255 นศ.-อาจารย์ มช. ขอ กก.สรรหา หันกลับมาหยั่งเสียงเลือกอธิการบดีคนใหม่ แทนการสรรหา

สมชาย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ระบุ “การหยั่งเสียงหรือการเลือกตั้งไม่ใช่ปีศาจ” พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกแนบ 255 รายชื่อ ถึง สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอให้ยกเลิกข้อบังคับเรื่องการสรรหา และให้มีกระบวนการหยั่งเสียงเลือกอธิการบดีคนใหม่

 

8 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยนักศึกษาได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่านทางตัวแทนของมหาวิทยาลัย เพื่อขอให้ยกเลิกข้อบังคับการแสดงความเห็นเรื่องการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียง และจัดให้มีกระบวนการหยั่งเสียงในการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้มีคณาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และศิษย์เก่า จำนวน 255 คนร่วมลงนามสนับสนุน

เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ข้อ 5 (4) ระบุห้ามมิให้มีการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียงอธิการบดีไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หากผู้ใดมีการกระทำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็จะต้องถูกตัดชื่อออกจากรายชื่อผู้ที่จะได้รับการพิจารณา หรือหากเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็จะถือว่ามีความผิดทางวินัย ซึ่งสมชายมองว่าข้อบังคับดังกล่าวมีเนื้อหาที่ขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล และเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักการทางกฎหมาย การสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียงอธิการบดีมิได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด ทั้งมหาวิทยาลัยยังได้มีการกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าวอีกด้วย ถือเป็นการกระทำที่ปราศจากความชอบธรรม ไม่มีหลักการใดๆ รองรับ และอาจพิจารณาได้ว่าเป็นการออกข้อบังคับที่มุ่งแต่จะรักษาอำนาจของบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น

“ข้อบังคับที่บอกว่าการพูดถึงการเลือกตั้งและการหยั่งเสียงอธิการบดี หากผู้ใดที่พูดถึงเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยจะมีความผิดทางวินัย ถือเป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความเห็น เพราะว่าการหยั่งเสียงหรือการเลือกตั้งไม่ใช่ปีศาจ ผมไม่แน่ใจว่าข้อบังคับนี้ออกมาได้อย่างไร

เราจึงอยากจะมีจดหมายถึงอาจารย์สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในฐานะที่ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ชอบธรรมและขัดต่อรัฐธรรมนูญ” สมชายกล่าวต่อตัวแทนของมหาวิทยาลัยที่มารับมอบจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ 

หลังจากนี้ภายใน 7 วันหากไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการตอบกลับมานั้น สมชาย ระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โดยกล่าวว่าตนเองอาจต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดว่าข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ที่ออกมาห้ามมิให้มีการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียงอธิการบดีไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม และกำหนดโทษทางวินัยแก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่พูดถึงหลักการนี้ เป็นคำสั่งที่ชอบธรรมหรือไม่

จดหมายเปิดผนึกถึงประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรื่อง ยกเลิกข้อบังคับการแสดงความเห็นเรื่องการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียง และจัดให้มีกระบวนการหยั่งเสียงในการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรียน  ศ. (พิเศษ) ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ตามที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือดำเนินการให้กระบวนการสรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้มีความโปร่งใส เป็นธรรม  ได้บุคคลที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์มาบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามปณิธานที่ประกาศไว้ นั่นคือ “จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของประชาชน...เป็นแหล่งสะสม ค้นคว้า วิจัย และถ่ายทอดความรู้ ตามหลักแห่งเสรีภาพทางวิชาการ โดยยึดมั่นในสัจธรรมและคุณธรรม เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ” รวมทั้งมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้ “บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่...เป็นผู้รู้จริง คิดเป็น ปฏิบัติได้...ด้วยมโนธรรมและจิตสำนึกต่อสังคม”

แต่ดังที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการประกาศใช้ข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฉบับที่ 3 ซึ่งมีเนื้อหาโดยสรุปว่าห้ามมิให้มีการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียงอธิการบดีไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หากผู้ใดมีการกระทำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็จะต้องถูกตัดชื่อออกจากรายชื่อผู้ที่จะได้รับการพิจารณา หรือหากเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็จะถือว่ามีความผิดทางวินัย

เห็นได้อย่างชัดเจนว่าข้อบังคับในลักษณะเช่นนี้ขัดกับหลักการทางกฎหมาย เนื่องจากการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือการหยั่งเสียงหาได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด ถือเป็นข้อบังคับที่มีเนื้อหาขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้การกำหนดบทลงโทษต่อผู้ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าวก็ปราศจากความชอบธรรม ไม่มีหลักการใด ๆ รองรับ และอาจพิจารณาได้ว่าเป็นการออกข้อบังคับที่มุ่งแต่จะรักษาอำนาจของบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น

ในอดีตที่ผ่านมากระบวนการแต่งตั้งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้วิธีการสรรหา ซึ่งวิธีการหรือข้อบังคับที่เคยใช้มาในอดีตอาจได้รับการปรับเปลี่ยนให้เกิดผลดียิ่งขึ้น แต่จะปรับเปลี่ยนอย่างไรก็สมควรเปิดให้มีการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ในกรณีที่ผู้มีอำนาจในการกำหนดกระบวนการแต่งตั้งอธิการบดีเองพิจารณาเห็นว่ามีปัญหาในขั้นตอนใด ก็สมควรที่จะชี้แจงและให้เหตุผลประกอบอย่างชัดเจน เพราะมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูง สมควรจะเป็นตัวอย่างของการถกเถียงด้วยสติและปัญญา มิใช่การใช้แต่อำนาจในการตรากฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพียงเพื่อหวังปิดปากผู้เห็นต่าง การกระทำในลักษณะเช่นนี้จะไม่สามารถทำให้เกิดความชอบธรรมที่มากขึ้นในกระบวนการนี้แต่อย่างใด ทั้งจะให้ผลในทางตรงกันข้ามมากกว่า

หากพิจารณาประกอบกับตำแหน่งอธิการบดีเป็นผู้บริหารและเป็นผู้นำของประชาคมมหาวิทยาลัย การแสดงความเห็นของประชาคมผ่านการหยั่งเสียงหรือการเลือกตั้งย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวัง ความใฝ่ฝัน ที่มีต่อบุคคลที่เสนอตัวมาทำหน้าที่อธิการบดี ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมใด ๆ ที่จะถือว่าการกระทำดังกล่าวนี้มีความผิดทางวินัย และในปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งก็ได้ใช้กระบวนการหยั่งเสียงเพื่อนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งต่อการตัดสินใจในการคัดเลือกอธิการบดี เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอีกหลายแห่ง เป็นต้น

ในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พวกเราซึ่งเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ใคร่ขอเรียกร้องให้ยกเลิกข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาฯ ฉบับที่ 3 ในส่วนที่ห้ามการนำเสนอวิธีการการหยั่งเสียงหรือการเลือกตั้ง และขอเสนอให้กระบวนการหยั่งเสียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ด้วย

ขอแสดงความนับถือ

บุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์