เผยฝ่ายค้านพร้อมโหวตคว่ำ 'พ.ร.บ.งบฯ 2566' - เตรียมเอาผิด พปชร.หาเสียงไว้แต่บางนโยบายทำไม่ได้

วิปฝ่ายค้านเผยฝ่ายค้านพร้อมโหวตคว่ำ 'พ.ร.บ.งบฯ 66' เหตุจัดงบโดยไม่เกิดความหวัง เศรษฐกิจไม่ฟื้น - เตรียมเอาผิด พปชร.หาเสียงไว้แต่บางนโยบายทำไม่ได้ - 'เพื่อไทย' ชี้งบฯ 66 ชักหน้าไม่ถึงหลัง งบประจำบวม งบลงทุนไร้ทิศทาง 

28 พ.ค. 2565 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่านายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า งบครั้งนี้ให้ผ่านไปไม่ได้ ที่ไม่ให้ผ่าน ไม่ได้เป็นเพราะเราเล่นเกมการเมืองอะไร แต่เป็นเพราะเราเห็นแล้วว่ารัฐบาลจัดงบประมาณโดยไม่เกิดความหวัง เศรษฐกิจไม่ฟื้น ไม่กระตุ้นให้เกิดการผลิต เป็นเพียงการกระจายงบหาเสียงเพื่อซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาล หวังคงสถานะของตัวเอง

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีคนถามว่า ทำไมไม่งดออกเสียงเหมือนที่ผ่านมา แล้วค่อยไปแก้ไขกันในวาระ 2 ก็ต้องบอกว่าการจัดทำงบประมาณหลายปีที่ผ่านมา เราก็ไม่เห็นด้วย แต่ก็ให้ผ่านเพื่อให้รัฐบาลไปแก้ไข แต่ 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยแก้ไขเลย ไม่ยอมนำความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาฯ ไปแก้ไข แต่รัฐบาลกลับใช้เสียงข้างมากผ่านกรรมาธิการซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ให้เดินตามความต้องการของตัวเอง

“ดังนั้น ครั้งนี้ฝ่ายค้านจะไม่ให้ผ่าน เพื่อให้รัฐบาลกลับไปทำงบประมาณใหม่ ไม่ก็รอให้รัฐบาลใหม่มาทำ เว้นแต่ว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงจนเอาชนะใจเราได้ ดังนั้น ขอให้เตรียมชี้แจงไว้ให้ดี” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีหลายเรื่องที่แถลงต่อสภาฯแล้วทำไม่ได้ ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญรวมทั้งกฎหมายมหาชน ว่าจะสามารถลงโทษรัฐบาลได้หรือไม่ แต่ในมาตรการทางการเมือง เรื่องที่พูดแล้วไม่ทำ เราจะจัดหนักในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย

'เพื่อไทย' ชี้งบฯ 66 ชักหน้าไม่ถึงหลัง งบประจำบวม งบลงทุนไร้ทิศทาง 

ทีมสื่อพรรคเพื่อแจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่านายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการบริหารงานภายใต้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นยุคสุญญากาศที่ประเทศไทยถูกแช่แข็ง ขาดการพัฒนา อันเนื่องมาจากการบริหารงานที่ล้มเหลว สร้างเศรษฐกิจไม่ได้ หารายได้ให้ประเทศไม่เป็น ในขณะที่งบประมาณรายจ่ายสำหรับรายจ่ายประจำสูง จากขนาดของราชการที่ใหญ่โตเทอะทะ ยิ่งพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีนานเท่าไร ประเทศยิ่งเสียโอกาสในการพัฒนานานเท่านั้น สะท้อนให้เห็นได้ผ่านการใช้งบประมาณของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทั้ง2ส่วน ได้แก่

1. การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่กำลังจะเข้าสภาผู้แทนราษฎร มูลค่า 3.185 ล้านล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณขาดดุลที่จำเป็นต้องกู้เงินชดเชยสูงถึง 6.95 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 22% เพื่อมารองรับงบลงทุนทั้งหมด เต็มเพดานวินัยการเงินการคลัง นั่นหมายความว่าถ้ารัฐบาลไม่สามารถกู้เงินมาเติมในงบประมาณได้ ประเทศจะไม่มีงบลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียว สะท้อนถึงความไร้ศักยภาพของรัฐบาล ไม่สามารถสร้างเศรษฐกิจ จัดหารายได้มากกว่างบประมาณรายจ่ายปกติได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อีกทั้งรายการใช้จ่ายในงบลงทุนยังคงไร้ทิศทาง กระจัดกระจาย ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่เห็นหนทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้เลย

2. เงินนอกงบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้อีก 5 แสนล้านบาทที่อนุมัติไปในปีที่แล้วนั้น ปัจจุบันเหลืองบประมาณให้เบิกใช้อีก 7 เดือนถึงสิ้นปี 2565 เพียง 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยเพียงเดือนละ 6พันกว่าล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้งบที่ใช้ไปแล้วกว่า 4แสนล้าน ส่วนใหญ่หมดไปกับรายจ่ายเยียวยาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด และโครงการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านมาตรการต่างๆ โดยไม่ได้มีโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือการผลักดันส่งเสริมธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรมที่ยั่งยืน

“การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ปิดประตูการพัฒนาประเทศ งบประมาณรายจ่ายชักหน้าไม่ถึงหลัง ถนัดสร้างหนี้เพิ่มให้ลูกหลาน กู้เงินนอกงบประมาณมาแต่ใช้ไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งอยู่นาน ประชาชนรายได้ยิ่งไม่มี แต่หนี้บาน การพิจารณารับร่างงบประมาณปี2566 วาระ1 ในรอบนี้ คงต้องพิจารณากันอย่างหนักเพื่อให้การใช้งบประมาณรอบนี้เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง” ชนินทร์กล่าว

'อนุสรณ์' ชี้ 'ระวี' เวลาเหลือน้อย จี้ตัวเองเป็นตัวประกัน ปั่นราคากล้วยจนหลอน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ระบุ ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย รับสัญญาณจากคนแดนไกล จับมือกับฝ่ายค้านเล่นเกมการเมืองในสภาคว่ำกฎหมายงบประมาณปี 2566 ว่า นพ.ระวี ย่อมรู้ตัวดีว่าช่วงเวลานาทีทองที่จับพลัดจับผลูได้เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกำลังจะหมดไป ก่อนหน้านี้พยายามทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องระบบการเลือกตั้งที่จะทำให้ส.ส.ปัดเศษเอื้ออาทรยังคงอยู่ แต่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล รู้ว่าไม่สามารถทัดทานต้านกระแสระบบการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน จึงเมาหมัด ออกมาลงทุนจี้ตัวเองเป็นตัวประกัน ปั่นราคากล้วยจนหลอน วาทกรรมลิงหิวกล้วย เกิดจากพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็ก เรียกร้องต่อรองผลประโยชน์ทุกช็อตจนแกนนำรัฐบาลปฏิเสธการดูแลกันพัลวัน กล้วยที่เคยเบิกได้สะดวกโยธิน ถึงช่วงปลายอายุรัฐบาล ประกอบกับมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โอกาสพรรคเล็กกลับมาแทบเป็นศูนย์ จึงทำให้การเข้าถึงกล้วยฝืดเคือง ลิงกินกล้วยดุ จนแทบหมดสวน จะหากล้วยจากไหนมาแจกจ่ายเพิ่มได้ตลอดเวลา สนิมเกิดจากเนื้อใน จะปั่นราคากล้วยกันอย่างไร ก็ขอให้จำกัดเฉพาะในวงจรการเมืองย้อนยุค ไม่สร้างสรรค์เฉพาะกลุ่ม ไม่ควรไปกล่าวหาหรือพาดพิงบุคคลภายนอกให้เสียหาย

“สภาพรัฐบาลในขณะนี้ ไม่ต้องมีใครไปทำอะไร วิกฤตเสถียรภาพ วิกฤตเศรษฐกิจ ไร้ผลงาน รัฐบาลแพ้ภัยตัวเอง พร้อมอับปางได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะพรรคแกนหลักหรือพรรคร่วมรัฐบาลขนาดไหน เตรียมตัวสูญพันธุ์ การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่มีใครเลือกกลับมาอย่างแน่นอน” นายอนุสรณ์ กล่าว
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์