเทศจีนแล้ว ซึ่งเป็นประเทศที่พวกเขาลี้ภัยออกมาตั้งแต่ช่วงปี 2557 ส่วนชาวอุยกูร์ที่ยังอยู่ในประเทศไทยมีจำนวน 8 คน โดยอยู่ในเรือนจำคลองเปรม 5 คน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู อีก 3 คน
ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการส่งไปต่างประเทศ
ประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ไปต่างประเทศ เพราะนับตั้งแต่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบชาวอุยกูร์ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 เป็นต้นมา มีการส่งตัวชาวอุยกูร์อย่างน้อย 2 ครั้ง
ย้อนไปเมื่อปี มิ.ย. 2558 รัฐบาลไทยส่งตัวผู้หญิง และเด็ก จำนวนประมาณ 172 คนไปที่ประเทศตุรกี แต่ในเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อ ก.ค. 2558 ทางการไทยมีการบังคับชาวอุยกูร์จำนวน 109 คน ใส่กุญแจมือ ใช้ถุงดำครอบศีรษะ และส่งตัวพวกเขาให้กับเจ้าหน้าที่จีนที่กรุงเทพฯ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จีนจะพาชาวอุยกูร์ขึ้นเครื่องบินกลับไปประเทศ
ชาวอุยกูร์ถูกบังคับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่จีนพากลับประเทศ (ที่มา: แฟ้มภาพ)
