ย้อนดู 'คาร์ม็อบ' (Car Mob) ทั่วโลก การประท้วงรูปแบบใหม่ในสไตล์นิวนอร์มัล (New Normal)

ย้อนดูปรากฏการณ์ "คาร์ม็อบ" การประท้วงรูปแบบใหม่ตามสไตล์นิวนอร์มัล (New Normal) ที่ช่วยให้การชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิหรือแสดงออกทางการเมืองทั่วโลกเกิดขึ้นได้ภายใต้รักษาระยะห่างช่วงโควิด-19

10 ก.ค. 2564 กิจกรรมคาร์ม็อบ ‘สมบัติทัวร์’ เมื่อบ่ายวันนี้ (10 ก.ค. 2564) และการซ้อมใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นปรากฏการณ์การชุมนุมประท้วงรูปแบบใหม่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นการลงถนนที่สามารถรักษาระยะห่างแบบ ‘นิวนอร์มัล’ (New Normal) ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะผู้ชุมนุมทุกคนนั่งอยู่ในรถยนต์คู่ใจของตนเอง (หรือบางคนอาจขับขี่รถจักรยานยนต์มาแทน) อีกทั้งยังต้องคอยควบคุมรักษาะยะห่างระหว่างรถของตนเองและรถของผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นๆ (รวมถึงรถยนต์ของคนที่ไม่ได้ร่วมขบวน) มิเช่นนั้นแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมคาร์ม็อบ หรือการขับรถประท้วงนั้นถือเป็นการประท้วงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโรคระบาด ที่ทำให้การลงถนนแบบตัวต่อตัวอาจเกิดความเสี่ยงติดเชื้อได้ ดังนั้น การลงถนนด้วยยานพาหนะจึงกลายเป็นรูปแบบการประท้วงแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการป้องกันโรคและการแสดงออกเพื่อเรียกร้องสิทธิ

ประชาไทจึงรวบรวมกิจกรรมคาร์ม็อบที่เกิดขึ้นทั่วโลกในรอบปีที่ผ่านมามาให้ดูกัน

พม่า

พม่า ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของไทยก็มีการประท้วงต่อต้านรัฐประหารด้วยวิธีคาร์ม็อบเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา สื่อมวลชนพม่า “Khit Thit Media” เผยแพร่ภาพประชาชนนำรถยนต์ไปจอดกลางถนน และเปิดฝากระโปรงรถทำทีว่าจอดรถเสียหลายจุดในนครย่างกุ้ง รวมทั้งบริเวณสะพานมหาพันธุละ และที่เมืองมัณฑะเลย์ ทั้งนี้เป็นการตอบโต้หลังกองทัพพม่ากำลังทหารออกมาใช้ควบคุมฝูงชน และเริ่มมีการนำรถถัง รถหุ้มเกราะ ออกมาประจำจุดต่างๆ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าที่ทางหลวงหมายเลข 3 ที่เมืองหมู่เจ้ ด่านชายแดนจีน-พม่า รัฐฉานตอนเหนือ มีผู้นำรถไปจอดเสียกลางถนนด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าบริเวณชายแดนจีน-พม่า

ขณะเดียวกัน ยังมีการนัดหยุดงานและปิดเส้นทางรถไฟที่สถานีรถไฟมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศที่อยู่ใจกลางประเทศ และการประท้วงต่อเนื่องหลายเมืองทั่วภูมิภาคของพม่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สเปน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2563 ชาวสเปนหลายพันคนพร้อมด้วยรถหลายพันคันรวมตัวกันที่กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน จัดคาร์ม็อบประท้วงรัฐบาลที่ออกคำสั่งล็อกดาวน์ประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค. 2563 โดยมีพรรค VOX ซึ่งเป็นพรรคการเมืองการเมืองฝ่ายขวาจัดและพรคคร่วมฝ่ายค้านของสเปนเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมครั้งนี้

กลุ่มผู้ชุมนุมคาร์ม็อบรวมตัวและออกสตาร์ทจากย่านซาลามังกา (Salamanca) ซึ่งเป็นย่านที่คนคนร่ำรวยอาศัยอยู่ โดยพรรค VOX ได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวสเปนทั่วประเทศออกมาประท้วงในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งมีหลายเมืองที่จัดการชุมนุมคาร์ม็อบ เช่น เมืองเซบียา เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองอันดาลูเซีย และเมืองบาร์เซโลนา เมืองหลวงของแคว้นกาตาลุญญา เป็นต้น

ภาพการประท้วงคาร์ม็อบในกรุงมาริดของสเปน (ภาพจากเพจ VOX Espana)
 

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแรงงานสังคมนิยม รวมถึงปาโบล อิเกลเซียส รองนายกรัฐมนตรีสเปนและหัวหน้าพรรคโปเดโมส ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายซ้าย ต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะไม่สามารถจัดการวิกฤตโควิด-19 ได้ ทั้งยังระบุว่าคำสั่งล็อกดาวน์ของรัฐบาลนั้นสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ชาวสเปนจำนวนมากต้องตกงาน

ทวิตเตอร์ทางการของพรรค VOX ทวีตข้อความว่า “ถึงเวลาแล้วที่ต้องจบมาตรการ #รัฐแห่งการข่มเหง ที่เปโดร ซานเชซ และปาโบล อิเกลเซียส ใช้เป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องส่งเสียงให้ดังเพื่อต่อต้านรัฐบาลที่สร้างการว่างงานและสร้างความเศร้าสลด ทั้งยังทอดทิ้งแรงงาน โดยเฉพาะคนที่เป็นฟรีแลนซ์”

ภาพการประท้วงคาร์ม็อบในกรุงมาริดของสเปน (ภาพจากเพจ VOX Espana)
 

ซานติอาโก อะบาสกัล หัวหน้าพรรค VOX และแกนนำจัดคาร์ม็อบในกรุงมาริดกล่าวผ่านวิทยุคลื่อน EsRadio ให้ผู้ร่วมชุมนุมได้ยินพร้อมกันว่ารัฐบาลมีส่วนรับผิดชอบ ‘โดยตรง’ ต่อการบริหารจัดการที่ย่ำแย่ในวิกฤตอันเลวร้ายนี้

อนึ่ง การประท้วงในรูปแบบคาร์ม็อบเพื่อประท้วงคำสั่งล็อกดาวน์ของรัฐบาลเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 12 ต.ค. 2563 ในหลายเมืองทั่วประเทศ เช่น กรุงมาดริด เมืองบาเลนเซีย เมืองเซบียา และเมืองมาลากา เป็นต้น

สหรัฐอเมริกา

ช่วงกลางปีที่แล้ว การเคลื่อนไหว Black Lives Matter เพื่อต่อต้านการเหยียดสีผิวและเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำที่เสียชีวิตจากการจับกุมโดยใช้กำลังของตำรวจ ส่งผลให้เกิดการประท้วงขึ้นในหลายเมืองทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งภาพการชุมนุมครั้งใหญ่ของกระแส Black Lives Matter ที่โด่งดังไปทั่วโลกคงหนีไม่พ้นการเดินขบวนของผู้คนจำนวนมากที่กรุงวอชิงตีนดีซีหรือมหานครนิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ก็มีความรุนแรง มีอัตราผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ประชาชนหลายคนจึงเปลี่ยนวิธีการแสดงออกจากเดินขบวนเรียกร้องมาเป็นการขับรถเรียกร้อง พร้อมเขียนข้อความหรือชูป้ายในรูปแบบของคาร์ม็อบแทน เช่น ที่เมืองซานฟรานซิสโกและโอ๊คแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และในกรุงวอชิงตันดีซี เป็นต้น

การประท้วงด้วยคาร์ม็อบที่เมืองซานฟรานซิสโก

การประท้วงคาร์ม็อบที่กรุงวอชิงตันดีซี

ผู้เข้าร่วมชุมนุมคนหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโกให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ ABC-7 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนียว่า “การขับรถประท้วงทำให้ฉันรู้สึกว่าสามารถรักษาระยะห่างได้ดีช่วงโรคระบาด ในขณะเดียวกันก็สามารถแสดงออกได้อย่างสันติ และส่งเสียงเรียกร้องในสิ่งที่เราเชื่อให้ดังก้องได้” ไม่เพียงแค่รถรถยนต์เท่านั้น แต่สื่อท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนียยังรายงานเพิ่มเติมว่าผู้ชุมนุมบางส่วนขี่รถจักรยานยนต์และรถจักรยานมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกด้วย

นอกจากการจัดคาร์ม็อบเพื่อเรียกร้องสิทธิให้คนผิวดำแล้ว ที่เมืองซานดิเอโก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียยังมีการจัดคาร์ม็อบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาคนตกงานในช่วงโควิด-19 พร้อมเรียกร้องรัฐออกมาตรการให้ช่วยพักชำระหนี้/ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์แก่ประชาชนเป็นการชั่วคราว ซึ่งในขณะนั้น รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ นำโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ยังไม่ได้ประกาศนโยบายเยียวประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อย่างเป็นทางการ อีกทั้งรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนียยังประกาศล็อกดาวน์มาแล้วกว่า 2 เดือน

ตัวแทนสหภาพผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์แห่งซานดิโก (San Diego Tenants Union) ซึ่งเป็นผู้นำจัดการประท้วงคาร์ม็อบในครั้งนี้กล่าวว่าพวกเขาต้องการให้เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียออกคำสั่งยุติการชำระหนี้หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ชั่วคราว การเลื่อนพักชำระหนี้หรือค่าเช่านั้นไม่ใช่มาตรการเยียวยาที่ดีพอ โดยเสนอให้ผู่เช่ายื่นเอกสารขอพักชำระหนี้เป็นเวลา 6 เดือน และทยอยชำระหนี้ย้อนหลังตามกฎระเบียบของเมืองซานดิเอโก

ขบวนรถของผู้ชุมนุมในเมืองซานดิเอโก เคลื่อนผ่านย่านสำคัญหลายแห่งใจกลางเมือง โดยรถของผู้ชุมนุมมีการติดป้ายหรือเขียนข้อความ เช่น “ยกเลิกค่าเช่า” “ที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน” และ “ไม่มีงาน ไม่มีเงินค่าเช่า” เป็นต้น

สำหรับการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ‘สมบัติทัวร์’ นำโดยสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมชาวไทย เมื่อวันที่ 3 และ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรียบเรียงจาก:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์