นักกิจกรรมเข้ารายงานตัวคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหตุร่วม #ม็อบ10ธันวา64 เสวนา 'ราษฎร์ธรรมนูญ'

'ยิ่งชีพ iLaw' และ 'เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์' หัวหน้าพรรคสามัญชน พร้อมนักกิจกรรมที่ได้รับหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการร่วมชุมนุมและเวทีเสวนา #ม็อบ10ธันวา64 ราษฎร์ธรรมนูญ ที่ลานหน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน พร้อมจัดเวทีปราศรัยขนาดย่อมหน้า สน. พูดคุยถึงปัญหาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ปิดปากประชาชน

26 ม.ค. 2565 เว็บไซต์ Mobdata Thailand รายงานว่าวันนี้ (26 ม.ค. 2565) เวลา 9.00 น. นักกิจกรรมและผู้ร่วมเวทีเสวนาใน #ม็อบ10ธันวา64 หรือกิจกรรมราษฎร์ธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2564 ร่วมด้วยกลุ่ม People Go Network มีนัดรายงานตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ในข้อหาผ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยนักกิจกรรมที่ได้รับหมายเรียกในกรณีดังกล่าวนัดรวมตัวกันที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ แยกปทุมวัน ก่อนจะเดินเท้าไปที่ สน.ปทุมวัน พร้อมกับรณรงค์เรื่องปัญหาภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตลอดเส้นทาง ถ.พระรามที่ 1 โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 50 คนเข้าร่วม แต่ละคนถือป้ายข้อความต่างๆ เช่น “คุมโรคไม่ใช่คุมม็อบ” และ “หยุดโรคร้ายใช้กฎหมายปกติ” เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นมาร่วมสมทบให้กำลังใจ โดยในช่วงบ่าย เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฝ่ายฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณี #ม็อบ6ธันวา64

 

 

นิมิตร์ เทียนอุดม จากเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา เครือข่ายของเขาร่วมกับกลุ่มต่างๆ จัดกิจกรรมราษฎรธรรมนูญ และได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวกับตำรวจ สน.ปทมุวัน เขามองว่าหมายเรียกนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก พื้นฐานของเสรีภาพคือการที่มีพื้นที่ในการแสดงออกในความเห็นต่าง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา ถ้าไม่มีพื้นที่เสรีภาพเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร

ระหว่างที่นักกิจกรรมเตรียมจัดขบวนเดินรณรงค์ ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน เข้ามาสอบถามเส้นทางเดิน ตัวแทนจึงประกาศว่าจะเดินสวนการจราจรหนึ่งช่องทางบน ถ.พระรามที่ 1 และข้ามถนนที่แยกเจริญผล หลังจากนั้น ตำรวจเข้ามาแนะนำขอให้ผู้ชุมนุมข้ามถนนที่แยกปทุมวันและเดินฝั่งมาบุญครองแทน เนื่องจากฝั่งหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นการเดินสวนทางและรถยนต์กำลังวิ่งสวนกันอยู่ เกรงจะเป็นอันตรายต่อผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมรับทราบและเดินตามเส้นทางที่ตำรวจแนะนำ โดยมีตำรวจคอยอำนวยความสะดวกระหว่างทาง

เวลา 9.59 น. ผู้ชุมนุมเดินเท้าถึง สน.ปทุมวัน และขอเข้าไปรอภายใน สน. เพื่อที่จะไม่ให้กีดขวางทางจราจรด้านหน้า แต่ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ประกาศว่าได้พูดคุยกับทนายความแล้ว และอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้รับหมายเรียก ผู้ไว้วางใจ และทนายความเข้าไปเท่านั้น ส่วนคนที่เดินมาส่งและไม่เกี่ยวข้องกับคดีให้รออยู่บนฟุตบาทตรงข้าม สน. ทั้งนี้ พ.ต.อ.พันษา ประกาศขอให้ทุกคนที่มาชุมนุมด้วยความสงบ หากเป็นไปด้วยความสงบจะไม่เกิดการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมแต่อย่างใด โดยผู้ชุมนุมโห่ร้องด้วยความไม่พอใจหลังจบประโยคดังกล่าว

 

 

เวลา 10.20 น. ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หนึ่งในผู้ได้รับหมายเรียกในคดีนี้กล่าวว่าเราขอเข้าไปรอที่ลานจอดรถภายใน สน. ซึ่งเป็นที่ร่มและจะไม่ใช้เครื่องขยายเสียง แต่ตำรวจไม่ยอม จึงขอยืนยันว่าจะไม่เข้าไปรายงานตัวจนกว่าผู้ชุมนุมที่มาด้วยกันจะได้เข้าไปรอที่ลานจอดรถด้านใน สน.

"หากตำรวจให้เข้าไปด้านใน ก็จะเข้าไปรายงานตัวตามปกติ" ยิ่งชีพกล่าว

จากนั้น เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน ประกาศว่าจะตั้งเวทีที่ถนนด้านหน้า สน.ปทุมวัน แทน และเริ่มปราศรัย โดยมีไครียะห์ ระหมันยะ จากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น หนึ่งในผู้ได้รับหมายเรียกในคดี #ม็อบ10ธันวา64 ร่วมปราศรัย ไครียะห์เล่าว่าหมายเรียกไปถึงบ้านตอนที่เธอกำลังเรียนหนังสืออยู่ เธอสงสัยว่าเธอไปทำอะไร จึงย้อนดูว่าตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ไปแสดงออกอะไรบ้างในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องการต่อสู้เพื่อบ้านของเธอเท่านั้น ความตั้งใจแรกเริ่มคือ เดือน ธ.ค. 2564 เธอมาต่อสู้และเมื่อกลับไปบ้านก็หวังว่าจะทำหน้าที่การเรียนของเธอต่อ ใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นนักเรียนนักศึกษาคนอื่นๆ แต่กลับถูกหมายเรียกคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ต่อมาผู้ถูกดำเนินคดีคนอื่นๆ จาก #ม็อบ10ธันวา64 จึงสลับสับเปลี่ยนขึ้นมากล่าวปราศรัยถึงปัญหาจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มานานกว่า 2 ปี เช่น เลิศศักดิ์กล่าวว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันแก้ไขปัญหาท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ว่าเป็นการ "เปิดเศรษฐกิจ ปิดสังคม" การใช้กฎหมายเพื่อปิดเสรีภาพของลมหายใจการคิดเห็น

จุฆามาศ ศรีหัตถผดุง ผู้เคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ กล่าวว่า หมายเรียกนี้เป็นคดีแรกของตน ตนคิดว่าสิ่งที่ตนเองพูดในเวทีร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องมีการแก้ไขนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือคนในพื้นที่ไม่มีสิทธิไม่มีเสียงในการเลือก จึงตัดสินใจขึ้นพูดปราศรัยในวันดังกล่าวในประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมองว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นการใช้กฎหมายเพื่อปิดกั้นการแสดงออกและเพิ่มภาระให้กับผู้ถูกดำเนินคดี

ยิ่งชีพ กล่าวว่าในปี 2564 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถูกใช้เพื่อคุมม็อบไม่ใช่คุมโรค จนมีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 1,400 คนใน 700 คดี พร้อมทั้งเสริมว่าภาวะปัจจุบันเหมือนอยู่ในช่วง "คณะรักษาความสงบแห่งชาติใช้กฎหมาย มาตรา 44" ในการปิดกั้นการชุมนุมและแสดงออกของประชาชน พร้อมทั้งกล่าวถึงปัญหาของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในเรื่องของการยกเว้นความรับผิดให้กับเจ้าหน้าที่ใน มาตรา 17 เป็นต้น

ต่อมาเวลา 11.30 น. มีการแสดง Performance Art จากหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้

สำหรับการปิดกั้นพื้นที่ในวันนี้ ทำให้ผู้ที่ได้รับหมายเรียกบางส่วนตัดสินใจไม่เข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวน โดยหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม พวกเขาจะทำเพียงเข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ามาที่ สน.ปทุมวัน แล้ว

อนึ่ง กิจกรรม "ราษฎร์ธรรมนูญ" เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2564 จัดขึ้นที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ โดยกลุ่ม People Go Network โดยมีพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า เข้าร่วมวงเสวนาด้วย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถกปัญหาและพูดคุยเพื่อหาทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีการเสวนาระดมความคิดว่าอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในออกมาเป็นอย่างไร พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ทางการเมืองสนับสนุนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและคืนอำนาจสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์