ทิชา ณ นคร ร่วมเวทีก้าวไกล ขอ ส.ว. โหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

ทิชา ณ นคร ร่วมเวทีก้าวไกล  ขอให้ ส.ว. เคารพเจตจำนง ปชช. โหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ให้ประชาธิปไตยได้เดินต่อ 

10 ก.ค. 66 เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก ร่วมเวทีพรรคก้าวไกลขอบคุณประชาชน ฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตเลือกนายกฯ ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

เฟซบุ๊กพรรคก้าวไกลเผยแพร่คำปราศรัยของ ทิชา ระบุว่า  

ดิฉันได้รับคำถาม ว่าอะไรคือความฝัน อะไรคือความหวัง เมื่อเรามีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

ตั้งแต่เลือกตั้งมาจนถึงวันนี้ ฝุ่นยังตลบ ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน จึงยังพูดไม่ได้ว่าความฝันและความหวังของเราอยู่ที่ไหน

แต่สิ่งที่พูดได้อย่างชัดเจนตอนนี้ เพื่อให้ดังไปถึงสภาฯ คือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยต้องยึดหลักเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงการเคารพการตัดสินใจของประชาชนอย่างเคร่งครัดและจริงจัง

เนื่องจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนได้ถ่ายโอนอำนาจในฐานะปัจเจกบุคคลให้ผู้แทนหรือ ส.ส. หากผู้แทนใช้อำนาจนั้นไม่เป็นไปตามที่เขาหาเสียง อีก 4 ปีประชาชนจะริบอำนาจนั้นกลับคืนและมอบให้ผู้แทนคนอื่น จึงไม่มีข้อห่วงใยใดที่ ส.ว. ต้องกังวลใจ

ดิฉันเชื่อว่าประชาชนที่อยู่ตรงนี้ คงรู้สึกเหมือนกันว่าเราเฝ้าดูพรรคก้าวไกลเติบโต แต่ถ้าเมื่อไรที่พรรคก้าวไกลไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ประชาชนก็สามารถเปลี่ยนใจได้ จึงขอให้ ส.ว. เคารพต่อเจตจำนงของประชาชนที่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคก้าวไกลไปแล้ว ปล่อยให้ระบบประชาธิปไตยดำเนินไปตามครรลอง ส.ว. ไม่มีหน้าที่คัดค้าน หรือทำให้ความฝันความหวังของประชาชนดับสิ้นลงเหมือนหลายปีที่ผ่านมา

นายกฯ คนที่ 30 ต้องเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน ไม่ว่าคนที่เลือกเขาหรือไม่เลือกเขา โดยส่วนตัวดิฉันเชื่อโดยสนิทใจว่า ครั้งนี้ประเทศไทยกำลังจะรีสตาร์ทระบบประชาธิปไตยครั้งยิ่งใหญ่ ที่สำคัญคือเป็นการเดิมพันด้วยปัญญา ด้วยหัวใจ และด้วยศรัทธาของผู้คนมหาศาล ดังนั้นจึงมีพลังพอที่จะลบบาดแผล ลบความบอบช้ำของสังคมไทยซึ่งมีมายาวนาน

แม้นาทีนี้ฝุ่นยังไม่จาง เส้นทางที่เราจะพานายกฯ คนที่ 30 เข้าสภาฯ ก็ยังมองเห็นไม่ชัด แต่ดิฉันเชื่อและมีความหวังว่าประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะบันทึกไว้ว่านายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย จะชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ อย่างแน่นอน เหตุผลสำคัญคือกว่า 14,000,000 เสียงจากการเลือกตั้งภายใต้ระบบประชาธิปไตย เป็นเสียงข้างมากที่เพียงพอ

เมื่อพิธาเป็นนายกฯ เรามีความหวังและความเชื่อ ว่าเขาจะนำระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ประมุข ไปรับมือกับกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงของโลก ถึงที่สุดคนหนุ่มสาวเท่านั้นที่จะเป็นผู้รับมือกับความท้าทายนี้ได้ และเราต้องมอบพันธกิจนี้ให้พวกเขา เราเชื่อว่าพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่จะพาประเทศไทยไปตรงนั้น

สุดท้าย ขอขอบคุณ ส.ว. ซึ่งในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง คุณคือสติปัญญาของสังคมที่สำคัญ คือเสาหลักของประชาธิปไตย ขอให้ทุกการตัดสินใจของ ส.ว. ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม เป็นการตัดสินใจอย่างกล้าหาญ มีวิสัยทัศน์ และยินดีให้คนหนุ่มสาวนำทัพนำทาง เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ เปลี่ยนเป็นประวัติศาสตร์ที่สง่างาม มีคุณค่า สำหรับลูกหลานของพวกเราทุกคน

จุดยืนแก้ ม.112 เพื่อปกป้องสถาบัน

ตอกฝาโลง ‘คนเกินเจ้า’

ก่อนหน้านี้ ทิชา เคยโพสต์ประกาศจุดยืนว่าตนเห็นด้วยกับการแก้ ม.112 เพื่อปกป้องสถาบัน 

จากการมีประสบการณ์การทำงานด้านเยาวชนกับพระองค์ภาฯ ทำให้ตนเห็นว่ามีคนบางกลุ่มทำตัวเป็น “คนเกินเจ้า” ที่ "เข้ามาหากินกับความจงรักภักดี" และบางทีก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าจงรักภักดีหรือซ่อนผลประโยชน์ไว้ข้างใน ทำให้ราชวงศ์เป็นสถาบันที่ถูกนำไปแสวงหาประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม จึงเห็นด้วยกับการแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 

อีกทั้ง “การล้มเจ้า” ก็ทำไม่ง่าย เพียงแค่คิดก็ถูกตั้งข้อหา ถูกจับกุม ถูกลงโทษเกินสัดส่วน แต่การแสวงประโยชน์จากเจ้า และการทำตัวเป็น “คนเกินเจ้า” ทำง่ายกว่า ทำได้นาน และคนจำนวนมากทำไปแล้วได้ประโยชน์เข้าตัวเอง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท