คนตาบอดถูกแจ้งความ ม.112 จากนายกสมาคมประชาคมคนตาบอดเป็นรายที่ 2

พัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่ผู้พิการตาบอดสองข้างตามความผิด ป.อาญา ม. 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เหตุ คอมเมนท์โจมตีราชินี ยัน วิจารณ์สถาบันฯ ได้ แต่ต้องสุภาพ มีเหตุผล อิงข้อเท็จจริง

สน. ทุ่งมหาเมฆ

9 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน. ทุ่งมหาเมฆ นัดผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่งมารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์)

คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความในคดีจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่าทางศูนย์ฯ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือตามช่องทางขอความช่วยเหลือมาว่ามีผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีตามความผิดดังกล่าว โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้พิการตาบอดทั้งสองข้าง และผู้กล่าวหาก็เป็นประชาชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ การเปิดเผยรายละเอียดของผู้ถูกกล่าวหามากกว่านี้ จะต้องสอบถามความยินยอมของผู้ถูกกล่าวหาก่อน

คุ้มเกล้าระบุต่อไปว่าวันนี้ทนายความจะสอบถามข้อมูล เตรียมเรื่องการให้การ และเตรียมเรื่องการประกันตัวในกรณีที่มีการฝากขัง เดิมทีหมายเรียกได้นัดให้มาในวันที่ 25 พ.ค. แต่ทนายได้ทำหนังสือเลื่อนมาเป็นวันนี้ด้วยเหตุผลว่าวันนัดที่มีความกระชั้นชิดนับจากวันที่ได้รับหมายเรียก ประกอบกับข้อจำกัดเรื่องการเดินทางของผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่ที่ต่างจังหวัด มีความพิการ และอยู่ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 

ทั้งนี้ คุ้มเกล้าคาดหวังว่าจะมีการปล่อยตัวในชั้นสอบสวนเพื่อจะไม่ต้องเสียหลักทรัพย์ในการประกันตัว หากมีการฝากขัง ขอให้ศาลพิจารณาเงื่อนไขการได้รับสิทธิการประกันตัวให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งในกรณีนี้มีความพิการและมีฐานะยากจน

"มีความคาดหวังต่อคนในกระบวนการยุติธรรม ทั้งในชั้นตำรวจหรือศาลเอง ในกรณีผู้พิการ ในการพิจารณาเรื่องหลักประกันก็ควรดูให้เหมาะสมกับฐานะและความพิการของเขาด้วย สิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิของทุกคนอยู่แล้ว และโอกาสที่บุคคลที่เป็นผู้พิการจะหนีก็มีข้อจำกัดมากกว่าคนที่ร่างกายพร้อม" 

"มันก็เป็นปัญหาของมาตรา 112 ที่กว้างขวางมากในการตีความ รวมถึงเปิดให้บุคคลทั่วไป ใครก็ได้สามารถมาแจ้งความดำเนินคดีที่มีอัตราโทษสูง และเป็นคดีที่เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เมื่อเข้ามาสู่กระบวนการแล้วไม่สามารถถอนออกไปได้ มันต้องถอนออกไปตามระบบ และมันก็เป็นภาระของผู้ต้องหาที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองในคดีแบบนี้ ซึ่งเราก็จะพบเห็นว่ามีหลายครั้งที่ถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้งกันสำหรับคนที่มีความขัดแย้งกัน"

คุ้มเกล้าพูดถึงกรณีการให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตาม ม.112 พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำผิดซ้ำเดิม ว่าเป็นการปิดปากการแสดงความเห็นตามสิทธิที่มีตามรัฐธรรมนูญ การถูกดำเนินคดีที่จำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นแบบนี้ เมื่อถูกดำเนินคดีแล้วมีเงื่อนไขในการประกันตัวแล้วก็ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ยิ่งชัดเจนว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพการแสดงความเห็นของบุคคล

แจ้งความโดยนายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าผู้แจ้งความในคดีนี้คือพัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคนตาบอดเช่นกัน เมื่อสอบถาม พัฒน์ธนชัยก็ระบุว่าเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความจริง โดยตนเป็นรุ่นน้องของผู้ที่ถูกกล่าวหาในสมัยที่เรียนด้วยกันในโรงเรียนประจำที่ จ.สุราษฎร์ธานี การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของเขา ต่อจากการแจ้งความดำเนินคดีต่อนูรยาฮาตี มะเสาะ เมื่อเดือน มี.ค. 2561 ด้วย ม.112 โดยต่อมาคดีนี้อัยการเปลี่ยนความผิดเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 

พัฒน์ธนชัยเล่าว่ามูลเหตุของการดำเนินคดีเกิดจากการที่ผู้ถูกกล่าวหาไปคอมเมนท์โจมตีสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในโพสท์เฟซบุ๊คของตนที่แชร์มาจากนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยพัฒน์ธนชัยที่พักอยู่ที่ จ.นนทบุรี เห็นการคอมเมนท์ดังกล่าวด้วยโปรแกรมอ่านตัวอักษรเป็นเสียงสังเคราะห์ ขณะอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน. ทุ่งมหาเมฆ จึงเดินทางไปแจ้งความที่นั่น 

นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย มองว่าการวิพากษ์วิจารณ์สามารถกระทำได้อย่างมีขอบเขต โทษ 3-15 ปีนั้น เขาก็เห็นว่าเยอะ แต่หากจะลดโทษ ก็ต้องให้การศึกษาประชาชนให้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์อย่างมีขอบเขต สุภาพ ยืนอยู่บนเหตุผลและข้อเท็จจริง

"ถ้าถามความเห็นผม ผมมองว่าเรื่อง ม. 112 จริงๆ เป็นเรื่องกฎหมายปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีผลอะไรกับคนที่อยู่เฉยๆ ถามว่าการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์สามารถกระทำได้ไหม ส่วนตัว จากพระบรมราชวินิจฉัยที่รัชกาลที่ 9 เคยมีพระราชดำรัสไว้ก็เห็นว่าทำได้ เพียงแต่การวิพากษ์วิจารณ์ต้องทำในทางวิชาการ คือพูดกันในวงวิชาการนั้นได้ 

“สอง การวิพากษ์วิจารณ์นั้น ถ้ามีข้อเท็จจริงประกอบ มีพยานหลักฐานประกอบ ที่ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมา อันนี้ก็วิจารณ์ได้ พูดง่ายๆ ว่าก็เป็นเรือ่งปกติ ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพียงแต่ว่าการพูดควรจะพูดด้วยคำที่สุภาพเรียบร้อย เพราะกระทั่งการ วพวจ การใช้คำที่ไม่สุภาพกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอะไรต่างๆ ก็ยังมีข้อกำหนดในเรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกัน ผมว่าเป็นเรื่องปกติ" พัฒน์ธนชัยกล่าว

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์