ศาลยกฟ้อง ‘หฤษฏ์’ คดีม.112 จากข้อความแชท อ้างหลักฐานจากทหารไม่น่าเชื่อถือ

ศาลยกฟ้อง 'หฤษฏ์' นักเขียนนิยาย คดีม.112 ศาลชี้พล.อ.วิจารณ์ จดแตง อดีตฝ่ายกฎหมาย คสช. เป็นเเค่พยานบอกเล่ารับฟังไม่ได้ 'ทนายวิญญัติ' หากอัยการอุทธรณ์ต่อก็พร้อมรับแต่ขอให้อัยการคิดถึงสิทธิของจำเลยด้วย

หฤษฎ์ มหาทน หลังศาลทหารอนุญาตให้ประกันตัว เมื่อ 8 ก.ค. 2559 แฟ้มภาพ

15 มี.ค.2565 Voice Online รายงานว่าที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มีนัดพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.3064/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ฟ้อง หฤษฏ์ มหาทน อายุ 31 ปี และ ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ อายุ 48 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14

คดีนี้ฝ่ายโจทก์บรรยายฟ้องว่า ในช่วงต้นเดือน ม.ค.2559 ถึงวันที่ 27 เม.ย.2559 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบังอาจพิมพ์ข้อความสนทนาโต้ตอบกัน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตลงในเว็บไซต์ www.facebook.com ชื่อบัญชี Harit Mahaton ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 และชื่อบัญชีวรารัตน์ เหม็งประมูล ซึ่งเป็นของจําเลยที่ 2 โดยจําเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่งคงแห่งราชอาณาจักร

คำฟ้องโจทก์ระบุอีกว่า เมื่อบุคคลที่สามได้อ่านข้อความ ย่อมเข้าใจได้ว่า สถาบันเบื้องสูง สนับสนุนให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง อันเป็นการหมิ่นประมาท และโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เหตุเกิดที่ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิตกรุงเทพมหานครและทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน โจทก์ขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 และมาตรา83, คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 มาตรา 14

ทั้งนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว ส่วนณัฏฐิกา จำเลยที่ 2 ในระหว่างการพิจารณาคดีได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว

วอยซ์รายงานอีกว่า ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว เห็นว่า พล.อ.วิจารณ์ จดแตง ที่ในขณะเกิดเหตุเป็นฝ่ายกฎหมายของ คสช. พยานของฝ่ายโจทก์เบิกความในฐานะผู้ที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ตนได้รับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐแต่ไม่รู้เห็นเหตุการณ์และการกระทำของจำเลยทั้งสองโดยตรง จึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าเป็นการรับฟังข้อมูลเพียงอย่างเดียว ดังนั้นศาลจึงต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดยืนยันว่าใครเป็นคนจัดทำข้อมูลเอกสารต่างๆ ในคดี และฝ่ายโจทก์เองก็ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของจำเลยจริงหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังฟังคำพิพากษา หฤษฏ์ ให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ออนไลน์ว่าจะไม่มีการดำเนินคดีกลับเจ้าหน้าที่ในคดีนี้เนื่องจากเขาเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ไม่อยากจะทำคดีนี้เป็นเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น

ด้าน วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของหฤษฏ์กล่าวถึงเหตุผลที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องว่า เนื่องจากศาลไม่เชื่อพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ที่ได้มาจากการดำเนินการซักถามในค่ายทหารโดยฝ่ายความมั่นคงอ้างว่าได้รับรหัสเฟซบุ๊กจากจำเลยทั้งสอง แต่ทั้งสองคนก็ปฎิเสธว่าไม่ได้ให้รหัสแต่อย่างใด นอกจากนั้นโจทก์ก็ไม่สามารถมายืนยันรหัสและพิสูจน์ในชั้นศาลได้ว่าได้รับรหัสมาจริงหรือไม่ จึงส่งผลต่อการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารที่เป็นข้อความแชทแต่ไม่ใช่ไฟล์ดิจิทัล เราจึงพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าข้อความที่คัดลอกมาเป็นเอกสารมีการเรียบเรียงหรือต่อตัดใหม่ และยังได้อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นกลาง มาเบิกความสนับสนุนด้วยว่าการเปลี่ยนรูปและโปรไฟล์สามารถทำได้หรือไม่ ศาลได้รับฟังประกอบกับที่ทนายความถามค้านพยานของฝ่ายโจทก์ เห็นว่าพยานที่รับฟังมาเป็นพยานบอกเล่า ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันเหตุการณ์ได้ทั้งหมด จึงพิพากษายกฟ้อง

วิญญัติกล่าวอีกว่าหากอัยการจะยื่นอุทธรณ์ ทางเราก็พร้อมจะแก้อุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ทางอัยการ พิจารณาถึงสิทธิของจำเลยด้วยความเป็นธรรมด้วย

จับโดยทหาร ฟ้องโดยทหาร

วิญญัติให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบันนี้คดีเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์” ที่เป็นคดีที่ทำให้หฤษฏ์และณัฏฐิกาถูกจับตั้งแต่เมื่อ 27 เม.ย.2559และดำเนินคดีด้วยข้อหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 พร้อมกับพวกอีก 6 คนก่อนที่ทั้งสองคนจะถูกดำเนินคดีเพิ่มในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาในวันนี้นั้น ยังคงไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากมีการเลื่อนพิจารณาคดีหลายครั้งด้วยเหตุของโควิด-19 และจะมีนัดสืบพยานอีกทีในเดือนกันยายนปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566

วิญญัติระบุว่าคดีม.112 ที่ศาลมีคำพิพากษาในวันนี้นั้นทางฝ่ายโจทก์ได้ใช้พยานหลักฐานจากการสอบสวนในค่ายทหารหลังจากที่ทั้งสองคนถูกจับกุมในคดีเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์” แต่มีการแยกดำเนินคดีเป็นสองคดีโดยใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน

ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเคยรายงานตอนที่หฤษฏ์และณัฏฐิกาถูกจับกุมพร้อมกับคนอื่นๆ ในจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมกันหลายจุดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 27 เม.ย.2559 และถูกนำตัวไปที่ค่ายทหาร และเนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทหาร คสช.ปกครองทำให้คดีของพวกเขาอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ที่ออกเมื่อ 25 พ.ค.2557 กำหนดให้คดีม.112 อยู่ในการพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร

ศูนย์ทนายความฯ ระบุว่า หฤษฏ์ มหาทน อดีตนักข่าว นักเขียนอายุ 25 ปี(อายุในขณะถูกจับกุม) ถูกทหารประมาณ 20 นาย พร้อมอาวุธ บุกไปที่บ้านพักในจังหวัดขอนแก่น ในเวลาประมาณ 06.00 น.ของวันที่ 27 เม.ย.2559 พร้อมค้นบ้าน และยึดโทรศัพท์ โน้ตบุ๊ค หนังสือเดินทางของหฤษฏ์ไป โดยไม่แจ้งว่า ควบคุมตัวจากสาเหตุอะไร และจะนำตัวไปที่ใด จนกระทั่งทราบภายหลังว่าถูกนำตัวไปที่ค่ายศรีพัชรินทร์ มทบ.23 จ.ขอนแก่น แต่พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรีให้ข้อมูลว่าตนเองก็ไม่ทราบว่าเขาถูกควบคุมตัวมาด้วยเรื่องอะไรเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.11 และเจ้าหน้าที่ ICT ดำเนินการและถูกนำตัวไป มทบ.11 ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว

ส่วนณัฏฐิกา ที่ในเวลานั้นใช้นามแฝงว่า “วรารัตน์ เหม็งประมูล” ศูนย์ทนายความฯ ได้ข้อมูลจาก แม่ของวรารัตน์ให้ข้อมูลว่ามีทหารในเครื่องแบบ 2 นายและนอกเครื่องแบบอีกประมาณ 5-6 คน พร้อมรถยนต์บุคคลโตโยต้า 2 คันและรถกระบะสี่ประตูติดแค็บสีดำติดฟิล์มดำ มาจับกุมขณะที่วรารัตน์และตนยังนอนอยู่ เจ้าหน้าที่เข้ามากดกริ่งรัวๆ จึงรีบมาดูแต่เนื่องจากหากุญแจเจอจึงเปิดไม่ได้ในทันที และมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายหนึ่งปีนเข้ามาจากหลังบ้านโดยงัดบานเกร็ดเข้ามา เมื่อวรารัตน์เปิดประตูให้แล้วทหารได้ต่อว่าวรารัตน์ว่าทำไมจึงเปิดช้า และถามว่ามีการทำลายเอกสารหรือเปล่า เจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านทั้งสองชั้น และจับกุมตัววรารัตน์ไป พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 2เครื่องและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไป 4 เครื่อง ตลอดกระบวนการเจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา หมายจับและหมายค้นแต่อย่างใด แม่ของณัฏฐิการะบุอีกว่าณัฏฐิกาไม่ทราบว่าตนเองถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหนเพราะถูกปิดตาหลังถูกนำตัวขึ้นรถไป

จนกระทั่งวันที่ 28 เม.ย.2559 พวกเขาจึงถูกนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปราม แต่เมื่อทนายความและครอบครัวของทั้งสองคนพยายามจะเข้าถึงตัว กลับถูกพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลไล่ออกจากห้องที่ใช้สอบสวน แม้ว่าทนายความจะยืนยันว่าญาติได้มาขอให้ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ต้องหาแล้วก็ตาม พวกเขาถูกขังในห้องขังกองปราบฯ หนึ่งคืนก่อนพนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพเพื่อขอฝากขังระหว่างสอบสวนทำให้ทั้งหฤษฏ์และณัฏฐิกาถูกคุมขังในเรือนจำพร้อมกับอีก 6 คนโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

อย่างไรก็ตาม 3 พ.ค.2559ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ยื่นขอประกันตัวพวกเขาต่อศาลทหารอีกครั้ง แต่ศาลทหารยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัว และในวันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.ชัยพร นิตยภัตร์ พนักงานสอบสวนจากกองบังคับการปราบปราม แจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112ต่อ หฤษฏ์และณัฎฐิกา โดยอาศัยหลักฐานจากเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยที่ตรวจพบข้อความในกล่องข้อความเฟซบุ๊กของบุคคลทั้งสองคน

จากเหตุที่ทั้งสองคนถูกแจ้งข้อหาเพิ่มทำให้วันที่ 10 พ.ค.2559 ในวันที่ทนายความของทั้ง 8 คนยื่นประกันตัวพวกเขาต่อศาลทหารด้วยเงินสดคนละ 200,000 บาทและศาลอนุญาตให้ประกันในคดีเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์” และได้รับการปล่อยตัวในเช้าวันที่ 11 พ.ค. แต่ตำรวจกองปราบฯ ก็เข้าอายัดตัวหฤษฏ์และณัฎฐิกาต่อและขอศาลทหารฝากขังในคดีม.112 และแม้ว่าทนายความจะยื่นขอประกันตัวทั้งสองคนโดยวางเงินสดถึง 500,000 บาทต่อคนแต่ศาลทหารก็ไม่อนุญาตให้ประกันจนกระทั่ง 8 ก.ค.2559 หลังจากพวกเขาถูกฝากขังผัดที่ 5 (ผัดละ 12 วัน) ศาลทหารจึงอนุญาตให้ประกันโดยวางเงินสดคนละ 500,000 บาท

ต่อมาอัยการทหารมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลทหารเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 และคดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลทหารจนกระทั่งเมื่อ 9 ก.ค.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. บางฉบับที่หมดความจำเป็น อย่างน้อย 66 ฉบับ โดยมีประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 เป็นหนึ่งในนั้น ทำให้ศาลทหารมีคำสั่งเมื่อ 23 ก.ค.2562 ให้โอนย้ายคดีทั้งคดีเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์” และคดีม.112 ของหฤษฏ์และณัฎฐิกามาให้ศาลอาญา รัชดาฯ พิจารณาต่อ

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์