Skip to main content
sharethis
“โครงการผู้ประสานงานหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ จ.สุรินทร์” เชื่อมประสาน “ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง” และ “ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ” ร่วมทำงานคุ้มครองสิทธิประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ช่วยแก้ปัญหาและอุปสรรคที่หน่วยบริการ พร้อมสื่อสารข้อมูลและสร้างความเข้าใจหลักประกันสุขภาพ ด้าน “จิตอาสาศูนย์ประสานงานบัตรทอง” เผยขั้นการทำงาน เน้นหลักการช่วยงานเจ้าหน้าที่ รพ. ดูแลประชาชนรับบริการ  
 
17 มิ.ย.2567 ทีมสื่อ สปสช. รายงานต่อสื่อมวลชนว่า มีนา ดวงราษี ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า “โครงการผู้ประสานงานหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ” เป็นโครงการที่ประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง “ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน” (ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง) ที่เป็นการทำงานของภาคประชาชนโดยอิสระอยู่นอกหน่วยบริการ กับ “ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ” ที่เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ตั้งรับอยู่ภายในโรงพยาบาล ที่ผ่านมาก็มีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่โครงการนี้จะทำให้การทำงานร่วมกันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากประชาชนที่มารับบริการจะได้รับการอำนวยความสะดวก หรือช่วยให้ได้รับความคุ้มครองแก่ผู้รับบริการมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้การคุ้มครองสิทธิตามมาตรา 57, 59 และ 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เกิดขึ้นได้ เช่น การคุ้มครองสิทธิ การถูกเรียกเก็บเงิน ไม่ได้รับความสะดวกในการรับบริการ ไม่ได้รับบริการตามสิทธิที่ควรจะได้รับ หรือเกิดความเสียหายจากการรับบริการ เป็นต้น
 
ทั้งนี้ จะมีผู้ประสานงานโครงการฯ ที่ไปคอยให้บริการหน้างาน ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจในเรื่องสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพให้กับประชาชน จึงนับเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางสื่อสาร และการติดต่อหากเกิดข้อติดขัดระหว่างรับบริการ
 
“บางทีผู้รับบริการเป็นคุณยายคุณตาที่อยู่ชุมชน ไม่กล้าไปคุยกับผู้ให้บริการหรือเจ้าหน้าที่ ก็คุยกับอาสาสมัครที่เป็นผู้ประสานงานของศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองที่ทำหน้าที่อยู่หน้างานได้” มีนา กล่าว
 
มีนา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังมีความท้าทายกับโรงพยาบาลด้วย เนื่องจากอาจมีความลำบากใจในช่วงแรก มองว่าภาคประชาชนเข้ามาจะทำให้เกิดปัญหา ภาระของเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้น หรือเกิดความวุ่นวาย มีการปลุกปั่น ซึ่งส่วนนี้ขอให้มองไปที่เป้าหมายเดียวกัน คือการมุ่งสู่มาตรฐานและคุณภาพ ดังนั้นจึงต้องเข้าใจหลักการของโครงการ รวมถึงการวางใจผู้ประสานงานที่จะเข้าไปช่วยบริการ ขณะเดียวกันผู้ประสานงานก็ต้องมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน บนหลักการไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่จะทำให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้เป็นภาพเชิงบวกต่อการบริการสาธารณสุข รวมไปถึงรวบรวมเก็บประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะต่างๆ เน้นให้ความเคารพซึ่งกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณภาพและมาตรฐานให้กับระบบ
 
“เราต้องทำให้จิตอาสาที่มาทำหน้าที่มีความภาคภูมิใจต่องานนี้ด้วย รู้สึกว่ามีคุณค่า ต้องทำหน้าที่ให้สมบทบาท รวมถึงทำหน้าที่บางอย่างที่ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถทำได้ เช่น ลงพื้นที่เร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการอาจไม่สะดวกทำได้ในขณะนั้น เป็นการช่วยอุดช่องว่างในระบบได้ทันที”  
 
มีนา กล่าวย้ำว่า เครือข่ายภาคประชาชนมีเจตนารมณ์ที่จริงจัง คือต้องการช่วยเหลือ เพราะเรารักในระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีศูนย์ประสานงานฯ หรือศูนย์คุ้มครองสิทธิฯ อยู่แล้ว ฉะนั้นจึงอยากให้ทำงานร่วมกัน เพราะเครือข่ายภาคประชาชนจะเป็นคนที่มีความพร้อมในการรับฟังความต้องการจากผู้ให้บริการ และในขณะเดียวกันยังช่วยเหลือผู้รับบริการได้ด้วย
 
“อยากเชิญชวนหน่วยบริการสาธารณสุขทุกที่ ทุกแห่งที่ทำงานในมิตินี้ ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญ และการมีเครือข่ายทำงานร่วมกัน ส่งผลให้หลายงานประสบความสำเร็จ” มีนา กล่าว
 
พรทิพย์ มังกร ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลสังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า การร่วมเป็นจิตอาสาของศูนย์ประสานงานฯ ในโรงพยาบาลสังขะนั้น เริ่มจากการประสานไปยังศูนย์หลักประกันสุขภาพในโรงพยาบาลเพื่อแจ้งเหตุผลที่ต้องการทำงานอย่างชัดเจน โดยส่งหนังสือที่เป็นทางการอย่างถูกต้อง หลังจากได้รับการตอบรับ โรงพยาบาลได้กำหนดพื้นที่การทำงานสำหรับจิตอาสา 2 จุด ได้แก่ 1. หน่วยปฐมภูมิ และ 2.ฝ่ายการพยาบาล
 
อย่างไรก็ดี เมื่อได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลแล้ว จิตอาสาที่จะเข้าไปทำงานนั้น ต้องมาวางแผนว่าแต่ละคนจะเข้าไปทำงานที่จุดใด หลังจากนั้นจะทำความรู้จักเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ในโรงพยาบาล รวมไปถึงทำความรู้จักว่า คลินิกใดให้บริการวันไหน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย
 
“บริการปฐมภูมิเราก็ลงพื้นที่เชิงรุกด้วย ตามเยี่ยมเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ อย่างคนไข้จิตเวชก็ตามดูคนไข้ที่ไม่ได้มารับยา ส่วนผู้ป่วยนอกเราก็อำนวยความสะดวกตั้งแต่การยืนยันตัวตน” นางพรทิพย์ กล่าว
 
พรทิพย์ กล่าวต่อไปว่า จิตอาสายังช่วยตามประวัติผู้ป่วยกรณีผิดนัด รวมถึงช่วยผู้ป่วยชั่งน้ำหนัก วัดความดัน วัดส่วนสูง ส่วนนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ได้ รวมไปถึงผู้ป่วยเองไม่ต้องเดินย้อนไปย้อนมา ทำให้เกิดความสะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีจิตอาสารอรับยาให้กับผู้ป่วยสูงอายุ เพราะบางครั้งตึกที่ตรวจกับห้องรับยาไม่ได้อยู่ในที่เดียวกัน พร้อมทั้งช่วยอธิบายการรับประทานยาให้แก่ผู้ป่วยด้วย
 
“อย่างอาคารใหม่มีตึก 5 ชั้น ห้องจิตเวชจะอยู่ชั้น 3 ห้องฝากครรภ์อยู่ชั้น 2 ห้องทันตกรรมอยู่ชั้น 3 คนไข้บางคนอาจจะทราบแค่ว่าไปห้องทันตกรรม แต่ไม่ทราบว่าห้องทันตกรรมอยู่ที่ไหน จิตอาสาก็จะเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้คนไข้ต้องเดินวนไปวนมา” พรทิพย์ ระบุ
 
พรทิพย์ กล่าว่า ในช่วงการรอพบแพทย์ จะเป็นช่วงที่ได้คุยกับผู้ป่วยจริงๆ ซึ่งจิตอาสาก็จะเข้าพุดคุยถึงเรื่องการรักษา สิทธิ การเรียกเก็บเงิน ฯลฯ โดยเป็นการถามเชิงแนะนำ ส่วนมากในโรงพยาบาลสังขะจะไม่พบปัญหา เพราะได้มีการแก้ไขไปแล้ว แต่จะพบว่ามีการย้ายสิทธิของประชาชน 3-4 คนต่อวัน สะท้อนว่าประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้มากขึ้น จากเดิมที่ประชาชนไม่ค่อยมาย้ายสิทธิการรักษา หรือประสบปัญหาโดนเรียกเก็บเงินจากการไม่ได้ย้ายสิทธิ
 
“เราก็ภูมิใจที่ได้ลงไป เราทำงานก็ได้เห็นผลงาน และได้ช่วยเหลือ ผลตอบรับก็น่าน่าภูมิใจ เจ้าหน้าที่เข้าใจมากขึ้นว่าเราไม่ได้ตั้งประเด็นร้องเรียน ก่อนไปก็คุยกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่มาเพื่อตั้งประเด็นหาปัญหา แต่เรามาเพื่อช่วยเหลือ เอาปัญหามาคุย และแก้ปัญหามาด้วยกัน” พรทิพย์ กล่าว
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net