กฎหมายข้อมูลฉบับใหม่ของจีนให้อำนาจสีจิ้นผิงในการปิดบริษัทเทคโนโลยี

กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยข้อมูลฉบับใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เพิ่งผ่านสภาจีนแดงเมื่อไม่นานมานี้ จะทำให้ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิงมีอำนาจในการสั่งปิดหรือเรียกค่าปรับกับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ สำนักข่าวบลูมเบิร์กตั้งข้อสังเกตุว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของคาวามพยายามของผู้นำจีนในการยื้อแย่งอำนาจการควบคุมเหนือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ครอบครองโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบาและเทนเซน

กฎหมายฉบับใหม่นี้ระบุว่า หากบริษัทใดบริหารจัดการ "ข้อมูลที่สำคัญของรัฐ" อย่างไม่ถูกต้อง บริษัทนั้นอาจถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติงาน ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตกิจการ หรือถูกปรับสูงถึง 10 ล้านหยวน (ประมาณ 49 ล้านบาท) ภายใต้กฎหมายที่ออกโดยองค์กรนิติบัญญัติของจีน เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา

บริษัทที่เปิดเผยข้อมูลละเอียดอ่อนให้กับต่างประเทศอาจถูกปรับและเผชิญบทลงโทษในลักษณะเดียวกัน ส่วนบริษัทที่ให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แก่องค์กรบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษทางการเงินสูงถึง 5 ล้านหยวน (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) และถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการธุรกิจด้วย โดยรายละเอียดของกฎหมายเหล่านี้มาจากจดหมายข่าวที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสภานิติบัญญัติจีน

กฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย.2564 เป็นต้นไป การผ่านกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการตัดสินใจก้าวสำคัญเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยของข้อมูลในจีน ที่ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ความมั่นคงส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้กำหนด

รัฐบาลของสีจิ้นผิงได้เข้าควบคุมการกักตุนข้อมูลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ผลิตโดยบริษัทเทคโนโลยีของจีน การเข้าควบคุมข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันสถานะของจีนให้เป็นผู้นำด้านบิ๊กดาต้า​ (Big Data) โดยที่ผ่านมาปักกิ่งได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากให้แก่ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่างๆ เพื่อทำให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และหนุนสร้างความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ก่อนที่กฎหมายดังกล่าวจะผ่านการพิจารณา คาโรลิน บิคค์ นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญกับทรัพย์สินทางปัญญาและประเด็นทางด้านเทคโนโลยีของบริษัท ดีแอลเอ ไปเปอร์ บริษัทกฎหมายที่มีสำนักงานในประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก กล่าวว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวเป็น “ส่วนสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของกฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลของจีนในภาพรวม” อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างๆ ยังคงต้องรอคำแนะนำและมาตรฐานในเชิงเทคนิคเพื่อหาแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม

“เรื่องนี้ยังคงเป็นกรอบการทำงานเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ซับซ้อนและยากลำบากมากขึ้นทุกทีสำหรับกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศในการทำความเข้าใจ” บิคค์ กล่าว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีจีนปิดราคาบวกลบต่างกันไป อาลีบาบาราคาหุ้นตกลง 1.2% เทนเซนต์ตกลง 0.8% ขณะที่เหม่ยทวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.1% มาตรวัดราคาหุ้นด้านเทคโนโลยีของดัชนี CSI300 ที่มีรายชื่อบริษัทรายใหญ่ในเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นรวมอยู่ด้วยพบว่าตัวเลขตกลง 1.5% และเป็นกลุ่มหุ้นทื่ซบเซาที่สุด

ข้อมูลของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารจีนระบุว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจดิจิตัลของจีนเติบโตเร็วกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์โดย IDC ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาดด้วยว่าจีนจะครอบครองข้อมูลประมาณ 1 ใน 3 ของโลกในปี 2568 ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าของสหรัฐอเมริกาถึง 60%

กฎหมายข้อมูลข่าวสารฉบับใหม่ของจีนคาดว่าจะเป็นกรอบกว้าง ๆ สำหรับการออกกฎระเบียบอื่น ๆ เกี่ยวกับบริการอินเตอร์เน็ตในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการล้อมกรอบควบคุมวิธีการใช้ข้อมูล บังคับให้บริษัทยอมเปิดเผยและช่วยติดตามข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อผลประโยชน์แห่งชาติสะดวกยิ่งขึ้นด้วย ในอนาคตรัฐบาลจีนอาจออกข้อกำหนดว่าข้อมูลประเภทใดที่ต้องมีการจัดเก็บและบริหารจัดการอยู่ในท้องถิ่น และอาจมีระเบียบให้บริษัทต่าง ๆ ติดตามและรายงานข้อมูลที่ถือครองอยู่

นอกจากกฎหมายข้อมูลฉบับนี้ สภานิติบัญญัติของจีนกำลังร่างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับใหม่ โดยคาดว่าจะมีการบังคับใช้ภายในปีนี้เช่นเดียวกัน

เรียบเรียงจาก:

China’s New Data Law Gives Xi the Power to Shut Down Tech Firms, Bloomberg, 10-6-21

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์