เปิดรายชื่อคนดังในเอกสารที่ 'สนธิญา' มอบให้ ผบช.น. ขานรับคำเตือน รมว.ดีอีเอส เอาผิดข่าวปลอม

สนธิญาหอบรายชื่อคนดังกว่า 20 รายชื่อ เข้าร้องเรียนต่อ ผบช.น. ให้ตรวจสอบการแสดงความคิดเห็นของศิลปินดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียง ขานรับคำพูดเมื่อวานนี้ของ 'ชัยวุฒ' รมว.ดีอีเอส ที่เตือนคนดังในวงการบันเทิงให้ระวังการโพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาล โดยคนดังที่ปรากฏชื่อในเอกสาร ได้แก่ มิลลิ (MILLI), เอกชัย ศรีวิชัย, ปุ้ย พิมลวรรณ, แม็กซ์ เจนมานะ, เพชร กรุณพล และมดดำ คชาภา ด้าน 'มิลลิ' เตรียมเข้ารับฟังข้อกล่าวหาคดีโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จที่ สน.นางเลิ้งพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 2564) เวลา 10.00 น.

21 ก.ค. 2564 มติชนออนไลน์ และไทยรัฐออนไลน์รายงานว่าวันนี้ (21 ก.ค. 2564) สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร และอดีตผู้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้ตั้งคณะกรรมการติดตาม กำกับ ดูแล ตรวจสอบการแสดงความคิดเห็นของดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

สนธิญา กล่าวว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ไม่ใช่การแจ้งความเพื่อดำเนินคดี แต่ตนเพียงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบการแสดงความคิดเห็นของบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มคนมีชื่อเสียงจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงขอให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตักเตือนและตรวจสอบเพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงในสังคม พร้อมกันนี้ สนธิญาได้นำรายชื่อดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียง จำนวนกว่า 20 รายชื่อแนบประกอบมาในเอกสาร เพื่อให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรม และยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่คนไทยสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบความถูกต้อง คำนึงถึงความเป็นจริง รวมถึงข้อบังคับทางกฎหมายด้วย

ต่อมาเวลา 16.08 น. ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า ดนุภา คณาธีรกุล หรือมิลลิ (MILLI) นักร้องวัย 18 ปี ผู้เข้าประกวดในรายการเดอะแร็ปเปอร์ ซีซันที่ 2 และเจ้าของเพลงดังอย่างพักก่อน, สุดปัง เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในหนังสือที่สนธิญาส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ ข่าวสดออนไลน์ยังรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ มิลลิได้รับหมายเรียกจาก สน.นางเลิ้ง ให้เข้ารับฟังข้อกล่าหาเรื่องการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ และจะเดินทางไปรับฟังข้อกล่าวหาดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 2564) เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ ประชาไทได้ตรวจสอบภาพศิลปินดาราที่ปรากฎในเอกสารที่สนธิญาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนก่อนส่งมอบให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พบว่า เป็นภาพที่ปรินต์มาจากข่าวของสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ที่รวบรวมเสียงสะท้อนและความเห็นของบุคคลในวงการบันเทิงที่มีต่อการจัดการโควิด-19 ของรัฐบาล ซึ่งนอกจากมิลลิแล้ว ยังมีเอกชัย ศรีวิชัย นักร้องลูกทุ่ง, พิมลวรรณ หุ่นทองคำ (ปุ้ย) พิธีกร, ณัฐวุฒิ เจนมานะ (แม็กซ์) นักร้อง, กรุณพล เทียนสุวรรณ (เพชร) นักแสดง และคชาภา ตันเจริญ (มดดำ) พิธีกร รวมอยู่ด้วย 

ภาพจากข่าวของประชาชาติธุรกิจ ที่สนธิญา สวัสดี ใช้เป็นหลักฐานประกอบในเอกสารที่ยื่นต่อ ผบช.น.
(บันทึกภาพเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 เวลา 17.30 น.)
 

'ชัยวุฒิ' รมต.ดีอีเอส เตือนคนดังอย่าโพสต์การเมือง พร้อมเดินหน้าเอาผิดคนโพสต์หมิ่นฯ #ม็อบ18กรกฎา

วานนี้ (20 ก.ค. 2564) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เผยแพร่ข่าวผ่านเว็บไซต์ ซึ่งระบุว่า ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า จากกรณีสถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา และมีการโพสต์หรือส่งต่อข้อความที่เข้าข่ายการกระทำความผิด ศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมและใช้โซเชียลมีเดีย กระทรวงดิจิทัลฯ พบว่ามีการโพสต์หรือแชร์ข้อความที่เข้าข่ายการกระทำความผิด ทั้งหมด 147 ราย แบ่งเป็นจากเฟซบุ๊ก 15 ราย จากทวิตเตอร์ 132 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามข้อกฎหมาย

สำหรับการโพสต์หรือแชร์ข้อความผิดกฎหมายลงในระบบคอมพิวเตอร์หรือผ่านโซเซียลมีเดีย จะมีโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดใดอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"ผมอยากเตือนผู้ใช้สื่อออนไลน์ทุกคนด้วยความห่วงใยว่า ให้เพิ่มความระมัดระวังในการโพสต์ เพราะหากโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จ สร้างข่าวปลอมในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการแชร์ข้อความเท็จนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งให้มีความตระหนักในการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือกฎหมายในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด" ชัยวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชุมนุมโดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากติดตามแล้วก็จะสืบค้นถึงต้นโพสต์ แม้จะเป็นอวตารก็จะหาตัวให้ได้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปดำเนินคดีต่อไป

"ที่สำคัญกลุ่มดารานักแสดง Influencer เป็นบุคคลสาธารณะที่ประชาชนรักและศรัทธา ขอความกรุณาอย่าใช้สิ่งเหล่านี้เคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีรัฐบาล เพราะสิ่งที่ทำเป็นการบิดเบือนข้อมูล เป็นการสร้างเฟคนิวส์ขึ้นในระบบโซเชียลมีเดีย ท่านพูดแต่ว่าทุกวันนี้มีคนตายเป็นจำนวนมากเพราะโควิดเนื่องจากวัคซีนไม่ดีเป็นความผิดของรัฐบาลแล้วมันจริงหรือไม่ ขอให้อย่ามองเพียงด้านเดียว ต้องนึกถึงสิ่งที่รัฐบาลได้ทำมาได้จัดหาวัคซีนมาอย่างดีตามมาตรฐาน เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราตอนนี้" ชัยวุฒิกล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน หากมองภาพรวมในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทย ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคนี้ ซึ่งช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนของประเทศไทย ได้ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่เพื่อให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 คลี่คลายให้เร็วที่สุด จึงจำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับภัยโควิด บนพื้นฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมในสถานการณ์นี้

อย่างไรก็ตาม ประชาไทตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 จากเว็บไซต์ Our World in Data ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในฐานข้อมูลเปิดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่า ประเทศภูมิภาคอาเซียนที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ กัมพูชา และมาเลเซีย ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 5 ไม่ใช่อันดับ 2 ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ

ภาพกราฟิกจากเว็บไซต์ Our World in Data แสดงอัตราการฉีดวัคซีนของ 10 ประเทศอาเซียน
(ข้อมูลเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564)
 

ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศ จากการชุมนุมที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนผู้ร่วมชุมนุมที่ผ่านมาหลายครั้ง โดยแจ้งว่าผู้ที่มีการชักชวน เชิญชวน ไม่ว่าด้วยประการหนึ่งประการใด ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อโซเชียล จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อีกส่วนหนึ่งด้วย รวมทั้งได้มีการประสานข้อมูลกับ รมว.ดีอีเอส เพื่อดำเนินการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานงานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ

"ขอย้ำเตือนอีกครั้งว่า การโพสต์เชิญชวนด้วยประการใดๆ ให้มีการร่วมกระทำผิดโดยเฉพาะการชุมนุมหรือการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นความผิดทางกฎหมาย ผู้โพสต์ ผู้เชิญชวน ผู้ประกาศส่งต่อด้วยประการหนึ่งประการใด จะเป็นความผิดตามกฎหมายที่ได้กล่าวไปแล้ว" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 กระทรวงดิจิทัลฯ รายงานว่า พบการโพสต์หรือแชร์ข้อความที่ผิดกฎหมาย มีรายละเอียดข้อมูลที่รับแจ้งจากสื่อโซเชียล พบว่ามีข้อความที่น่าจะเข้าข่ายตรวจสอบทั้งหมด 67 เรื่อง แบ่งเป็นจากเฟซบุ๊ก 52 เรื่องทวิตเตอร์ 6 เรื่อง ยูทูบ 6 เรื่อง เวบบอร์ด 2 เรื่อง และคลับเฮาส์ 1 เรื่อง  โดยเข้าข่ายกระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จำนวน 4 เรื่อง

"ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมทุกท่านว่าการใช้โซเชียลมีเดีย ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง และผิดกฎหมาย ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหว ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด แม้แต่ในคลับเฮาส์ที่ท่านใช้เป็นช่องทางในการนัดหมายรวมตัวกัน เราก็มีคนเข้าไปเป็นสมาชิก เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของท่านทั้งหมด โดยจะมีการดำเนินคดีกับแกนนำรวมถึงขบวนการที่ใช้โซเชียลในทางที่ผิดให้ถึงที่สุด" ชัยวุฒิกล่าว

สำหรับการโพสต์หรือแชร์ข้อความผิดกฎหมายลงในระบบคอมพิวเตอร์หรือผ่านโซเซียล จะมีโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2) (5) และมาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์