Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลปกครองเชียงใหม่เรียกคู่กรณี “คดีฝุ่นภาคเหนือ” เข้าชี้แจงเพิ่มเติม ภาคประชาชน ชี้ มาตรการแก้ปัญหา PM2.5 ของรัฐตั้งแต่ปี 2562 ยังไม่มีประสิทธิภาพ “หมอหม่อง” ระบุ ภาคเหนือมีคนป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดในกลุ่มที่ไม่ได้สูบบุหรี่สูงที่สุด โดยศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งยังไม่สิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอคำสั่งศาลต่อไป

22 พ.ย. 2566 ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ เวลา 10.00 น. ศาลปกครองได้นัดไต่สวนคดีเรียกคู่กรณีใน “คดีฝุ่นภาคเหนือ” ทั้งภาคประชาชนผู้ฟ้องคดี และฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐผู้ถูกฟ้องคดีเข้าชี้แจงเพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2566 ประชาชนภาคเหนือได้รวมตัวกันยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม ฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน จากเหตุไม่ใช้อำนาจทางกฎหมายแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 

โดยผู้ฟ้องคดีจำนวน 10 คน ได้แก่ สมชาย ปรีชาศิลปกุล, นัทมน คงเจริญ, ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือหมอหม่อง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ, กลุ่มสมดุลเชียงใหม่, สภาลมหายใจเชียงใหม่, สภาลมหายใจภาคเหนือ และประชาชน ซึ่งมีเยาวชนอายุ 14 ปีร่วมเป็นผู้ฟ้องคดีด้วย

โฆษณา - Advertising

วัชลาวลี คำบุญเรือง ทนายความตัวแทนผู้ฟ้องคดี

ในการไต่สวนคดีวันนี้ (22 พ.ย. 2566) วัชลาวลี คำบุญเรือง ทนายความตัวแทนผู้ฟ้องคดีระบุว่า ตัวแทนฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีชี้แจงเพิ่มเติมระบุ การใช้อำนาจแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นไปตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินและปฏิบัติการตามแผนฝุ่นแห่งชาติ โดยได้เร่งรัดให้หน่วยงานรัฐทุกองค์กรให้ปฎิบัติหน้าที่แล้ว แต่ทางภาคประชาชนผู้ฟ้องคดีเห็นว่ามาตรการแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5  ของรัฐ ยังไม่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งยังไม่สิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอคำสั่งศาลต่อไป และยังไม่มีการนัดพิจารณาคดีเนื่องจากหน่วยงานรัฐจะต้องส่งเอกสารชี้แจงเพิ่ม 

โฆษณา - Advertising

นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือหมอหม่อง ตัวแทนภาคประชาชนผู้ฟ้องคดี ระบุว่า กว่า 2 ทศวรรษที่ประชาชนต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้มาตลอด ประชาชนอยากจะเห็นการขับเคลื่อนของภาครัฐที่เป็นรูปธรรม การทำงานของภาครัฐที่ผ่านมาเป็นการตอบสนองแบบชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้มีการวางแผนระยะยาว ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษเป็นเรื่องที่จะต้องจัดการในหลายมิติ การเรียกร้องความยุติธรรมแก่สิทธิของประชาชนที่จะมีอากาศในการหายใจเป็นสิ่งที่ทางเครือข่ายอยากจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การฟ้องคดีอาจเป็นวิธีหนึ่งที่อาจจะช่วยผลักดันขับเคลื่อนให้ภาครัฐตื่นตัวและขับเคลื่อนในเรื่องสิทธิพื้นฐานของประชาชน 

นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์

หลายคนมองผลกระทบต่อฝุ่นในระยะสั้นนั้นมีผลกระทบน้อยมาก แต่หากเปรียบเทียบกับการสูบบุหรี่วันนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ถ้าหากสูบบุหรี่ทุกวันในระยะยาวก็มีผลกระทบสูงตามมา เช่นเดียวกับฝุ่น PM2.5 การที่มีค่าฝุ่นสูงเกินค่าเฉลี่ยมากเกินกว่ามาตรฐาน WHO ในปัจจุบันนั้นลดลงมาเท่าระดับ 5 ไมโครกรัมต่อปี จังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 30 ไมโครกรัม ซึ่งต่อปีเกินกว่ามาตรฐาน อัตราการเสียชีวิตของเชียงใหม่สูงกว่ามาตรฐานถึงประมาณ 20 เปอเซ็นต์ ถ้าหากสูดดม PM2.5 อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต สิ่งนี้คือผลกระทบระยะยาว 

โฆษณา - Advertising

“หลายครั้งกระทรวงสาธารณะสุขมักจะตอบว่าผลกระทบต่อฝุ่นมีค่าเฉลี่ยน้อย นี่คือสิ่งที่ชี้ว่ากระทรวงสาธารณะสุขไม่มีความเข้าใจต่อเรื่องนี้เลย หากเราละเลยปัญหานี้เราก็จะเห็นคนที่มีสุขภาพที่แย่ลงอย่างมากมาย นอกจากสุขภาพประชาชนจะสูญเสียไปแล้ว งบประมาณต่างๆ ที่เข้ามาดูแลคนไข้เหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งปอด ภาคเหนือมีคนป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดสูงที่สุด และเป็นกลุ่มที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ก็เป็นสิ่งที่น่าตั้งคำถามต่อไปว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้” นพ.รังสฤษฎ์ กล่าว

การฟ้องร้องครั้งนี้มีข้อเรียกร้องสำคัญทางคดี 3 ประการ ได้แก่ 

1. ฟ้องนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติอย่างร้ายแรงให้มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานทำหน้าที่อย่างเข้มงวด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจนี้จนการแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5 มีความล่าช้า ไม่ทันต่อความร้ายแรงของเหตุการณ์ 

โฆษณา - Advertising

2. ฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ซึ่งรัฐบาลประกาศแผนนี้มาตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากในระยะเวลา 4 ปีในการใช้แผนนี้ แทบจะไม่เห็นความคืบหน้าและปัญหายังคงความรุนแรงอยู่ นี่คือความผิดปกติที่เราไม่อาจยอมรับ 

3. ฟ้องคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งมีหน้าที่ครอบคลุมถึงพันธกรณีนอกอาณาเขต (Extraterritorial Obligations) ให้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการจัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบด้าน เพิ่มในแบบรายงาน 56-1 One Report หรือแบบอื่นๆ ในฐานะเอกสารสำคัญสำหรับการตรวจสอบข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานอันเกี่ยวเนื่องกับแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบข้ามพรมแดนมายังประเทศไทย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising